วิบากกรรม "ลุงกำนัน"ไม่สิ้นสุด จากลิ่วล้อ ถึงคำบิดเบือน"พานทองแท้" !

วิบากกรรม "ลุงกำนัน"ไม่สิ้นสุด จากลิ่วล้อ ถึงคำบิดเบือน"พานทองแท้"

หลังจากที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศสนับสนุนพรรครวมพลังมหาประชาชน เป็นรูปเป็นร่างอย่างเป็นทางการ ก็ดูเหมือนว่า นายสุเทพกลายเป็นตำบลกระสุนตกอีกหนึ่งตำบล จากขบวนการดิสเคตของฝ่ายตรงข้าม

 

ล่าสุดเป็นข่าวฮือฮาเมื่อช่วงเย็นเมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา ภายหลังจากการออกมาบิดเบือนข้อเท็จจริงของ”โอ๊คพานทองแท้ ชินวัตร  ลูกชายหัวแก้วของนายทักษิณ ชินวัตร กรณีที่“โอ๊ต”ได้โพสต์ภาพลงในอินสตาแกรมและทวิตเตอร์ส่วนตัว โดยเป็นภาพของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลัประชาชาติไทย (รปช.) พร้อมชี้นำ ในทำนองว่า นายสุเทพมาทำอะไรที่ทำเนียบ

วิบากกรรม \"ลุงกำนัน\"ไม่สิ้นสุด จากลิ่วล้อ ถึงคำบิดเบือน\"พานทองแท้\" !

 

โดยในข้อเท็จจริง นายสุเทพได้ชี้แจ้งไปแล้ว  ว่าตนเองนั้นได้เดินทางมายังที่ทำการ ป.ป.ช.เก่า ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับทำเนียบรัฐบาล เพราะฝีมือจากคน”พรรคเพื่อไทย” อย่างนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ  โดยยกเหตุผลว่าเมื่อครั้งที่ตนเป็นเลขาฯ กปปส.ไปเดินรณรงค์คัดค้านการออกกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยและรับเงินบริจาคในครั้งนั้น จากกรณีที่นายสุเทพได้การจำนองที่ดินบนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 1 แปลง เพื่อกู้เงินจำนวน 25 ล้านบาท เพื่อนำมาเป็นทุนประเดิมเคลื่อนไหวทางการเมืองช่วงม็อบ กปปส. ช่วงเดือน1 พ.ย. 2556  จากนั้นในวันที่ 11 พ.ย. 2556 นายสุเทพ ได้ลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และลุยหน้าขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ในฐานะ“ลุงกำนัน” เลขาธิการกปปส. 

 

วิบากกรรมของนายสุเทพในครั้งนี้ เป็นผลพ่วงที่เกิดจากความอาฆาตแค้นของพลพรรคเพื่อไทย  เรื่องดังกล่าวขึ้นเมื่อวันที่ 6 ก.พ.57  นายเรืองไกร ได้เรียกร้องให้ ป.ป.ช. ทำการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ นายสุเทพ  ว่าจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 263 หรือไม่

 

วิบากกรรม \"ลุงกำนัน\"ไม่สิ้นสุด จากลิ่วล้อ ถึงคำบิดเบือน\"พานทองแท้\" !

 

จากการตรวจสอบของสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org  เมื่อปี 2556  เคยตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนี้ที่นายสุเทพ แจ้งบัญชีทรัพย์สินแก่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ช่วงลาออกจาก ส.ส. และทิ้งเก้าอี้พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2556 ก่อนแปลงกายเป็น ‘กำนันสุเทพ’ ไปเคลื่อนไหวนำม็อบ กปปส. พบรายละเอียด ดังนี้

นายสุเทพ แจ้งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ระบุว่า มีทรัพย์สินรวมของคู่สมรส 210,139,734 บาท และมีหนี้สินรวมคู่สมรส 323,976,645 บาท 

นายสุเทพ ระบุที่มาของหนี้สิน 3 แหล่งคือ

1.บัตรเครดิตอเมริกันเอ็กซ์เพรส 15,600 บาท
2.เงินกู้ธนาคาร 5 แห่ง รวม 238,343,910 บาท
3.หนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ 2 รายการ วงเงิน 85,617,134 บาท

สำหรับหนี้สินที่เป็นหลักฐาน 2 รายการ ได้แก่ เงินกู้จากบริษัท ศรีสุบรรณฟาร์ม (ธุรกิจในครอบครัว) ทำสัญญาเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2555 จำนวน 60,617,134 บาท

อีกรายการคือ การกู้เงินจำนวน 25 ล้านบาท จากนายวิศว ศรีรัตนประภาส ทำสัญญาเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2556 โดยนำโฉนดที่ดิน เลขที่ 5071 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มาจำนองเป็นหลักประกันการกู้ยืมเงิน กำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 8 ต่อปี และนำส่งดอกเบี้ยปีละ 1 ครั้ง

 

อีกทั้งในช่วงการเคลื่อนไหวม็อบ กปปส. นั้น นายสุเทพ เคยระบุบนเวทีหลายครั้งว่า การชุมนุมครั้งนี้ต้องขายทรัพย์สิน ที่ดิน เพื่อมาต่อสู้เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ดีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ (ขณะนั้น) และแกนนำกลุ่ม นปช. เคยตั้งข้อสังเกตว่า นายสุเทพ อาจไม่ได้ขายที่ดินจริง และราคาจำนองที่ดินดังกล่าวอาจไม่ถูกต้อง

 

วิบากกรรม \"ลุงกำนัน\"ไม่สิ้นสุด จากลิ่วล้อ ถึงคำบิดเบือน\"พานทองแท้\" !


ด้านนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม อดีตแกนนำกปปส.ได้ เคยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึง นายสุเทพ  ในช่วงที่ประกาศลาออกจากส.ส. มาเป็นแกนนำในการต่อต้านรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า นายสุเทพ ต้องโทรศัพท์ไปยืมเงินคนโน้นคนนี้ ที่ละ 2-3 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในการจัดตั้งม็อบ

 

วิบากกรรม \"ลุงกำนัน\"ไม่สิ้นสุด จากลิ่วล้อ ถึงคำบิดเบือน\"พานทองแท้\" !

 

ไม่ว่าท้ายที่สุดการตรวจสอบของป.ป.ช. จะจบลงอย่างไรก็ตาม  แต่หากดูจากเจตนของนายสุเทพแล้วค่อนข้างที่จะเปิดเผย ไม่เห็นว่ามีเจตนาที่จะปกปิดแต่อย่างใด?

 

 

ขอบคุณ ข้อมูลบางส่วนจาก สำนักข่าว สำนักข่าวอิศรา