- 31 ก.ค. 2561
เฝ้าใกล้ชิด !!! เช็คสถานการณ์ "ระดับน้ำโขง" ทะลักตลิ่งในอีกสองวัน
จากสถานการณ์ ฝนตกหนักในจังหวัดน่าน และจังหวัดสกลนคร ส่งผลให้หลายฝ่ายต่างเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์ เหมือนดั่งจังหวัดน่าน ที่เกิดเหตุน้ำป่าชะหน้าดิน จนเกิดดินถล่มใน อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสกลนคร ใน 3 อำเภอ ปักธงแดงเตือนลุ่มน้ำก่ำ ให้ขนของขึ้นที่สูง
ทั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกมาเปิดเผยว่า วันที่ 30-31 ก.ค. 61 ประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันตก และภาคตะวันออกให้ระวังคลื่นที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ทั้งนี้เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวตังเกี๋ยและประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง เราก็คงต้องติดตามสถานการร์ฝนตกอย่างใกล้ชิด
ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ก.ค.61 ที่ผ่านมา นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกมาเปิดเผยว่า จากการติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่าในช่วงที่ผ่านมามีฝนตกหนักในหลายจังหวัดของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ทำให้มีภาวะเสี่ยงที่จะเกิดน้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ปภ. จึงได้ประสาน 59 จังหวัดทั่วประเทศเตรียมความพร้อมรับมือ
โดยภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย กำแพงเพชร ตาก พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ นคราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ ยโสธร และอุบลราชธานี
ภาคกลาง 8 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ยะลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
ซึ่งในตอนนี้นั้นจังหวัดที่น่าเป็นห่วง ได้แก่จังหวัดเชียงราย ที่มีฝนตกติดต่อกันมาหลายวัน ทำให้น้ำป่าที่ไหลลงมาจากเทือกเขานางนอน ถ้ำเสาหินพญานาค และน้ำจากถ้ำปลาไหลทะลักเข้าบ้านเรือน โดยระดับน้ำท่วมสูงที่วัดได้ 1.50 จากเอว จังหวัดแม่ฮ่องสอน อ.สบเมย ยังมีระดับน้ำจากแม่น้ำสาละวิน เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ทจุดที่น่าเป็นห่วงมีการพบถนนแตกทรุดตัวเพิ่มอีกหลายจุด ในเบื้องต้นได้อพยพประชาชนที่อยู่อาศัยบริเวณริมลำน้ำแม่สามแลบเป็นที่เรียบร้อยแล้วส่วนอีกสองจังหวัดที่น่าเป็นห่วงคือจังหวัดสกลนคร มี 2 หมู่บ้าน ที่น้ำเข้าท่วม คือ บ้านปู่พื้ม และบ้านโพนแค ทั้งสองหมู่บ้านนี้อยู่ใน อ.โพนนาแก้ว และอีกหนึ่งจังหวัดคือจังหวัดหนองคาย โดยนายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ได้เผยว่าวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา สามารถวัดระดับน้ำในแม่น้ำโขง วัดได้ 9.62 เมตร เพิ่มขึ้นจากวันที่ 29 ก.ค. วัดได้ 0.36 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 2.58 เมตร นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย จึงกำชับให้ทุกภาคส่วนเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำริมโขงอย่างใกล้ชิด
พร้อมทั้งสถานการณ์ล่าสุดของสถานีวัดระดับน้ำ โดยคณะกรรมาธิการลุ่มแม่น้ำโขง ( MRC) ได้ออกมาเผยว่า สถานีวัดระดับน้ำ มุกดาหาร สามารถ วัดระดับน้ำลึก ได้ 13.ม. ระดับตลิ่ง 12 ม. ระดับล้นตลิ่ง 12.5 ม. ระดับน้ำที่วัดได้ 30 ก.ค. 12.1 คาดการณ์ระดับน้ำ 1 - 2 ส.ค. 12.4 - 12.8 ม.
สถานีวัดน้ำโขงเจียม ระดับน้ำลึก 15.5 ม. ระดับตลิ่ง 13.5ม. ระดับล้นตลิ่ง 14.5 ม. ระดับน้ำที่วัดได้ 30 ก.ค. 14.6 คาดการณ์ระดับน้ำ 1-2 ส.ค. 15.1 - 15.3 ม.
สถานีนครพนม ระดับน้ำลึก 13 ม. ระดับตลิ่ง 11.5ม. ระดับล้นตลิ่ง 12 ม. ระดับน้ำที่วัดได้ 30 ก.ค. 11.5 คาดการณ์ระดับน้ำ 1 - 2 ส.ค. 11.3 - 12.5 ม.
ทั้งนี้จากร่องมรสุมทำให้ความกดอากาศต่ำคลุมเวียดนาม บวกกับพายุเซินติญที่เข้าส่งผลให้ฝนตกหนักที่ สปป.ลาว อย่างหนัก ซึ่งประเทศไทยยังต้องเฝ้าระวังและรับมือกับอุทกภัยน้ำท่วมต่อไปอย่างใกล้ชิด
แม่น้ำโขง มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาหิมาลัย ไหลผ่านบริเวณที่ราบสูงทิเบตและมณฑลชิงไห่ ประเทศจีน ผ่านประเทศจีน ประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศไทย ประเทศกัมพูชา และออกสู่ทะเลจีนใต้ที่ประเทศเวียดนาม มีความยาวทั้งหมด 4,880 กิโลเมตร เป็นความยาวในประเทศจีน 2,130 กิโลเมตร ช่วงที่แม่น้ำไหลผ่านประเทศจีนมีชื่อเรียกว่า แม่น้ำหลานชาง หรือ หลานชางเจียง
ลักษณะสำคัญของแม่น้ำโขงคือ มีตลิ่งที่สูงชันมากทั้งสองฝั่ง ไหลเลี้ยวเลาะไปตามไหล่เขา กระแสน้ำจะไหลจากทางเหนือลงสู่ทางใต้ตลอดทั้งปี ระดับน้ำในฤดูฝนกับฤดูแล้งจะมีความแตกต่างกันอย่างมาก ความเร็วของกระแสน้ำขึ้นอยู่กับแต่ละฤดูกาล ดินในแม่น้ำโขงเป็นดินทราย มีเกาะแก่งน้อยใหญ่กว่าหนึ่งร้อยแห่งเรียงรายตลอดแม่น้ำ การที่แม่น้ำโขงไหลผ่านหลายประเทศเช่นเดียวกับแม่น้ำดานูบในยุโรป ทำให้บางคนเรียกว่าแม่น้ำนานาชาติ และทำให้ได้รับการขนานนามว่า แม่น้ำดานูบตะวันออก
นอกจากนี้ ในประเทศจีน แม่น้ำโขงยังเป็น 1 ในแม่น้ำ 3 สาย ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกร่วมกับแม่น้ำแยงซีและแม่น้ำสาละวินในเขตพื้นที่มณฑลยูนนาน ภายใต้ชื่อ พื้นที่คุ้มครองแม่น้ำขนานสามสายแห่งยูนนาน พื้นที่ดังกล่าวนับได้ว่าเป็นสถานที่แห่งหนึ่งบนโลกที่มีความอุดมสมบูรณ์และความหลายหลายทางชีวภาพสูง
อ้างอิง กรมอุตุนิยมวิทยา , คณะกรรมาธิการลุ่มแม่น้ำโขง ( MRC)
