เวรกรรมตามไป แจ้งข้อหาเพิ่ม 3 รุ่นพี่ซ้อมโหดพลทหารคชาเสียชีวิต พ่อแม่อยากเห็นมาขอขมาศพ

เวรกรรมตามไป แจ้งข้อหาเพิ่ม 3 รุ่นพี่ซ้อมโหดพลทหารคชาเสียชีวิต พ่อแม่อยากเห็นมาขอขมาศพ

สืบเนื่องจากกรณีพลทหารคชา พะชะ อายุ 22 ปี (พลทหารเข้ม) ทหารเกณฑ์สังกัดหน่วยทหารแห่งหนึ่งใน จังหวัดลพบุรี ซึ่งญาติเปิดเผยว่า ถูกพลทหารรุ่นพี่ 3 คนซ้อม จนหมดสติและน็อค ซึ่งแพทย์ระบุว่า มีโอกาสรอดมีแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ และให้ทำใจหากฟื้นมาแล้วไม่เหมือนเดิม  ล่าสุดเมื่อเวลา 05.45 น. ของวันที่ 14 ก.ย. 61 พลคชาก็ได้เสียชีวิตลงด้วยอาการสงบ

 

 

เวรกรรมตามไป แจ้งข้อหาเพิ่ม 3 รุ่นพี่ซ้อมโหดพลทหารคชาเสียชีวิต พ่อแม่อยากเห็นมาขอขมาศพ

เวรกรรมตามไป แจ้งข้อหาเพิ่ม 3 รุ่นพี่ซ้อมโหดพลทหารคชาเสียชีวิต พ่อแม่อยากเห็นมาขอขมาศพ

 

 

เวรกรรมตามไป แจ้งข้อหาเพิ่ม 3 รุ่นพี่ซ้อมโหดพลทหารคชาเสียชีวิต พ่อแม่อยากเห็นมาขอขมาศพ

 

 

เวรกรรมตามไป แจ้งข้อหาเพิ่ม 3 รุ่นพี่ซ้อมโหดพลทหารคชาเสียชีวิต พ่อแม่อยากเห็นมาขอขมาศพ

 

 

ขณะที่พ่อและแม่รวมญาติๆ รวมถึงน.ส.วรรณิสา หรือน้องฝ้าย ภรรยา ยังอยู่ในอาการโศกเศร้า  ซึ่งทางญาติเองติดใจการเสียชีวิต โดยจะนำร่างพลคชาส่งพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อผ่าพิสูจน์สาเหตุการถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตว่าเกิดจากสาเหตุใดแน่
 

เวรกรรมตามไป แจ้งข้อหาเพิ่ม 3 รุ่นพี่ซ้อมโหดพลทหารคชาเสียชีวิต พ่อแม่อยากเห็นมาขอขมาศพ

 

 

 

ด้าน ร.ต.อ.วิชัย แสนบุตร รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมื่องลพบุรี ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ช่วงบ่ายของวันนี้จะเดินทางไปยังอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 13 และเรือนจำ มทบ.13 สถานที่คุมขังพลทหารทั้ง 3 นาย ถึงการแจ้งข้อหาจากร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นตามคดีอาญาที่ 922/ 2561 ป.จ.ว.ข้อ 3 ลงวันที่ 24 ส.ค. 61 เป็นร่วมกันฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตาย

 

 

ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2561  นางรุ่งฤดี สิหะวงษ์ พร้อมนายคมฉัน พะชะ แม่และพ่อ นำร่างของ พลทหาร คชา พะชะ อายุ 22 ปี ที่คาดถูกพลทหารรุ่นพี่ 3 นาย ซ้อมจนอาการสาหัสในค่ายมณฑลทหารบกที่ 13 จ.ลพบุรี และได้เสียชีวิตเมื่อเวลา 05.40 น. ที่ โรงพยาบาลอานันทมหิดล จังหวัดลพบุรี มาชันสูตรพลิกศพที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต

 

นายคมฉัน ผู้เป็นพ่อ กล่าวว่า ทางครอบครัวได้ทำใจมาระยะหนึ่ง และขออโหสิกรรมให้กับพลทหารทั้ง 3 นาย ที่ทำร้ายร่างกาย ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้มาขอขมาศพลูกชายของตน จะได้หมดเวรหมดกรรม ทั้งพ่อและแม่ก็อโหสิกรรมให้ด้วย ลูกชายจะได้ไปสู่สุขคติ ก่อนเกิดเหตุก็ไม่ได้มีการพูดคุยหรือเล่าปัญหาอะไรให้ฟัง ส่วนใหญ่จะคุยกับแม่และภรรยา ซึ่งน้องคชา มีลูก 2 คน เป็นลูกสาววัย 3 ขวบ ส่วนอีกคนยังอยู่ในครรภ์ 5 เดือน ปกติลูกชายเป็นคนร่าเริง อารมณ์ดี เข้าได้กับทุกคน ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แต่หลังจากเกิดเหตุผู้บังคับบัญชาของน้องคชา ก็ให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง และแวะเวียนมาถามไถ่ให้กำลังใจ

               

นางรุ่งฤดี กล่าวว่า ลูกชายของตนเป็นพลทหารประมาณปีกว่า เหลืออีก 7 เดือน ก็จะปลดประจำการ แต่ก็มาเกิดเรื่องเสียก่อน ก่อนหน้านี้ได้พูดคุยกับพลทหารทั้ง 3 นาย ที่ซ้อมลูกชายตน เขาบอกว่าได้ทำร้ายร่างกายจริง แต่ลงมือคนละครั้งเท่านั้น ส่วนการดำเนินคดีกับพลทหารทั้ง 3 นาย ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ล่าสุด ทราบว่าทางตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น
 

 

 

ขอบคุณที่มา : nationtv