สรุปข่าวเด่นรอบวัน 1 ต.ค. 2561

กลับมาพบกับการสรุปข่าวเด่นรอบวัน ประจำวันจันทร์ ที่ 1 ก.ย. 2561 กันอีกแล้ว ในวันนี้ มีหลายประเด็นที่น่าสนใจเช่นเคยซึ่งสำนักข่าวทีนิวส์ได้รวบรวมมา 5 ประเด็นหลักใหญ่ด้วยกันดังนี้

 

กลับมาพบกับการสรุปข่าวเด่นรอบวัน ประจำวันจันทร์ ที่ 1 ก.ย. 2561 กันอีกแล้ว ในวันนี้ มีหลายประเด็นที่น่าสนใจเช่นเคยซึ่งสำนักข่าวทีนิวส์ได้รวบรวมมา 5 ประเด็นหลักใหญ่ด้วยกันดังนี้

 

       เริ่มกันที่ข่าวแรกสืบเนื่องจากกรณีกรมขนส่งทางบกออกมาประกาศสั่งห้ามรถตู้อายุ 10 ปี วิ่งรับผู้โดยสาร จนมีกลุ่มคนขับรถตู้ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่ออาชีพ โดยในวันที่ 1 ต.ค. 2561 ที่สำนักงานศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นำตัวแทนผู้ขับรถตู้ในกทม. และต่างจังหวัด กว่า 100 ชีวิต เดินทางมาติดตามความคืบหน้า กรณียื่นฟ้องอธิบดีกรมขนส่งทางบก คณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง คณะกรรมการแก้ไขปัญหารถตู้โดยสาร และบริษัทขนส่ง จำกัดเกี่ยวกับกรณีเรื่องนี้  โดยให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดี ยกเลิกการบังคับให้รถตู้โดยสารสาธารณะ หมวด 2 (ต) และ (ช) รับ-ส่ง ผู้โดยสารเฉพาะสถานีต้นทางและปลายทาง และให้สามารถรับ - ส่งผู้โดยสารได้ระหว่างทาง และยกเลิกการจำกัดอายุการใช้รถตู้โดยสารสาธารณะทุกหมวดที่กำหนดไว้ 10 ปี 

 

สรุปข่าวเด่นรอบวัน 1 ต.ค. 2561

 

       ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เผยว่าการที่ผู้ประกอบการเดินรถตู้สาธารณะเดินทางมาศาลวันนี้เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีที่เกิดขึ้น ซึ่งเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2561 ที่ผ่านมาได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อศาลปกครอง ขอให้ไต่สวนฉุกเฉินในคดีนี้ เนื่องจาก คำสั่งของกรมการขนส่งทางบกระบุไว้ว่า รถตู้ที่มีอายุการใช้งานเกิน 10 ปีขึ้นไปต้องหยุดให้บริการ ทำให้ผู้ประกอบการและประชาชนผู้ใช้บริการต่างได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก
จึงขอยืดเวลาใช้งานจาก 10 ปี เป็น 15 ปี เพื่อหาเงินมาจัดหารถคันใหม่เพื่อมาให้บริการต่อไป การที่กรมขนส่งทางบกใช้อำนาจทางปกครองบีบบังคับให้รถตู้หยุดใช้บริการ แล้วจัดหารถคันใหม่นั้น ไม่เป็นธรรม และเลือกปฏิบัติชัดเจน เพราะถ้าเปรียบเทียบกับรถที่กรมการขนส่งทางบกควบคุมดูแล เช่น รถ ขสมก. บขส. ที่มีสภาพเก่ากว่ารถตู้ไม่รู้กี่เท่า อายุการใช้งานบางคันไม่ต่ำกว่า 20 ปี แต่กลับไม่ยุติการให้บริการ หรือรถตู้ชนิดอื่นๆ ไม่ว่ารถพยาบาล รถรับส่งนักเรียน ที่อายุการใช้งานมากกว่า 10 ปีขึ้นไป ก็ยังสามารถวิ่งให้บริการได้

 

      โดยต่อมาศาลปกครองกลางได้มีหนังสือแจ้งว่า ศาลพิจารณาคำขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อกำหนดมาตรการหรือวิธีการอย่างใดชั่วคราว ก่อนมีคำพิพากษาในคดีนี้ของนายศรีสุวรรณ จรรยา กับพวกรวม 731 คนแล้ว เห็นว่ากรณีดังกล่าวยังฟังไม่ได้ว่ามีเหตุฉุกเฉินตามคำร้อง ศาลจึงมีคำสั่งยกคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉิน แต่ศาลจะยังพิจารณาคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวต่อไป

     

      ถัดมากับข่าวที่สอง กรณีของอดีตคู่รัก เจ ชนาธิป กับ เมย์ พิชนาฎ ที่ทั้งคู่เลิกกันไปเมื่อต้นปีและดูเหมือนว่าจบไม่ค่อยสวยนัก ล่าสุดเกิดเป็นกระแสขึ้นอีกครั้งเมื่อเจ ชนาธิป ได้ทำการไลฟ์สดในไอจีส่วนตัว แต่อยู่ๆ เมย์ พิชนาฎ ก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นในไลฟ์สดอย่างต่อเนื่องเป็นการแซว เจ เล็กๆ จนเจ เองก็ออกปากว่า "คุณเมย์อย่ามาแซว ผมเขิน" ท่ามกลางแฟนคลับที่เข้ามาคอมเมนต์แซวแบบรัวๆ ทั้งนี้มีช่วงหนึ่งที่มีประเด็นว่าใครทิ้งใครก่อน โดยเจ นั้นบอกว่ามีหลักฐานว่าใครทิ้งก่อน ทิ้งหลัง ก่อนที่เมย์จะทิ้งปมปริศนาไว้ว่าขอให้เจ นั้นได้แฟนเป็นนางเอกเอวี จะได้สมใจแฟนคลับ ก่อนที่เจ จะกล่าวว่าผู้หญิงญี่ปุ่นน่ารักจะตาย เล่นเอาสายเผือกตามสืบกันเลยทีเดียวว่าการที่เมย์ เข้ามาแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้มีอะไรหรือเปล่า 

สรุปข่าวเด่นรอบวัน 1 ต.ค. 2561

สรุปข่าวเด่นรอบวัน 1 ต.ค. 2561

 

สรุปข่าวเด่นรอบวัน 1 ต.ค. 2561

 

       ต่อมากับข่าวที่สาม กรณีของนักแสดงชื่อดัง โบวี่ อัฐมา ชีวนิชพันธ์ กับ โอม อิทธิ์ศักดิ์ แฟนหนุ่มที่ล่าสุด เพื่อนสนิทอย่าง จิ๊บ ปกฉัตร ได้ออกมาเผยแชทข้อความที่ได้คุยกับ โบวี่ อัฐมา ในไอจีสตอรี่ เป็นภาพโบวี่ อัฐมา ถ่ายพรีเวดดิ้งใส่ชุดแต่งงาน กับแฟนหนุ่ม แถมยังมีข้อความเป็นข่าวดีว่าตอนนี้ โบวี่ อัฐมา นั้นกำลังตั้งครรภ์ โดยโบวี่ได้ตอบ จิ๊บ ปกฉัตร สั้นๆว่า "ท้องค่ะ เลยรีบ" จนมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้อย่างล้นหลาม อย่างไรก็ตามตอนนี้ต้องรอให้โบวี่ ออกมาแถลงข่าวก่อนว่าเรื่องที่ จิ๊บ ปกฉัตร โพสต์ไว้นั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่

สรุปข่าวเด่นรอบวัน 1 ต.ค. 2561

สรุปข่าวเด่นรอบวัน 1 ต.ค. 2561

 

สรุปข่าวเด่นรอบวัน 1 ต.ค. 2561

 

 

  สรุปข่าวเด่นรอบวัน 1 ต.ค. 2561

 

        สำหรับข่าวที่สี่ กับพยากรณ์อากาศจากกรรมอุตุนิยมวิทยา ออกมาประกาศเตือนฉบับที่ 17 ลงวันที่ 01 ตุลาคม 2561 เรื่อง "ฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบริเวณประเทศไทยตอนบน" โดยกรมอุตุฯ เผยว่า ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีฝนตกหนักบางแห่งต่อไปอีก 1 วัน จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและฝนที่ตกสะสม โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

พื้นที่ ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้

ภาคเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร อุตรดิตถ์ กำแพงเพชรและตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์

ภาคกลาง จังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท อุทัยธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร

ภาคตะวันออกจังหวัดฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมตะวันออกพัดเข้ามาปกคลุมประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่ง

 

สรุปข่าวเด่นรอบวัน 1 ต.ค. 2561

 

เดินทางมาถึงข่าวสุดท้ายกับผลการออกสลากินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 1 ต.ค. 2561 โดยมีเลขที่ถูกรางวัลแบ่งได้ดังนี้

รางวัลที่ 1 ได้แก่เลข 452643
เลขหน้า 3 ตัว ได้แก่เลข 726 , 594
เลขท้าย 3 ตัว ได้แก่เลข 810 , 561
เลขท้าย 2 ตัว ได้แก่เลข 99
รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 ได้แก่เลข 452642 , 452644
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 2  ได้แก่เลข  261071 , 350893 , 616843 , 875042 , 964263
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 3  ได้แก่เลข 021460 , 239381 , 315781 , 361943 , 363881 , 515278 , 646313 , 789706 , 833145 , 926170

ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 1 ต.ค . 2561 นี้ด้วย ยังไงก็อย่าลืมกลับมาติดตามสรุปข่าวเด่นรอบวันได้ใหม่ในวันพรุ่งนี้ว่าจะมีประเด็นข่าวไหนน่าสนใจกันบ้าง