- 27 ก.ย. 2561
"บิ๊กตู่" ลั่นไม่ยอมให้ใครล้มยุทธศาสตร์ชาติ ย้ำอยากเห็นชาติก้าวหน้า ต้องเดินถนนสายนี้ 20 ปี ไม่สะเปะสะปะ
"บิ๊กตู่" ลั่นไม่ยอมให้ใครล้มยุทธศาสตร์ชาติ ย้ำอยากเห็นชาติก้าวหน้า ต้องเดินถนนสายนี้ 20 ปี
วันนี้ (27 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดการประชุมประจำปี 61 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และปาฐกถาพิเศษเรื่อง"ยุทธศาสตร์ชาติ อนาคตไทย อนาคตเรา" โดยมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) คสช.สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคเอกชน นักวิชาการ ผู้แทนภาครัฐ ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมรับฟัง 2,500 คน
โดยนายกฯ กล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งว่า วันนี้อากาศปลอดโปร่งแจ่มใส ฟ้าสว่างแสดงว่าประเทศไทยฟ้าเปิดแล้ว วันนี้มีทุกภาคส่วนรวมทั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติมาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง แสดงว่ายุทธศาสตร์ชาติเป็นเรื่องที่สำคัญ และทุกคนถือเป็นตัวแทนของคนไทยทั้งประเทศที่จะทำให้ยุทธศาสตร์ชาติเดินหน้าต่อไปได้ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องมีเป้าหมาย มีอนาคตเหมือนกับคำที่กล่าวไว้ว่า "อนาคตไทยอนาคตเรา" คือการมองที่ส่วนรวมมาก่อนว่า ประเทศชาติ สังคม จะได้อะไร แล้วค่อยมาคิดถึงตัวเองเป็นอันดับสอง ถ้าคิดแบบนี้ประเทศก็จะเดินไปได้อย่างแน่นอน
การประชุมวันนี้ถือเป็นการสร้างความเข้าใจ สร้างความรับรู้ในแนวคิดและสาระสำคัญในยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ให้ทุกภาคส่วนในสังคม เพราะปัจจุบันยังมีความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน ทุกคนทราบดีว่าใครไม่เข้าใจ หรือพยายามไม่เข้าใจจริงๆ วัตถุประสงค์ในการหารือกันวันนี้ก็ เพื่อให้สามารถมองภาพในอนาคต เห็นเป้าหมายระยะยาวของประเทศ ถือเป็นปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปด้วยกันไปข้างหน้าสู่วิสัยทัศน์ที่ต้องการอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ซึ่งทุกคนอยากเห็นประเทศไทยมีความสมบูรณ์ทั้ง 3 ประการ
"การจะทำอะไรก็ตามจะต้องมีก้าวแรกเสมอ ไม่ว่าจะเท้าซ้ายหรือเท้าขวา ก็จะต้องเดินต่อ และคิดต่อว่าจะทอำย่างไรถึงจะไม่ล้ม จึงจำเป็นต้องมีการประคับประคอง ซึ่งหมายถึงยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดขึ้นมา และจะทำให้ทุกรัฐบาลสามารถทำงานสอดประสานกันให้เกิดความต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายอันเดียวกัน แก้ปัญหาต่างๆที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีต และจะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง"นายกฯ กล่าว
นอกจากนี้ นายกฯ ยังระบุว่า หลายคน บางมหาวิทยาลัย บอกปิดทีวี เพราะไม่ชอบลุงตู่วันศุกร์จริงหรือเปล่า ไม่ดูไม่เป็นไร ตนไม่ได้บังคับให้ดู แต่ก็เปิดทีวีไว้ แต่ถ้าไม่อยากเปิดก็ไม่ต้องเปิด ที่ตนเป็นพูดเป็นหลักการเป็นประวัติศาสตร์ เป็นตัวหนังสือ พูดแล้วทำเป็นขั้นเป็นตอนไหม ไม่ใช่พูดมา 4 ปีไม่ทำอะไรเลย ถ้าอย่างนั้นตนไปดีกว่า ไม่เอาด้วย ขณะที่ส่วนราชการปรับทั้งหมดแต่ต้องใช้เวลาแก้ไขกฎหมายระเบียบ กฎหมายต่างๆไม่เคยแก้กันมาเลย คิดให้รอบคอบจะทำอะไรก็ตามจะเปลี่ยนแปลงประเทศ กฎหมายสำคัญที่สุดคือทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน สร้างความเท่าเทียม และโอกาส ขณะที่หลายอย่างปล่อยปะละเลยมานาน ต้องสร้างเศรษฐกิจให้เข็มแข็ง หลายอย่างเกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ ท้ังที่หลายเรื่องควรเกิดมาหลายรัฐบาลแล้ว อย่างการแก้หนี้นอกระบบ และพ.ร.บ.ขายฝากที่ดิน เพื่อคนมีรายได้น้อยไม่เสียเปรียบ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ปี 61-80 ตัวเลขดูเยอะ ใครจะอยู่ถึงยังไม่รู้เลย ไอ้คนพูดจะอยู่ถึงไหม แต่ตนต้องการให้มันไปถึงยังไงมันก็อยู่ได้รับความเห็นชอบจากครม.และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติแล้ว
"วันนี้หลายพรรคการเมืองบอกเป็นรัฐบาลเมื่อไหร่ ล้มยุทธศาสตร์ชาติ ล้มประเทศของท่านเอง ประชานยอมหรือไม่ ไม่ได้หรอก นี้คืออเวนิวถนนของท่าน ต้องไปให้ได้ ถ้าท่านอยากจะเจริญอย่างบางประเทศในอาเซียนหรือในประเทศอียู ประเทศตะวันตก ทุกประเทศเขามีหมด ทุกรัฐบาลจะได้ไม่บิดพลิ้วไม่ก้าวออกไปข้างนอก สะเปสะเปะ "นายกฯ ระบุพร้อมกล่าวด้วยว่า
ต่างประเทศที่รวยๆ พอถึงวันหยุดทำไมขนมาประเทศไทย 35 ล้านคนต่อปี ทำไมเขาถึงมาถึงแม้จะมีคนน่ารักไม่น่ารักอยู่บ้าง ถึงแม้จะมีตนอยู่แต่ก็มามากกว่าที่เคยมา ทุกทูตมา อียู สหรัฐฯมา ส่วนเรื่องหลักการเขาก็ต้องพูดอย่างนั้นเท่านั้นเอง
ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 ด้านเพื่อทำประเทศชาติมั่นคง สงบสุข เศรษฐกิจเจริญก้าวหน้า ไม่ปล่อยเหมือนเดิมที่เลอะเทอะไปเรื่อย ต้องให้เกิดความเป็นธรรมและเท่าเทียม อย่างความมั่นคง เทคโนโลยีไม่ซื้อเลยจะมีไหม เพราะเราผลิตเองไม่ได้ อุปกรณ์ทางทหารส่วนใหญ่ก็เอาใช้กันทั้งหมด บางอย่างเอาไปรบ ใช้เพื่อเป็นศักยภาพของเราเวลามีสงคราม ไม่ได้มีไว้สู้รบ มีไว้เพื่อให้ทุกคนเกรงใจ ไม่มีก็ไม่ได้เพราะเขามีกันหมด เราจะไม่มีอะไรเลย ทหารก็จะไม่มีเข้าไปอีกเหรอ ก็อยู่เอาแล้วกัน ตนคงไม่อยู่ เพราะไม่ปลอดภัย แล้วที่เหลือทั้งหมดจะทำได้หรือไม่ ถ้าไม่มีสิ่งที่ตนว่า
