- 05 ต.ค. 2561
กลับมาพบกับการสรุปข่าวเด่นรอบวัน ประจำวันศุกร์ ที่ 5 ต.ค. 2561 กันอีกแล้ว ในวันนี้ มีหลายประเด็นที่น่าสนใจเช่นเคยซึ่งสำนักข่าวทีนิวส์ได้รวบรวมมา 5 ประเด็นหลักใหญ่ด้วยกันดังนี้
กลับมาพบกับการสรุปข่าวเด่นรอบวัน ประจำวันศุกร์ ที่ 5 ต.ค. 2561 กันอีกแล้ว ในวันนี้ มีหลายประเด็นที่น่าสนใจเช่นเคยซึ่งสำนักข่าวทีนิวส์ได้รวบรวมมา 5 ประเด็นหลักใหญ่ด้วยกันดังนี้
เริ่มกันที่ข่าวแรกกับเหตุการณ์ เมื่อช่วง 10. 30 น. ของวันที่ 5 ต.ค. 2561 จส.100 รายงานว่า เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งชนรถจักรยานยนต์หลายคัน บริเวณถนนอโศกมนตรี หน้าอาคารโอเชียนทาวเวอร์ 2 โดยที่เกิดเหตุพบรถเก๋งฮอนด้าซีวิค สีขาว สภาพกระจกด้านหน้า-ไฟหน้าแตก และกันชนหน้าหลุด ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์เสียหายถึง 6 คัน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย แต่โชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต
เบื้องต้นหลังการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ ทราบว่าหญิงคนขับรถเก๋งคันก่อเหตุเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ให้การว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา (4 ตุลาคม) ได้เข้าทำงานกะดึก และเพิ่งเลิกงานเมื่อช่วงสายของวันนี้ โดยก่อนเกิดเหตุมีอาการวูบ และมารู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตนขับรถพุ่งชนรถจักรยานยนต์ไปหลายคันแล้ว ในตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ กำลังเร่งสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อดำเนินคดีกับหญิงสาวผู้ก่อเหตุต่อไป
ต่อมากับข่าวที่สอง จากกรณีของ 6 โจรโหดบุกเข้าบ้านเจ้าของร้านขายของชำฆ่า 2 สามี - ภรรยา เจ็บสาหัสต่อหน้าลูกสาว วัยเพียง 13 ปี กลางดึกของวันที่ 4 ต.ค. 2561 หลังจากนำตัว 2 สามี - ภรรยา ไปส่งยังโรงพยาบาล ซึ่งทางโรงพยาบาลแจ้งว่านายเม็ด สัญชาติมอญ วัย 40 ปี ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสในเหตุการณ์ครั้งนี้ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในที่สุดส่วน น.ส.ชะเอม วัย 42 ปี สัญชาติมอญผู้เป็นภรรยา ยังอยู่ในอาการสาหัส เหตุเกิดบริเวณบ้านร้านขายของชำเลขที่ 99/51 ม.6 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบถาม ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) วัย 13 ปี พบว่าเหตุการณ์ฆ่าโหดที่เกิดขึ้นนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 22.15 น. แม่กำลังนั่งคิดเงินจากการขายของอยู่ภายในร้าน มีชาย 6 คน สวมใส่หมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า บุกเข้ามาภายในร้าน ก่อนจะลงมือใช้ไม้ทุบตีและใช้ของมีคมฟันแม่จนได้รับบาดเจ็บสาหัส แม่จึงร้องขอความช่วยเหลือ ขณะนั้นพ่ออยู่ในห้องกับตน แล้วพ่อพยายามจะออกมาช่วยแม่ที่ถูกทำร้าย แต่ถูกกลุ่มคนร้ายบุกเข้ามาใช้ไม้ตีและใช้มีดฟันจนผู้เป็นพ่อเสียชีวิต
โดยเรื่องนี้ถือเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนสอบสวนและติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมา ดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพราะถือว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ สร้างความตื่นตระหนกให้แก่พี่น้องประชาชน โดยกำชับเร่งรัดพนักงานสอบสวนให้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบสวนอย่างตรงไปตรงไปมา ด้วยความรอบครอบ รวดเร็ว เป็นธรรม อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงกับผู้ที่ก่อเหตุเป็นสำคัญ พร้อมเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนต้องเร่งคลี่คลายคดี ในการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน
ถัดมากับข่าวที่สาม กลายเป็นเรื่องที่หลายคนตามกันต่อหลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาโพสต์หนังสือราชการของสำนักงานเขตบางคอแหลม เนื้อหาระบุว่าให้วัดไทร นั้นตีระฆังให้เสียงเบาๆ เพราะทำให้ผู้อยู่อาศัยคอนโดรายหนึ่งรำคาญอย่างหนัก จนกลายเป็นกระแสขึ้นมาว่าวัดอยู่มากว่า 300 ปี แต่คอนโดสร้างเพียง 10 ปี ทั้งผู้อยู่อาศัยบริเวณวัดก็ไม่ได้ออกมาร้องเรียนและเดือดร้อนอะไรมีเพียงหญิงคนดังกล่าวที่อยู่คอนโดเพียงเท่านั้น ที่เกิดปัญหา ทั้งยังมีชาวเน็ตเข้ามาวิจารณ์ว่าเหตุใดสำนักงานเขตบางคอแหลม ถึงออกหนังสือได้ทั้งที่มีผู้ร้องเรียนแค่คนเดียว
ล่าสุดมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Songkran Menthong ได้ออกมาโพสต์แฉสำนักงานเขตบางคอแหลมอีกว่าไม่เฉพาะเรื่องเสียงระฆังที่วัดไทร แต่สำนักงานเขตบางคอแหลม ยังทำหนังสือถึงมัสยิดบางอุทิศ ที่สร้างมา 100 กว่าปี เป็นศาสนสถานเก่าแก่ของประเทศไทย อยู่คู่ชุมชนมุสลิมชาวบางอุทิศมาตลอด ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาใด แต่กลับมีหนังสือจากผู้อำนวยการเขตบางคอแหลม ส่งมาถึงอิหม่ามประจำมัสยิด ให้ช่วยลดเสียงอาซาน หรือเสียงเรียกเชิญชวนเมื่อถึงเวลาละหมาดของชาวมุสลิม ทำวันละ 5 ครั้ง และมัสยิดเองก็ปฏิบัติตามแต่โดยดี เพราะไม่อยากให้ลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งทางศาสนา อยากให้กรุงเทพมหานครและสำนักงานเขตบางคอแหลม ประสานกับผู้ร้องเรียนในกรณีมัสยิดบางอุทิศ ให้ทำความเข้าใจด้วย เพราะได้รับจดหมายเรื่อยมาเป็นครั้งที่ 10 แล้ว
สำหรับข่าวที่สี่กับตั๊ก บงกช โพสต์ถึงคุณแม่ที่จากไป หลังจากที่ แม่เล็ก ได้จากไปกว่า 1 ปีแล้ว ล่าสุดวันนี้ (5 ต.ค. 61) สาวตั๊ก บงกช ได้โพสต์รูปภาพยี่ห้อน้ำพริกของ แม่เล็ก ที่เคยทำขายก่อนหน้านี้ ลงอินสตราแกรม พร้อมกับข้อความว่า "ค้นเจอรูปเก่า น้ำพริกเเม่ฉันอร่อยเเละสะอาด เเม่ฉันขายน้ำพริกปลาร้าเเละน้ำพริกอื่นๆ จนซื้อรถบีเอ็มให้ฉันขับ ตอนเป็นดาราฉันอยากเลี้ยงเเม่ ให้เเม่อยู่เฉยๆ เเต่เเม่ก็ทำน้ำพริกขาย นักข่าว ผู้จัดละคร ผู้กำกับต่างรู้ดีว่ารสมือเเม่ฉันอร่อย ฉันภูมิใจในตัวเเม่ เเละไม่สนว่าใครจะคิดยังไงฉันได้เงินมาด้วยความสุจริต ไม่ได้มโนตัวตนให้คนอื่นยอมรับ ฉันจะเป็นอย่างนี้เเหละ วันนี้ฉันเจอตราน้ำพริกเเม่ ฉันคิดถึง จึงมีเรื่องเล่าในวันนี้ อยู่กับดินตามองดาว เเต่หากไปถึงดวงจันทร์เเล้ว
คงหมดอารมณ์ฝันถึง ไม่ฝากร้านในรูปนี้" หลังจากนั้นก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมาก บ้างก็ว่าเคยทานน้ำพริกของแม่เล็กด้วย
เดินทางมาถึงข่าวสุดท้ายจากกรณี น.ส.รวิวรรณ ขันธ์เครือ หายตัวไปอย่างปริศนาพร้อมกับรถเก๋ง Mazda3 สีบรอนซ์เทา ทะเบียน 2กจ 4808 กทม. ซึ่ง มีคนเห็นครั้งสุดท้ายที่ ต.ตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ล่าสุดมีความคืบหน้าแล้ว
โดยวันนี้ (5 ต.ค. 61) ทางเพจเฟซบุ๊ค อีจัน รายงานความคืบหน้า ว่าทางญาติได้ตามจีพีเอสโทรศัพท์ของน้องข้าว จนมาเจอว่าสัญญาณสุดท้ายอยู่ที่คลองบริเวณแยกสนุ่น ม.5 ต.ตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบรอยรถไถลลงไปในคลอง โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการนำรถขึ้นมา ซึ่งยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าน้องข้าวติดอยู่ในรถหรือไม่
จนเวลาประมาณ 16.30 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถกู้รถเก๋งคันดังกล่าวมาได้ เเละพบว่าด้านในรถ มีร่างของหญิงสาวติดอยู่ด้านในบริเวณเบาะหลังโดยทางญาติยืนยันเเล้วว่า เป็น น้องข้าว รวิวรรณ จริงๆ
สรุปข่าวเด่นประจำวันขอจบไว้เพียงเท่านี้ สำหรับพรุ่งนี้จะมีประเด็นใดน่าสนใจก็ต้องติดตามกันต่อไป
