- 05 ก.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
การเกิดขึ้นของ กลุ่มสามมิตรที่มี “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” สมทบด้วย “สมศักดิ์ เทพสุทิน”เป็นแกนนำ พร้อมด้วยนายอนุชา นาคาศัย นายจำลอง ครุฑขุนทด และนายภิรมย์ พลวิเศษ ได้มีการพูดคุยกับกลุ่มการเมืองผู้ที่มีความประสงค์จะเข้าร่วมกับ”พรรคพลังประชารัฐ” และเลือกที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีต่อ อีกหนึ่งสมัยนั้น ในการเลือกตั้งครั้งสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า
เกิดกระแสข่าวสะพัดว่าอดีตส.ส.เกรดเอ หรือส.ส.ตัวหลักเตรียมเก็บข้าวของย้ายมุ้งเป็นจำนวนมาก เรื่องนี้ทำเอา”พรรคเพื่อไทย”ระส่ำระสาอย่างหนัก ทำให้แกนนำภายในพรรคต้องเร่งหาทางแก้เกมอย่างเร่งด่วน
พร้อมกับการสร้างกระแสจากฝั่งเพื่อไทยถึง “ข้อเสนอ” ที่ทำให้อดีตส.ส.ย้ายพรรค ทั้งเรื่องให้เงินเดือน และให้คำมั่นสัญญาในเรื่องต่างๆ บางรายหนักมาก ถึงขั้นอ้างว่า สาเหตุหลักที่อดีต ส.ส.ไปอยู่พรรคอื่นนั้นมาจากการจ่ายเงินให้มาก 10-15 เท่า และถูกกดดันหลายอย่าง ที่ร้ายกว่านั้นมีการอ้างว่า หากอดีตส.ส.ไม่ยอมย้ายพรรค จะไม่รับรองความปลอดภัยหากยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย
สถานการณ์ของพรรคเพื่อไทยในตอนนี้เริ่มไม่ค่อยสู้ดีนัก ทำให้เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย เดินทางมายื่นหนังสือต่อประธานกกต. และเลขาธิการกกต. เพื่อให้กกต.ระงับและไม่อนุญาตให้จัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ ที่มีนายชวน ชูจันทร์ เป็นผู้ยื่นขอจดจัดตั้งพรรค พร้อมทั้งดำเนินคดีและตรวจสอบกรณีกลุ่มสามมิตรที่นำโดยนายสมศักดิ์, นายสุริยะ และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เนื่องจากมีลักษณะการกระทำดูดอดีต ส.ส.เพื่อไปร่วมพรรคพลังประชารัฐ และสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป โดยมีนายสมพล พรผล ผอ.สำนักงานกิจการพรรคการเมืองเป็นผู้รับหนังสือ
นายสุชาติ กล่าวว่า แม้วันนี้พรรคพลังประชารัฐ จะยังไม่เป็นพรรคการเมือง แต่ก็เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น โดยแกนนำของกลุ่มที่ในแวดวงพรรคการเมืองก็รู้ว่าคือนายสมคิด และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรงพาณิชย์ อยู่เบื้องหลัง
มีการใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะข้าราชการการเมือง ไปเดินสายพูดคุยเพื่อดูดอดีต ส.ส.ให้เข้าพรรค ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 (4) ที่บัญญัติห้ามมิให้คณะรัฐมนตรี ใช้ทรัพยากรของรัฐ หรือบุคลากรของรัฐ เพื่อกระทำการใดอันอาจมีผลต่อการเลือกตั้ง
รวมถึงมีการใช้ให้นายสมศักดิ์ และนายสุริยะ ไปเสนอให้ผลประโยชน์แก่อดีต ส.ส. ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งก็จะเข้าข่ายผิด มาตรา 30, 31 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่กำหนดว่า ห้ามมิให้พรรคการเมืองหรือผู้ใด ให้ เสนอให้ หรือ สัญญาว่าจะให้เงิน หรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าโดยตรง หรือโดยอ้อมเพื่อจูงใจ ให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค และห้ามมิให้ผู้ใดเรียก รับ หรือ ยอมรับเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด จากพรรคการเมืองหรือจากผู้ใด เพื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิก โดยจะมีโทษตามมาตรา 109 จำคุก 5–10 ปี ปรับ 1-2 แสนบาท ทั้งจำทั้งปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
ขณะที่ล่าสุดในวันนี้เอง (5ก.ค.) นายสมคิด กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตร ที่มีการพาดพิงถึงตนก็ให้พาดพิงต่อไป ตนไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง เพราะทำงานด้านเศรษฐกิจ เมื่อถามว่า ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสามมิตรใช่หรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า ทุกคนเป็นเพื่อนกัน และไม่ใช่แค่สามมิตร เป็นมวลหมู่มหามิตรเลย เป็นเพื่อนฝูงกันทั้งหมด วงการเมืองคือเพื่อนๆกัน เมื่อถามว่าเพื่อนๆกันจะมารวมตัวกันได้หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ขอร้องอย่าชี้นำ
เมื่อถามว่า บางคนมองว่ากลุ่มสามมิตรรวมกับพรรคพลังประชารัฐ จะชนะพรรคเพื่อไทย นายสมคิด กล่าวว่า ไม่ต้องมาถามเรื่องการเมือง เพราะส่วนตัวไม่ได้เข้าไปยุ่งหรือเกี่ยวข้องด้วย แต่ตนมีเพื่อนเยอะ และเชื่อว่าทุกคนก็มองถึงประเทศชาติทั้งนั้น ทุกพรรคคือเพื่อนกันทั้งนั้น
“ไม่ใช่แค่ช่วงนี้ที่มีคนเอาชื่อผมเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่เป็นมา 20 ปีแล้ว การทำเพื่อประเทศ ไม่เกี่ยวกับว่าจะรวมกลุ่มหรือไม่รวมกลุ่ม การเมืองคือการที่ทุกคนต้องเข้ามาทำให้ประเทศดีขึ้น อย่าไปโฟกัสว่าจะรวมกลุ่มหรือไม่ พรรคการเมืองดีทุกพรรค แต่ละพรรคมีนโยบายของเขา ใครจะอยู่พรรคใดก็อยู่ไปถ้ามีความสุข คนที่จะเลือกพรรค เขาจะมองว่าพรรคนั้นสามารถทำให้เขาได้ทำงานเพื่อประเทศชาติได้หรือไม่ ใครจะอยู่พรรคใดก็แล้วแต่ ทุกคนมีสิทธิ์ทั้งนั้น แต่อย่าทะเลาะกัน อย่าไปมองการเมืองในแง่ที่ไม่ดี ส่วนใครจะเอาชื่อผมไปพาดพิงหรืออะไร ก็ตามสบายเถอะ”นายสมคิดกล่าว
เมื่อถามว่ากลุ่มสามมิตรระบุได้ดีลการเมืองผ่านท่าน ตกลงได้พูดคุยกับหลายคนในกลุ่มสามมิตรหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า ไม่ได้คุย เอาข่าวมาจากไหนก็ไม่รู้ ไม่เคยพูดคุยกันเลย ตนเพิ่งกลับจากต่างประเทศ หายไป 2 สัปดาห์ ก็มีแต่ข่าวว่าตนไปพูดคุย ยืนยันว่าไม่มี
ก่อนหน้านี้นาชวน ชูจันทร์ ผู้จดแจ้งตั้งพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่า ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มสามมิตร และไม่เคยเจอใครในกลุ่มสามมิตร
อย่างไรก็ตามความจริงณ.เวลานี้ “พรรคพลังประชารัฐ” นายสมคิด และกลุ่มสามมิตร ยังไม่มีความเกี่ยวข้องกันอย่างชัดเจนนัก อีกทั้งด้วยสถานะพรรคพลังประชารัฐ ก็ยังไม่มีสถานะเป็นพรรคการเมืองโดยสมบรูณ์ การวางตัวใครจะมาทำหน้าที่หัวหน้าพรรคตัวจริง ก็ยังไม่ระบุว่าเป็นใคร หรือกระแสข่าวอื่นๆไม่ว่าจะเรื่องเงินๆทองๆก็ดี หรือส่วนแกนนำจะได้ตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี ซึ่งเรื่องนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่ “ข่าวลือ” ก็เป็นไปได้!!!
แต่จะว่าไปการที่อดีตส.ส.จะย้ายพรรค คล้ายอะไรแพแตกเช่นนี้ ..ก็คง ไม่เป็นปัญหาสำหรับพรรคเพื่อไทยนัก จำได้ว่าเมื่อเร็วๆมานี้ ในงานเบิดเดย์น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายทักษิณได้ประกาศศักดาอะไรไว้บ้าง??
ย้อนไปเมือวันที่21 มิ.ย.ที่ผ่านมา โลกออนไลน์มาได้มีการแชร์ คลิปวิดีโอ นาย ทักษิณ ขณะวิดีโอคอลส่งสัญญาณมายัง "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" และลูกพรรคส.ส.เมืองไทยอีกหลายคน นายทักษิณได้แสดงให้เห็นว่ายังเป็นผู้ที่ยุ่งเกี่ยวและมีอิทธิพลที่สามารถครอบงำและชี้นำพรรคเพื่อไทยได้เหมือนเดิม แม้ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยในขณะนี้แล้ว
เนื้อหาใจความว่า ตนกำลังจะบอกว่า เราจะชนะทุกเขตทางภาคอีสาน แล้วกำลังทวิตเตอร์ขอบคุณมากที่ออกไป ได้ฝึกเป็นคนเสียสละเป็นอย่างมากเพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นผู้แทน ผมได้บอกไปว่า คนที่ออกจากพรรคไปมี 2 ประการ
ประการที่ 1.คนที่ออกไปเพื่อเก็บสตางค์ แล้วก็เลิกเล่นการเมือง เพราะว่า พวกนี้หน้าโง่จ่ายให้ ก็เก็บสตางค์ไปพักผ่อนซะ
แล้วอีกประเภทหนึ่งก็คือ 2.เป็นคนที่มั่นใจในตัวเอง ลืมไปว่าคะแนนตัวเองแพ้คะแนนพรรคมาโดยตลอด มาเที่ยวนี้ดีแล้วจะได้เอาเด็กรุ่นใหม่ขึ้นมาแทนเดี่ยวจ.เลย และที่โคราชหรือจ.นครราชสีมา ต้องมีคนรุ่นใหม่ขึ้นมาแทน ดีมากเลย เออ
ดูเหมือนว่าการย้ายออกของอดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย จะเป็นผลดีมากกว่าเสียในสายตาของนายทักษิณ และนายทักษิณเองยังเชื่อมั่นและมั่นใจในการคว้าชัยชนะได้ ระดับนายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต ส.ส.ลพบุรี ก็คงไม่ต้องกลัวอะไร ..จริงหรือไม่ ???
