"ครอบครัว โอ วรุฒ" ทำพิธีสื่อสารกับดวงวิญญาณ ให้มารับบุญ-ฟังพระเทศน์

"ครอบครัว โอ วรุฒ" ทำพิธีสื่อสารกับวิญญาณ เพื่อมารับบุญให้ไปขึ้นสวรรค์

จากกรณีข่าวที่สร้างความเศร้าโศกและเสียใจอย่างหนักให้กับครอบครัว เพื่อนสนิท และแฟนคลับอย่างมาก ภายหลังจาก โอ วรุฒ วรธรรม อดีตพระเอกชื่อดัง ถูกหามส่งโรงพยาบาลด่วนที่โรงพยาบาลนครพิงค์ เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา  อันเนื่องมาจากอาการหัวใจหยุดเต้น และหมดสติ จนสุดท้ายไตวายต้องรับการฟอกไต ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีอาการป่วยไม่สบายเจ็บคอ โดยไปหาหมอได้ยามากิน แต่ก็มีอาการอ่อนเพลียอยู่บ้าง แต่สุดท้ายแพทย์ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ โอ วรุฒ จึงจากไปอย่างสงบด้วยวัย 49 ปี ในวันที่ 11 กันยายน เวลา 02.40 น ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านั้น 

 

โดย ที่บ้านเลขที่ 100 ตำบลน้ำแพร่ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ บ้านของพระเอกชื่อดัง โอ-วรุฒ วรธรรม ซึ่งในวันที่ 5 ของการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลศพและถือว่าเป็นวันที่ครบ 5 วันของการเสียชีวิต ทางครอบครัวได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 4 รูป จากวัดหนองควายคำ ศรีโพธิ์ทอง และวัดดอยแก้ว มาทำพิธีสูตรถอน หรือ พิธีสวดถอนวิญญาณ ตามความเชื่อของชาวล้านนา เชื่อว่าหลังจากเสียชีวิตแล้วดวงวิญญาณของผู้วายชนม์ยังจะวนเวียนอยู่ที่บ้านเนื่องจากยังไม่รู้ว่าตนเองได้เสียชีวิตแล้ว 

 

"ครอบครัว โอ วรุฒ" ทำพิธีสื่อสารกับดวงวิญญาณ ให้มารับบุญ-ฟังพระเทศน์

 

"ครอบครัว โอ วรุฒ" ทำพิธีสื่อสารกับดวงวิญญาณ ให้มารับบุญ-ฟังพระเทศน์

 

จึงต้องมีการทำพิธีสูตรถอนจึงจะถือว่าเป็นการสื่อสารให้กับดวงวิญญาณได้รับรู้ว่าตนเองได้เสียชีวิตลงแล้ว และอัญเชิญดวงวิญญาณผู้ที่เสียชีวิตไปร่วมพิธีสวดอภิธรรมศพ และรับบุญกุศลที่ญาติพี่น้องได้ร่วมทำบุญอุทิศให้เพื่อที่จะได้เปิดทางขึ้นสู่สรวงสวรรค์

 

"ครอบครัว โอ วรุฒ" ทำพิธีสื่อสารกับดวงวิญญาณ ให้มารับบุญ-ฟังพระเทศน์

 

"ครอบครัว โอ วรุฒ" ทำพิธีสื่อสารกับดวงวิญญาณ ให้มารับบุญ-ฟังพระเทศน์

 

โดยต้องทำพิธีจุดธูป และนำสะตวงหรือเครื่องเซ่นไหว้ตามประเพณีล้านนา มาบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าดิน และพระแม่ธรณี ก่อนที่จะทำพิธีสูตรถอนภายในบ้านเพื่อเชิญดวงวิญญาณ ให้ไปรับผลบุลที่ญาติพี่น้องได้ทำพิธีบำเพ็ญกุศลให้ที่วัดพระสิงห์ โดยใช้รูปถ่ายของโอ วรุฒ เป็นตัวแทนในการประกอบพิธีสูตรถอน 

 

ก่อนหน้านี้ นายแรม วรธรรม พ่อของโอ วรุฒ เปิดเผยว่า ค่าใช้จ่ายในบ้านยังมีเงินเบี้ยคนชรา คนละ 800 บาท รวมถึงเงินที่ได้จากการขายของเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ถ้าหมดเนื้อหมดตัวจริง ๆ ก็คงต้องขายบ้าน แล้วให้ภรรยากลับไปอยู่กับน้องสาวของเขาที่กรุงเทพฯ ส่วนตัวเองก็คงจะไปอยู่กับน้องชายซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ตนเองไม่ได้มีโรคประจำตัวยังแข็งแรงดีจึงไม่น่าห่วง เดินได้โดยไม่ต้องใช้ไม้เท้าพยุง แต่แม่ของโอเป็นโรคตา โรคหู เขาเคยเป็นแอร์โฮสเตสมาก่อน หูก็เลยหนวก ตาก็เป็นต้อหิน ผ่าตัดไม่ได้จึงต้องหยอดตาเอา ส่วนร้านกาแฟของลูกชายก็คงจะยกอุปกรณ์ให้กับแม่บ้านไปทำต่อ โดยจะทำที่นี่หรือเอากลับไปเมียนมาก็แล้วแต่เขา

 

"ครอบครัว โอ วรุฒ" ทำพิธีสื่อสารกับดวงวิญญาณ ให้มารับบุญ-ฟังพระเทศน์


“เงินหมดจริง ๆ ก็ต้องขายบ้าน ทุกวันนี้มีเงินจากเบี้ยผู้สูงอายุ คนละ 800 บาท และเงินจากการขายของขายกาแฟได้นิด ๆ หน่อย ๆ ส่วนเงินที่มีอยู่ตอนนี้คาดว่าจะอยู่ได้อีกประมาณ 5-6 เดือน ส่วนเรื่องรับบริจาค คงไม่ต้อง ไม่อยากไปรบกวนใครให้ใครวุ่นวายจะช่วยตัวเองก่อน”

 

"ครอบครัว โอ วรุฒ" ทำพิธีสื่อสารกับดวงวิญญาณ ให้มารับบุญ-ฟังพระเทศน์

 

"ครอบครัว โอ วรุฒ" ทำพิธีสื่อสารกับดวงวิญญาณ ให้มารับบุญ-ฟังพระเทศน์

 

อ่านข่าว : กำลังใจสำคัญมาก"พ่อแรม"เล่าชีวิตบั้นปลายเหลือเงินใช้แค่5-6เดือน อาจตัดสินใจขายบ้าน

 

"ครอบครัว โอ วรุฒ" ทำพิธีสื่อสารกับดวงวิญญาณ ให้มารับบุญ-ฟังพระเทศน์

 

"ครอบครัว โอ วรุฒ" ทำพิธีสื่อสารกับดวงวิญญาณ ให้มารับบุญ-ฟังพระเทศน์