- 15 ก.ย. 2561
"วรรณภา-เสื้อกบฏ" เหยื่อการเมือง"แดงตกขอบ" บทเรียนที่ชาวแดงต้องจดจำ-เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกถีบหัวส่ง
"วรรณภา-เสื้อกบฏ" เหยื่อการเมือง"แดงตกขอบ" บทเรียนที่ชาวแดงต้องจดจำ-เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกถีบหัวส่ง
แม้ท้ายที่สุด การ“รวบสาวใหญ่-นางวรรณภา คำพิพจน์ ” อายุ 30 ปี ตัวการเผยแพร่เสื้อดำ แถบป้ายสีขาวและสีแดงบริเวณหน้าอก ซึ่งชัดแล้วว่าเป็นเสื้อของ "กลุ่มสหพันธรัฐไท" อีกปีกหนึ่งของคนเสื้อแดง...กลุ่มต่อต้านสถาบันที่หนีข้ามลำน้ำโขงไปเคลื่อนไหวใต้ดินอยู่ที่นั่น จะได้รับการประกันตัวด้วยวงเงิน 200,000 บาทถ้วน โดยมี "น.ส.ภาวิณี ชุมศรี" ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งมักเป็นทนายให้กับคนเสื้อแดง และเดินทางมาเป็นฝ่ายกฎหมายให้กับเธอในวันนั้น...เป็นผู้ยื่นประกันให้
แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาลึกกว่านั้นก็คือ แท้จริงผู้ชักใยเธอ...ซึ่งแน่ชัดแล้วว่า คือ "นายชูชีพ ชีวะสุทธิ์" หรือที่เรียกกันในนามแฝงของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า "ลุงสนามหลวง" ผู้ต้องหาหลบหนีคดีมาตรา 112 และมาตรา 116 ซึ่งยุยงปลุกปั่นให้เธอเคลื่อนไหวกรณีนี้...กลับเงียบกริบ และหายจ้อยไปแบบน่าชิงชัง
เพราะอย่าลืมว่า...ก่อนหน้าเกิดเหตุการณ์ "เสื้อยืดวรรณภา" กระทั่งเธอถูกรวบตัว นายชูชีพนี่แหล่ะเป็นตัวการต่อกรณีเกือบจะทั้งหมด โดยเขาประกาศขาย “เสื้อสหพันธรัฐไท” ทางยูทูบ ซึ่งต่อมาก็มีการซื้อขายจริงผ่านไลน์กลุ่มแม่ยกซึ่งเป็นสาวกของเขา
เหนืออื่นใดก็คือ เขาถึงกับเรียกร้องให้ทุกคนที่ได้รับเสื้อไปแล้ว นำออกมาสวมใส่กันอย่างโจ๋งครึ่ม โชว์ธงสัญลักษณ์ "สหพันธรัฐไท" กลางหน้าอกได้เลย...ไม่ต้องกลัวถูกจับ...ย้ำไม่ต้องกลัวถูกจับ แถมยังสั่งให้เคลื่อนไหวทางอื่นด้วยการ ปิดประกาศสัญลักษณ์ "สหพันธรัฐไท" ตามสถานที่สาธารณะต่าง ๆ ย่านสมุทรปราการอันเป็นถิ่นพำนักของเธออีกด้วย
โดยชูชีพอ้างใหญ่โตว่า "นี่คือการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ และมุ่งหวังที่จะปลดปล่อยรัฐไท" ตามความฝันเฟื่องที่ตกขอบตกโลกของเขา แต่ทว่าทันทีที่ "นางวรรณภา" ถูกรวบตัว นายชูชีพก็หายเข้ากลีบเมฆไป ปล่อยให้เธอเผชิญชะตากกรมเพียงลำพัง ดีที่มี "น.ส.ภาวิณี ชุมศรี" ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ไม่เช่นนั้น....เธอคงเหมือนแดงหางแถวหลายต่อหลายคน...ที่เมื่อเคลื่อนไหวในนาม "คนเสื้อแดง" ต่าง ๆ ทั้งเผาศาลากลาง ซุ่งสุมอาวุธ ฯลฯ เมื่อถูกฝ่าบบ้านเมืองบุกจับ...ก็มักจะถูกลอยแพ...ปล่อยให้สู้คดีไปตามยถากรรม...ทั้งตายในคุกบ้างก็ยังมี
แล้วอย่าลืมว่า ก่อนหน้านี้เมื่อปีก่อน "นายชูชีพ" เคยแม้กระทั่งปลุกสาวกให้ "ป่วนงานพระราชพิธีที่สำคัญของคนไทย" โดยเขากล่าวอ้างกับสาวกที่อยู่ในเมืองไทย...ผ่านวิทยุใต้ดินว่า "หากไม่เคลื่อนไหวเดือนตุลาฯ ก็ไม่ต้องเคลื่อนไหวเลยชีวิตนี้ และยิ่งไม่เคลื่อนไหวจะยิ่งดูแย่"...ประโยคเหล่านั้นแกะมาจากคำพูดคำต่อคำ...ของนายชูชีพ และ "กลุ่มสหพันธรัฐไท" ในช่วงนั้น
แล้วจากนั้น ก็เกิดเหตุการณืเด็ก ๆ และเยาวชนที่ อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ไปเผาป้ายสัญลักษณ์ที่สำคัญจริง ตามคำยุยงของเขา ซึ่งต่อมา เด็กๆ และเยาวชนเหล่านั้นยอมรับว่า "ถูกว่าจ้างให้ไปเผาป้ายจริง และครอบครัวต้องดิ้นรนสู้คดีความตามลำพังจนวันนี้"
...นั่นคือสิ่งที่นายชูชีพ กระทำไว้ในช่วงเวลาแค่ 1 - 2 ปีก่อน ซึ่งยังเป็นที่จดจำของคนรักบ้านรักเมืองไม่เสื่อมคลาย แต่มันน่าเศร้าตรงที่...ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามันก็พิสูจน์แล้วว่า...เมื่อภัยมาถึงตัว "นายชูชีพ" และพลพรรค "สหพันธรัฐไท" อันเหลือไม่กี่หัวของเขา...มักจะถีบหัวส่ง...เอาตัวรอด ๆ...แต่ทว่า...แม้จะมีตัวอย่างให้เห็นอยู่ทนโท่ แต่ชาวแดงก็ไม่เคยจดจำเลย...จริงไม่จริงแค่ไหน...ดูจากปรากฏการณื "เสื้อยืดวรรณภา" ดูก็ได้
