แชร์สนั่น!สาวเหลืออดโวยผญบ.สุราษฎร์รังแกบีบพ้นสวนทุเรียน เจอหนักทั้งครอบครัวแม่แก่-พี่สาวป่วยมะเร็งโดนด่าตัวปัญหา

แชร์สนั่น!สาวเหลืออดโวยผญบ.สุราษฎร์รังแกบีบพ้นสวนทุเรียน เจอหนักทั้งครอบครัวแม่แก่-พี่สาวป่วยมะเร็งโดนด่าตัวปัญหา

 

จากกรณีที่กลายเป็นเรื่องวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากมายในโลกโซเชียลขณะนี้ สำหรับกรณีเมื่อเฟซบุ๊กใช้ชื่อ "นันธิญาน์ ชัชนันท์ชัยกุล" ได้โพสต์บอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวของเธอเองและครอบครัว ว่า มีผู้ประสงค์ร้ายปีนขึ้นไปบนต้นทุเรียนใช้มีดสับลูกทุเรียน ร่วงหล่นหลายสิบลูกต่อวัน ทำลายล้างไม่จบไม่สิ้น เล่นทุกด้าน ทุกทาง ทุกอย่าง ไม่เลิกรา อีกทั้งข่มขู่จะเอาให้ถึงขั้นทำให้บ้านแตกสาแหรกขาด จะทำลายล้างครอบครัวให้ได้รับความเดือดร้อนให้ถึงที่สุด รวมทั้งยิงปืนข่มขู่บ่อยครั้ง นับไม่ถ้วนนั้น

 

แชร์สนั่น!สาวเหลืออดโวยผญบ.สุราษฎร์รังแกบีบพ้นสวนทุเรียน เจอหนักทั้งครอบครัวแม่แก่-พี่สาวป่วยมะเร็งโดนด่าตัวปัญหา

 

 

โดยต่อมามีการโพสต์รายละเอียดเพิ่มเติมอีกว่า คำกล่าวอ้าง ของผู้ใหญ่บ้าน ว่าดิฉันเป็นผู้สร้างปัญหา ดิฉัน มีกันเพียงแค่ 3 คนในบ้านหลังนี้ แม่ที่แก่ชรา พี่สาวพิการเป็นใบ้แต่กำเนิดป่วยด้วยโรคมะเร็ง เข้ามาอยู่อาศัยในหมู่บ้าน ไม่มีญาติ ไม่มีคนรู้จักสักคนในหมู่บ้าน หวังพึ่งพาบารมีผู้ใหญ่บ้าน ให้ความช่วยเหลือปกป้องคุ้มครองในทุก ๆ ด้าน กลับกลายเป็นผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้ทำร้าย ข่มเหง รังแก ดิฉันเสียเอง

 

แชร์สนั่น!สาวเหลืออดโวยผญบ.สุราษฎร์รังแกบีบพ้นสวนทุเรียน เจอหนักทั้งครอบครัวแม่แก่-พี่สาวป่วยมะเร็งโดนด่าตัวปัญหา

 

 

เพียงแค่เหตุผล ไม่ต้องการให้ดิฉันได้รับผลประโยชน์ จากสวนทุเรียน และไม่ต้องการให้ดิฉันเข้ามาอยู่พื้นที่ (ที่ดินแปลงนี้) จึงขอความกรุณาทุก ๆ ท่าน ช่วยพิจารณาด้วยนะคะว่า ดิฉัน หรือผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้สร้างปัญหา สร้างความเสื่อมเสีย ให้กับหมู่บ้าน สร้างความเสื่อมเสีย ให้อำเภอบ้านนาสาร สร้างความเสื่อมเสีย ให้จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขอกราบขอบพระคุณทุก ๆ ท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

 

แชร์สนั่น!สาวเหลืออดโวยผญบ.สุราษฎร์รังแกบีบพ้นสวนทุเรียน เจอหนักทั้งครอบครัวแม่แก่-พี่สาวป่วยมะเร็งโดนด่าตัวปัญหา


ก่อนหน้านั้นมีรายละเอียดระบุว่า...ผู้ประสงค์ร้ายปีนขึ้นไปบนต้นทุเรียนใช้มีดสับลูกทุเรียน ร่วงหล่นหลายสิบลูก ต่อ วัน นี่คือทุเรียนที่ถูกสับด้วยมือมีด ของบุคคลประสงค์ร้าย ทำลายล้างไม่จบไม่สิ้น เล่นทุกด้าน ทุกทาง ทุกอย่าง ไม่เลิกรา อีกทั้งข่มขู่จะเอาให้ถึงขั้นทำให้ดิฉันบ้านแตกสาแหรกขาด จะทำลายล้างครอบครัวให้ได้รับความเดือดร้อนให้ถึงที่สุด รวมทั้งยิงปืนข่มขู่บ่อยครั้ง นับไม่ถ้วน

 

ล่าสุดลูกสาวพาหลานชายวัยหนึ่งขวบห้าเดือนมาเยี่ยมคุณย่า(ดิฉัน) วันที่ 18 กรกฎาคมเวลา 20.30น.
เมื่อได้เวลากลับ ขับรถยนต์ออกจากบ้านดิฉัน รวมเวลาไม่เกิน 5 นาที เลี้ยวขวา ผ่านหน้าบ้านผู้ประสงค์ร้าย ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ทุกคนในบ้านได้ยินกันหมด ด้วยความตกใจ ทั้งดิฉันและลูกสาวต่างก็รีบโทรหากัน ถามถึงเสียงปืนที่ดังขึ้น (เกิดอะไรขึ้นปลอดภัยมั้ยมีใครเป็นอะไรหรือเปล่า) ลูกสาวพูด ให้ลูกกลับไปหาแม่นะ ดิฉันบอกลูกสาวอย่ากลับมาโดยเด็ดขาด ให้รีบขับรถไปโดยเร็วที่สุด เพราะอาจจะคนร้ายตามไปทำร้าย


เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของผู้ประสงค์ร้าย ถ้ายังไม่หยุดการกระทำ แผนการชั่ว คงต้องเอารูปภาพ และภาพวีดีโอออกมา เผยแพร่ต่อสาธารณชน และนักข่าวกันบ้างละค่ะ แล้วอย่ามากล่าวหาว่าดิฉันเป็นผู้สร้างสถานการณ์ รูปภาพที่มีปรากฏชัดเจน ถ้าไม่จำเป็นถึงที่สุด จะไม่ขอเอามาโพสต์เฟซบุ๊กโดยเด็ดขาด ดิฉันเป็นหญิงมีเกียรติและศักดิ์ศรี แบบผู้หญิง ๆ พึงมี ไม่เป็นอย่างเช่น ที่ผู้ประสงค์ร้ายกระทำ ซึ่งเอาแต่ลอบกัด กัดไม่ปล่อย ทำตัวชนิดแบบสุนัขสายพันธุ์ ที่ผู้ประสงค์ร้ายชอบเลี้ยง(พิทบูล)


มีชาวบ้านผู้มีเมตตา และปรารถนาดีหลายคน ขับรถผ่านหน้าบ้านของดิฉัน เห็นป้ายติดประกาศขายบ้าน พร้อมสวนทุเรียน มีเบอร์โทรติดต่อ จึงโทรมาหาดิฉันแทบทุกวันแจ้งให้ดิฉันทราบว่า ผู้ประสงค์ร้ายคนนั้น ได้พูดกับชาวบ้านไว้ว่า จะไม่ยอมให้ดิฉันได้อยู่ในตำบลนี้ และจะทำให้ดิฉันได้รับความเดือดร้อนเป็นที่สุด และถึงที่สุด จะเอาทรัพย์สินทุกอย่างกลับคืนทั้งหมด (ทั้ง ๆ ที่ดิฉันซื้อที่ดินมาอย่างถูกต้อง)

 

นับตั้งแต่ดิฉันเข้ามาซื้อและถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เรื่องราวเกิดขึ้นมากมายกับดิฉัน เนื่องด้วยการกระทำของผู้ประสงค์ร้ายทำให้ต้นทุเรียนตายเป็นจำนวนมาก ทั้งยิงปืนข่มขู่ลูกจ้างของดิฉัน ดิฉันถูกคุกคาม ถูกระราน ถูกเอารัดเอาเปรียบ มาโดยตลอด ไม่เคยตอบโต้ใด ๆ ผู้ประสงค์ร้ายกลับได้ใจฮึกเหิมเพิ่มความรุนแรง มากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน ๆ

 

ดิฉันไม่ได้ต้องการโพสต์รูปภาพและวิดีโอเกี่ยวกับ เรื่องราวที่เกิดขึ้นเลย แม้แต่น้อย แต่ดิฉันรู้สึกไม่มีความปลอดภัย แม้แต่นาทีเดียว เนื่องจากดิฉันยังไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ เลย จากการถูกกระทำดังกล่าว หากดิฉันมีอันตรายถึงร่างกายและชีวิต ก็ขอให้ได้รับทราบไว้ด้วยว่าเป็นการกระทำของผู้ประสงค์ร้ายใกล้บ้าน คนนั้นคนเดียวเท่านั้น เพราะดิฉันไม่เคยมีศัตรูมาก่อน


นับตั้งแต่วันที่ได้รับโอนกรรมสิทธ์ในที่ดินดังกล่าว จนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2561 ก่อน 18.00 น. ทางเข้าบ้าน ของดิฉันยังไม่ได้ทำการรื้อถอนป้าย ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน ออกไป ท่านผู้อ่านลองพิจารณาดูนะคะ มีบุคคลบุกรุกเข้ามา ปีนขึ้นไปขโมยตัดลูกทุเรียนเป็นจำนวนมาก และใช้มีดสับลูกทุเรียนเกือบทั้งสวน นั่นก็หมายความว่าผู้กระทำการนั้น ไม่เคารพ ยำเกรง และให้เกียรติ ผู้ใหญ่บ้านเลย แม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่ผู้ใหญ่บ้านยังคงพักอาศัยอยู่ในบ้านอีกหลังหนึ่งไม่มีเลขที่ ติดกับบ้านของฉัน ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินของดิฉัน(ที่เกิดเหตุ)

 

แชร์สนั่น!สาวเหลืออดโวยผญบ.สุราษฎร์รังแกบีบพ้นสวนทุเรียน เจอหนักทั้งครอบครัวแม่แก่-พี่สาวป่วยมะเร็งโดนด่าตัวปัญหา

 

แชร์สนั่น!สาวเหลืออดโวยผญบ.สุราษฎร์รังแกบีบพ้นสวนทุเรียน เจอหนักทั้งครอบครัวแม่แก่-พี่สาวป่วยมะเร็งโดนด่าตัวปัญหา

 

แชร์สนั่น!สาวเหลืออดโวยผญบ.สุราษฎร์รังแกบีบพ้นสวนทุเรียน เจอหนักทั้งครอบครัวแม่แก่-พี่สาวป่วยมะเร็งโดนด่าตัวปัญหา

 

 

 

 

ขอบคุณที่มา : นันธิญาน์ ชัชนันท์ชัยกุล