สิทธิมนุษยชนไร้เดียงสา??"โบว์ ณัฏฐา"ขู่ฟ่อลุยฟ้องโซเชียลบิดเบือนถล่มด่า โพสต์เชียร์ต้านโทษประหาร  ไม่มีสักแอะรู้สึกร่วมทุกข์เหยื่อโหด!??

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

สืบเนื่องจากประเด็นที่มีการประหารนาย ธีรศักดิ์ หลงจิ หรือ มิก อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่นอย่างทารุณโหดร้ายเพื่อชิงทรัพย์ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2555 โดยนักโทษเด็ดขาดดังกล่าวได้ทำร้ายและบังคับเอาทรัพย์สิน คือ โทรศัพท์มือถือ และกระเป๋าสตางค์ รวมทั้งใช้มีดแทงผู้ตาย รวม 24 แผล เป็นเหตุให้เหยื่อถึงแก่ความตายนั้น

ต่อมาโดย โบว์ ณัฏฐา สาวนักเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเฉพาะการต่อต้านรัฐบาลคสช.  และเป็นหนึ่งในคณะบุคคลที่เดินหน้ารณรงค์เร่งการเลือกตั้ง เช่นเดียวกับแนวคิดนักการเมืองที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์รัฐประหารปี 2557 ก็ได้มีการแชร์โพสต์ชวนคนไปต้านประหารที่หน้าเรือนจำบางขวาง จนกระทั้งเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างมากมายในโลกโซเชียล 

 

สิทธิมนุษยชนไร้เดียงสา??"โบว์ ณัฏฐา"ขู่ฟ่อลุยฟ้องโซเชียลบิดเบือนถล่มด่า โพสต์เชียร์ต้านโทษประหาร  ไม่มีสักแอะรู้สึกร่วมทุกข์เหยื่อโหด!??

 

จนเกิดการตอบโต้ โดยน.ส.ณัฏฐาได้โพส์ข้อความ"เรื่องการสร้างข่าวปลอมพร้อมนัดแถลงข่าวเพื่อปกป้องตัวเอง โดยใช้หัวข้อในครั้งนี้ว่าการแถลงข่าวปลอมและการคุกคาม “จากการแสดงความคิดเห็น ถึงอาชญากรรมออนไลน์ กับวัฒนธรรมประชาธิปไตยที่ต้องสร้าง” 

 

สิทธิมนุษยชนไร้เดียงสา??"โบว์ ณัฏฐา"ขู่ฟ่อลุยฟ้องโซเชียลบิดเบือนถล่มด่า โพสต์เชียร์ต้านโทษประหาร  ไม่มีสักแอะรู้สึกร่วมทุกข์เหยื่อโหด!??

 

โดยบางช่วงน.ส.ณัฏฐาได้กล่าวถึง กระแสสังคมเกิดขึ้น ระบุว่า เกิดจากการที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยได้รับการฝึกทักษะการแลกเปลี่ยนความคิดเขียนอย่างเป็นเหตุเป็นผลโดยควบคุมอารมณ์ได้และไม่นำสู่ความรุนแรงซึ่งทักษะดังกล่าวต้องฝึกฝนตั้งแต่ที่บ้านและที่โรงเรียน ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยจะให้ความสำคัญตั้งแต่วัยประถมแต่น่าเสียดายที่ในไทยขาดประชาธิปไตยมาเป็นเวลานาน  จนคนอาจหลงลืมไปว่าการต่อสู้ทางความคิดอารยะได้  และที่สุดแล้วความเห็นที่แตกต่างหากเดียวกับการแก้ไขกฎหมาย ก็จะจบที่สภา. ถ้ามีการเสนอแก้ไขแล้วโหวตกันว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่อย่างไร

 

 

น.ส.ณัฏฐา เสริมว่า คนไทยไม่มีสภาที่มีผู้แทนของเราไปโหวตออกกฏหมายมาเป็นเวลากว่าสี่ปีแล้วจึงอาจลืมไปว่าไปทางของการคิดต่างมันไม่จำเป็นต้องด่าทอหรือครูพากันแต่วันนี้เราน่าจะตั้งหลักกันใหม่ได้ ซึ่งในกรณีของกฎหมายเกี่ยวกับโทษประหารเห็นว่าคงยังไม่ไปถึงขั้นที่จะมีการเสนอแก้ไขอย่างเป็นทางการเพราะเข้าใจว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังคิดว่าควรมีการประหารอยู่ แม้ตนจะไม่เห็นด้วยกับการฆ่าทุกกรณี  แต่ก็เห็นว่าใครก็ตามที่ต้องการคุณณรงค์เรื่องนี้จะต้องใช้เวลาอีกนานในการสื่อสารและณรงค์ต่อไป

 

สิทธิมนุษยชนไร้เดียงสา??"โบว์ ณัฏฐา"ขู่ฟ่อลุยฟ้องโซเชียลบิดเบือนถล่มด่า โพสต์เชียร์ต้านโทษประหาร  ไม่มีสักแอะรู้สึกร่วมทุกข์เหยื่อโหด!??

 

อย่างไรก็ตามที่เป็นน่าสังเกตว่า ตลอดระยะเวลากว่า 30 นาทีในการแถลงข่าวครั้งนี้  น.ส.ณัฏฐาได้ใช้โอกาสนี้ในการพูดถึงแต่เรื่องที่ตนเองถูกละเมิดจากเสียงพิษากณ์วิจารณ์ของสังคม ซึ่งต่อจากนี้น.ส.ณัฏฐาจะดำเนินการเอาผิดกับแฟนเพจต่างๆ ร่วมไปถึงผู้ที่แชร์ส่งต่อภาพดังกล่าว หาก2วันต่อจากนี้ไป ยังไม่ลบภาพน.ส.ณัฏฐาจะทำการสุ่มดำเนินคดี  ชัดเจนว่าการกระทำดังกล่าวของน.ส.ณัฏฐาเพื่อป้องกันการถูกละเมิด แต่ขัดแย้งกับพฤติกรรมในอดีตที่ผ่านมา โดยเฉพาะในฐานะแกนนำ”กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง “ทั้งการพูดโจมตี กองทัพ คสช. และตัวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี 

 

ยกตัวอย่างการนำขบวนผู้ร่วมชุมนุม เคลื่อนไปยังทำเนียบรัฐบาล ในวันที่22พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งยังอยู่ในความทรงจำของใครหลายๆคน นั้นคือขณะที่น.ส.ณัฏฐา ได้ถ่ายทอดสดผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวบริเวณประตูมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

 

ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินมายังน.ส.ณัฏฐา  พร้อมกล่าวว่า “ขอบโทษนะค่ะ  เป็นผู้ชุมนุมหรือไม่ “ และกล่าวต่อว่า “น่าจะชุมนุมตอนเดือนมิถุนายนได้ไหม เพราะตอนนี้นักศึกษาเขาสอบกัน มันลำบากมากเลย”

 

โดยน.ส.ณัฏฐากล่าวตอบในทำนองปฏิเสธว่าตนไม่ได้ต้องการปิดถนน และโยนความผิดไปที่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย  ซึ่งหญิงสาวรายดังกล่าวได้กล่าวย้ำอีกด้วยว่า “ถ้าพวกคุณไม่มาก็คงไม่เกิดขึ้น”

 

การที่หญิงสาวคนดังกล่าวได้ออกมาต่อว่าน.ส.ณัฏฐานั้น ได้สะท้อนถึงข้อความจริงที่ว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งได้ล่วงละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา อาจารย์ เจ้าหน้าที่ ร่วมไปถึงประชาชนบริเวณดังกล่าว ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนมากน้อยเพียงใด

กลับมาที่ประเด็นการมีอยู่ของ”โทษประหาร”ในประเทศไทย ซึ่งเป็นไปตามหลักกฎหมายและขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม ต้องยอมรับว่าปัจจุบันมีคดีร้ายแรงหลาย ๆ คดีเกิดขึ้น การมีโทษประหารก็เพื่อทำให้บ้านเมืองสงบสุขและเพื่อเป็นบทเรียนสอนใจ ซึ่งเป็นเรื่องความจำเป็นและความต้องการของประชาชนเกือบทั้งประเทศ อีกทั้งต้องคำนึงถึงจิตใจหัวอกของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ หรือถูกละเมิดด้วย และร่วมไปถึงญาติพี่น้อง คนในครอบครัวด้วย  เป็นสิ่งน.ส.ณัฏฐามองข้ามมาโดยตลอด และไม่เคยกล่าวถึงแต่อย่างใด 

 

ความรู้สึกของญาติตกเป็นเหยื่อ นายสุนทรและนางยุคล สุขมาก พ่อกับแม่ของผู้ตายที่ถูกนายมิกฆ่านั้นได้กล่าวถึงกรมราชทัณฑ์ได้ประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดคนดังกล่าวว่า ตนสึกดีใจหลังทราบข่าวผ่านสื่อมวลชนว่า คนร้ายคดีฆ่าลูกชายตน ถูกศาลพิพากษาประหารชีวิต และดีใจที่ได้ตัดสินแบบนี้ รู้สึกว่าได้ความยุติธรรมกลับมา ทั้งตนและครอบครัว ฝากขอบคุณศาลฯ ที่ได้ตัดสินให้ประหารชีวิต และในตอนนี้ ทางครอบครัวเชื่อในกระบวนการยุติธรรมสามารถทำได้จริง เชื่อมั่น 100% แล้ว แต่อยากขอให้นำตัวผู้กระทำผิดอีก 1 คน ซึ่งอยู่ในสำนวนสอบสวนของตำรวจมาดำเนินคดีด้วย ซึ่ง 6 ปีที่ผ่านมาความรู้สึกยังเหมือนเดิม ใช้ชีวิตไปวัน ๆ และรู้สึกทรมานที่สุดตั้งแต่เสียลูกไป เพราะลูกคนนี้ช่วยพ่อแม่ทำงานทุกอย่าง และยังเป็นนักกีฬาดีเด่นของโรงเรียนด้วย

 

ถ้าหากน.ส.ณัฏฐา ลองเปิดใจและรับฟังเสียงของญาติหายบ้าง ก็น่าจะเห็นความเป็นจริงบางประการ อีกทั้ง สังคมไทยไม่ได้ขาดการ “ควบคุมอารมณ์จนนำไปสู่ความรุนแรง” สังคมไทยเข้าใจในบริบทที่เป็นอยู่ และผู้ถูกละเมิดต้องได้ละความยุติธรรม ไม่มีใครยินดียินร้ายกับการตายที่เกิดขึ้น ทุกเรื่องมีเหตุและผล

 

โดยเเฉพาะกับมุมผู้คนที่อยู่ในสังคม อาทิทางด้านเเฟนเพจ ..ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี  อดีตนางสาวไทยปี 2543 .... ก็ได้ออกมาเเสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับกรณีที่ คนถูกกระทำ ตายไปแบบที่ไม่มีสิทธิเรียกร้องอะไรให้กับตัวเอง แต่คนลงมือกระทำทำไมได้รับสิทธิ์มากมาย

 

สิทธิมนุษยชนไร้เดียงสา??"โบว์ ณัฏฐา"ขู่ฟ่อลุยฟ้องโซเชียลบิดเบือนถล่มด่า โพสต์เชียร์ต้านโทษประหาร  ไม่มีสักแอะรู้สึกร่วมทุกข์เหยื่อโหด!??

ในวันที่ 20 มิถุนายน 2561 มีความเคลื่อนไหวของ บุ๋ม ปนัดดา   ก็ได้ไลฟ์สดผ่านเพจ ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี.. ยืนยันถึงความต้องการที่จะเห็นโทษประหารชีวิต มีอยู่ในประเทศไทยต่อไป  

 

 มีใจความสำคัญ คร่าวๆว่า  ขอเเสดงความยินดี กับกลุ่มเเอมเนสตี้ ที่ไปประท้วงหน้าเรือนจำบางขวางด้วย ที่ทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น    อยากให้เห็นสภาพของครอบครัวของคนที่เป็นเหยื่อ เขาจะรู้สึกอย่างไร มีความเป็นอยู่อย่างไร  อย่างน้อยนักโทษประหารยังมีโอกาสโทรหา สั่งเสียร่ำลา คนในครอบครัว เเต่เหยื่อที่เสียชีวิต เขาไม่มีโอกาสเหล่านี้เลย ..  เราไม่ได้บอกว่าสังคมไทย  เป็นสังคมที่เถื่อน    ไม่มีใครอยากให้ญาติพี่น้องตนเองโดนฆ่าหรอก  จะให้โอกาสนักโทษรายนี้อีกหรอ ?? นักโทษประหารรายนี้ ทำผิดมา 8 ครั้ง ได้โอกาสมา 8 ครั้งเเล้ว   เเละก็มีการตัดสินมาถึง 3ศาล  ตั้งเเต่ ศาลชั้นต้น  อุทธรณ์  เเละ ฎีกา

 

 

พร้อมฝากถึงกลุ่มเเอมเนสตี้ ถ้าองค์กรจากต่างประเทศ ยอมสนับสนุนเงิน  ดูเเลนักโทษ ดูเเลคนในเรือนจำทั้งหมด ก็ให้มาคุยกันใหม่  บุ๋มอาจจะยอมเปลี่ยนเเนวคิด  เเต่เเค่จะมายืนถือป้าย เเละรับเงินจากต่างประเทศ เพื่อปากท้องเงินเดือนของพวกคุณ เเบบนี้คนไทยไม่รับ!!   สังคมไทย ไม่ได้เป็นสังคมที่ต้องฆ่า ต้องรุนเเรง   เเละขอยืนยันตรงนี้ว่า สิ่งที่เราเห็นด้วยกับโทษประหาร ไม่ใช่ความสะใจ ไม่ใช่ต้องการเห็นความรุนเเรงในประเทศ  เเต่เพราะเราอยากเลือกสังคมที่เราอยากจะอยู่มากกว่า   เเละต่อจากนี้ไป ถึงเวลาที่เราต้องเลือกเเล้วว่า สังคมที่เราต้องการจะอยู่เป็นอย่างไร  เเละ บุ๋ม ปนัดดา ขอทิ้งท้ายยืนยัน ย้ำชัดๆว่า การประหารสมควรมีต่อไปในประเทศไทย!!

 

หรือ อนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความที่สร้างชื่อจากการเป็นทนายคดีกลุ่มวัยรุ่นรุมฆ่าชายพิการจนเสียชีวิต โพสต์เฟซบุ๊กเเสดงความคิดเห็นกรณีการลงนำโทษโทษประหารกลับมา ที่ระบุว่า..

 

ฝ่ายที่ต่อต้าโทษประหารโดยการเป็นวิศวะกรสังคมสร้างโลกในอุดมคติให้ปราศจากความรุนแรงผมก็เห็นว่าดีให้ทำต่อไป..!!

 

แต่ตราบใดสังคมในอุดมคติยังไม่มีไม่เกิดขึ้นจริงผมต้องทำหน้าที่ปกป้องเหยื่อตามกฏหมายโจรร้ายสันดานอำมหิตต้องรับผลกรรมตายตกตามกันสาสมกับแรงกรรมที่เขากระทำ

 

“ ชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต”

 

สิทธิมนุษยชนไร้เดียงสา??"โบว์ ณัฏฐา"ขู่ฟ่อลุยฟ้องโซเชียลบิดเบือนถล่มด่า โพสต์เชียร์ต้านโทษประหาร  ไม่มีสักแอะรู้สึกร่วมทุกข์เหยื่อโหด!??

 

ยิ่งไปกว่านั้น 'นิด้าโพล' ทำการสำรวจใน 'โทษประหารชีวิต ควรหยุดหรือไปต่อ' พบคนไทย 92.49% ระบุว่า ควรมีโทษประหารชีวิตต่อไป เพราะ เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย และเป็นบทเรียนเตือนใจให้แก่ผู้กระทำความผิดหรือคิดจะกระทำความผิด มีความเกรงกลัว เพื่อลดปัญหาอาชญากรรม และเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับครอบครัวที่สูญเสีย และมีเพียง7.51 % เท่านั้น ที่ระบุว่า ไม่ควรมี โทษประหารชีวิตต่อไป เพราะ ไม่ได้ทำให้คดีอาชญากรรมลดลง ควรให้โอกาสสำหรับผู้ที่กระทำผิด เนื่องจากบางคนอาจจะทำเพราะเหตุบันดาลโทสะ หรือไม่ได้เจตน

 

จากกรณีที่เกิดขึ้นก็น่าจะทำให้น.ส.ณัฏฐาเข้าใจถึงเหตุและผลของการมีอยู่ของโทษประหาร บ้างไม่มากก็น้อย