- 15 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ดูเหมือนเรื่อง "ไพร่-ทาส" ซึ่งเป็นวาทกรรมที่แกนนำคนเสื้อแดง...อันเป็นปีกหนึ่งของ "ระบอบทักษิณ" ใช้ปลุกระดมมวลชนคนที่ไม่รู้เท่าทัน...ให้ออกมานอนกลางดินกินกลางถนน...และพร้อมจะตายเพื่อนายใหญ่มานานนับ 10 ๆ ปี จะกลับเป็นคำพูดที่กลายเป็น...วิวาทะทางการเมืองอีกครั้ง หลัง "พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่" หยิบเรื่องนี้มาใช้...โดยพยายามจะโชว์วิสัยทัศน์...เรื่องชนชั้น...ที่พรรคของเขาพยายามหยิบมาเป็นแคมเปญ...โดยเจ้าตัวออกมาโพสต์ทำนอง "มนุษย์เงินเดือนคือไพร่สมัยใหม่" จนก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่าย กระทั่งเจ้าตัวยังยอมถอย โพสต์ขออภัยในเวลาต่อมา
แต่ทว่า...แทนที่เรื่องนี้จะแผ่วจางไป เพราะ "นายพลโท" ซึ่งเติบโตมาจากสาย "อำนาจนิยม" และอยู่ส่วนบน ๆ ของ "โครงสร้างระบบอุปถัมภ์" แต่กลับดัดจริต...มาพูดเรื่องชนชั้น...ซึ่งถือเป็นขั้วตรงข้าม และออกจะเป็นปฏิปักษ์กับสิ่งตัวเองพูด...ยอมถอยแล้วเพราะทนถูกสังคมก่นด่าไม่ไหว
เอาเข้าจริงกลับปรากฏว่า "นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี" อาจารย์จาก วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลับออกมาหนุนเสริม "นายพลโท" ผู้นั้น ผ่านเฟซบุ๊กของตน โดยชักแม่น้ำทั้ง 5 มาอธิบายเรื่อง "ไพร่-ทาสที่ยังดำรงอยู่ในสังคมไทย" นี้ (ตามความคิดเชื่อของพวกเขา) ถึงกับไปลากเอา ทฤษฎีของ "E.P.Thompson" นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษมาอ้างอิงความเชื่อของตน
ก่อนจะโดนสวนจังจังว่า "Thompson" ที่เขายกมานั้น เสนอเรื่อง "concept of time" ที่เปลี่ยนไปจากช่วงก่อนและหลังปฏิวัติอุตสาหกรรมและทุนนิยม ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ "เรื่องรัฐสวัสดิการ ไพร่-ทาส" ที่ "นายษัษฐรัมย์" กำลังจะโมเมโยงมั่ว...ทำให้เจ้าตัวต้องรีบแก้ตัวเป็นพัลวัน
โดยรายละเอียดที่ "ษัษฐรัมย์" ระบุไว้ใน เฟซบุ๊กของเขา คือ
ระบบไพร่ ทาส คือระบบที่ยืนยันสถานะของชาติกำเนิดที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในภาพรวม ไม่นับรวมความโชคดีแบบการถูกล็อตเตอรี หรือความกรุณาจากผู้อุปถัมภ์ (การเลื่อนชนชั้นในระบบไพร่ทาส มีสองเรื่องคือ โชค +ความเมตตา เป็นหลัก)
ปัจจุบันมันไม่ได้หายไปอย่างสิ้นเชิง E.P.Thompson นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษระบุใน Time, Work-Discipline, and Industrial Capitalism ถึงอำนาจนิยมแบบครบวงจรในระบบทุนนิยม
ระบบทุนนิยมเกิดขึ้นโดยการขยายกลุ่มของนายทาสให้เพิ่มขึ้น เป็นแบบนี้อยู่นับร้อยปี และคิดค้นเทคโนโลยีเป็นระบบอุตสาหกรรมและเวลาในโลกสมัยใหม่เพื่อสร้างความแปลกแยกให้ผู้ใช้แรงงานไม่ตั้งคำถาม
กระทั่งการต่อสู้ของประชาชนและขบวนการแรงงานที่สะสมต่อเนื่อง ที่ ทำให้เกิดกฎหมายแรงงาน และสวัสดิการสังคม จนถึงขั้นสุดคือการสร้างรัฐสวัสดิการ ผู้คนจึงไม่ถูกกักขังด้วยชาติกำเนิด
การเลื่อนสถานะในวงกว้างของสังคมเพิ่งเกิดขึ้นจริงๆในช่วงไม่ถึงร้อยปี ที่ผ่านมา
แต่นับตั้งแต่ ช่วงปี 1970 พรรคอนุรักษ์นิยม ร่วมกับกลุ่มทุนผูกขาด กลุ่มทุนข้ามชาติมุ่งทำลายรัฐสวัสดิการ สหภาพแรงงานและการคุ้มครองแรงงาน และโฆษณาตรรกะใหม่ คือลัทธิเสรีนิยมใหม่ แปรรูปรัฐวิสาหกิจ เพิ่มค่าเทอมมหาวิทยาลัย สร้างระบบสงเคราะห์แทนสิทธิ์ถ้วนหน้า นำระบบประกันเอกชนมาแทนสวัสดิการของรัฐ สิ่งนี้เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่เว้นไทย
ผู้คนทำงานหนักขึ้น แต่กลับเลื่อนลำดับชั้นลำบาก
ดัชนี Gini ตัวชี้ความเหลื่อมล้ำที่ล้อกับโอกาสการเลื่อนลำดับชั้นในสังคม แสดงโดยประมาณว่า คนที่จนที่สุด 20% ของไทยมีโอกาสสูง 60% ที่จะจบชีวิต 20% ล่างเหมือนเดิม
งานวิจัยหลายชิ้นชี้อีกว่า ตั้งแต่ ปี 2540 ชัดเจนว่าการศึกษาระดับอุดมศึกษาไม่ได้ทำให้คนเลื่อนลำดับชั้น เป็นเพียงการยืนยัน สถานะของคนกลุ่มเดิมเท่านั้นในภาพรวม
คนไทย นับ10ล้านคนยากจน รายได้ต่ำกว่า 10,000บาท/เดือน มีหนี้ที่ใช้คืนไม่ได้
คน Gen Y ทำงานหนักเป็นสามเท่าของคนรุ่นพ่อแม่เพื่อมีมาตรฐานชีวิตแบบเดียวกัน
สังคมผู้สูงอายุที่คนแก่ ทำงานมาจนตาย แต่ไม่มีหลักประกันอะไรเลยนอกจากความกตัญญูของลูกหลานที่ลำบากไม่แพ้กัน
สังคมที่ไร้ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ผู้คนไร้ศักดิ์ศรี ขาดเสรีภาพทางการเมือง ปิดโอกาสการเลื่อนชนชั้น
นี่คือไพร่สมัยใหม่โดยแท้ ต้องแก้ไขด้วยประชาธิปไตยแบบถอนราก และรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจรเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ถูกผู้รู้อย่าง "Kittitouch Chaiprasith" นักวิชาการอิสระ เจ้าของเพจเฟซบุ๊กที่เกาะติดการเมืองฝั่งเสื้อแดงอย่างคนรู้ทันมานาน ได้ออกมา...ลอกคราบแก่นคิดของ "ษัษฐรัมย์" ที่จงใจโหนกรณีนี้...เพื่อหวังผลทางการเมืองโดย...ก๊วนอนาคตใหม่...ยังคิดว่าคนไทยโง่แบบสั้น ๆ แต่น่าสนใจว่า
"หลังจากรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสท์ดูถูกคนทำงานกินเงินเดือนไปเมื่อวาน วันนี้แกนนำพรรคอนาคตใหม่ ออกมาแก้ต่างให้ด้วยการยืนยันว่า "ระบบไพร่ทาส" ยังมีอยู่จริง และเป็น #สถานะของชาติกำเนิดที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในภาพรวม
(แปลกดีที่ผมเห็นคนรากหญ้าที่ขยันและเห็นโอกาส ทำงานจนพลิกตัวเองมาเป็นเจ้าของกิจการได้เยอะแยะครับ)
พร้อมย้ำว่าที่เป็นแบบนี้เพราะ "ผู้คนไร้ศักดิ์ศรี ขาดเสรีภาพทางการเมือง ปิดโอกาสการเลื่อนชนชั้น" และต้องแก้ไขด้วย "ประชาธิปไตยแบบถอนราก และรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจรเท่านั้น"
หมายเหตุ: อยากรู้จังว่า...ประชาธิปไตยแบบถอนราก คืออะไร?
เอาจริงๆ นะครับ สุดท้ายนี่ก็ #การเมืองน้ำเน่า การเมืองแบบ #Demagogue ผู้นำประชาธิปไตยจอมปลอม ที่หาเสียงด้วยการแบ่งแยกผู้คน กดมวลชนให้รู้สึกต่ำต้อยลง เพื่อให้เกิดความคับแค้น แล้วก็ชูตัวเองเป็นผู้นำ เป็นฝ่ายธรรมะ ยืนข้างคนระดับล่าง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ตัวเองจะได้เข้าสู่อำนาจรัฐในอนาคต
การเมืองแบบ Demagogue แบบนี้เขาทำกันมาตั้งแต่ 3-4 พันปีที่แล้ว และก็ทำไล่มาเรื่อยๆ ก็ยังไม่เห็นว่านี่คือ การเมืองใหม่ หรือ เป็นการเมืองสร้างสรรค์แต่ประการใด สุดท้ายก็ยังคงเดิม หนีไม่พ้นสร้างความหวาดกลัวและเกลียดชังกับเรื่องชนชั้น เรื่องเสรีภาพ เพื่อใช้ปลุกระดมมวลชนแบบเดิมๆ นั่นเอง...
ที่มาข่าว: ระบบไพร่ทาสยังอยู่!อนาคตใหม่ยันมีจริง การศึกษาทำให้เลื่อนชั้นไม่ได้ต้องใช้รัฐสวัสดิการครบวงจรแก้
https://www.thaipost.net/main/detail/11335"
ขอบคุณข้อเขียน : "Kittitouch Chaiprasith"
