กยศ. เตรียมเชือด 1 ธ.ค. หักเงินเดือนผู้กู้กลุ่มแรกงวดที่ 1 เล็งระงับหนี้เพิ่มอีก 3 กลุ่ม

   ลูกหนี้กยศ. มีหนาวหลังวันที่ 11 ต.ค. 2561 นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ออกมาเปิดเผยกรณีการหักเงินจากบัญชีเงินเดือนข้าราชการ - ลูกจ้างประจำ 1.6 แสนราย โดยระบุว่า ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ทางกรมบัญชีกลางได้เริ่มเป็นหน่วยงานแรกนำร่องในการหักเงินเดือนข้าราชการและลูกจ้างประจำ

 

   ลูกหนี้กยศ. มีหนาวหลังวันที่ 11 ต.ค. 2561 นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ออกมาเปิดเผยกรณีการหักเงินจากบัญชีเงินเดือนข้าราชการ - ลูกจ้างประจำ 1.6 แสนราย โดยระบุว่า ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ทางกรมบัญชีกลางได้เริ่มเป็นหน่วยงานแรกนำร่องในการหักเงินเดือนข้าราชการและลูกจ้างประจำ ภายใต้การบังคับบัญชาผ่านระบบการจ่ายตรงเงินเดือนและค่าจ้างประจำของกรมบัญชีกลาง เพื่อชำระหนี้เงินกู้ยืมเรียนคืนให้แก่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งขณะนี้ระบบดังกล่าวมีความพร้อมในการรับข้อมูลลูกหนี้และสามารถหักเงินเดือนของลูกหนี้ กยศ. จำนวนกว่า 1.6 แสนราย จากส่วนราชการทั้ง 225 แห่งทั่วประเทศ

 

กยศ. เตรียมเชือด 1 ธ.ค. หักเงินเดือนผู้กู้กลุ่มแรกงวดที่ 1 เล็งระงับหนี้เพิ่มอีก 3 กลุ่ม

     ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางได้แจ้งให้ส่วนราชการที่เข้าร่วมโครงการจ่ายเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของข้าราชการและลูกจ้างประจำโดยตรงทุกแห่ง เตรียมดำเนินการหักเงินเดือนหรือค่าจ้างประจำของผู้ที่กู้ยืม กยศ. ภายในหน่วยงานของตนก่อนโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของแต่ละคนต่อไป โดยจะเริ่มหักเงินเพื่อชำระหนี้ กยศ. ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2561 เป็นต้นไป

 

    ด้าน นางสุทธิรัตน์ กล่าวเสริมว่าทุกหน่วยงานจะต้องหักเงินเดือนหรือค่าจ้างประจำของผู้ที่กู้ยืม กยศ. ก่อนโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของข้าราชการหรือลูกจ้าง ซึ่งถือเป็นโครงการต่อเนื่องจากก่อนหน้านี้ ที่กรมบัญชีกลางได้นำร่องหักเงินเดือนข้าราชการและลูกจ้างประจำ ภายในของกรมเพื่อชำระหนี้คืนให้แก่ กยศ. ไปแล้วตั้งแต่เดือน ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา และปัจจุบันระบบดังกล่าวก็มีความพร้อมรองรับข้อมูลและการหักเงินเดือนของลูกหนี้ที่เป็นข้าราชการกว่า 1.6 แสนราย

 

กยศ. เตรียมเชือด 1 ธ.ค. หักเงินเดือนผู้กู้กลุ่มแรกงวดที่ 1 เล็งระงับหนี้เพิ่มอีก 3 กลุ่ม

 

 

    โดยทาง กรมบัญชีกลาง และ กยศ. ได้ประสานความร่วมมือกันในการกำหนดแนวทางปฏิบัติ และพัฒนาระบบการจ่ายตรงเงินเดือนให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน มีการหักเงินและจ่ายเงินให้แต่ละคนได้อย่างถูกต้อง นอกจากการดำเนินการเรื่องนี้จะช่วยสนับสนุนให้การปฏิบัติงานของ กยศ. บรรลุวัตถุประสงค์ตามภารกิจที่กำหนดไว้แล้ว ยังช่วยเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กไทยได้ยั่งยืนขึ้น

 

กยศ. เตรียมเชือด 1 ธ.ค. หักเงินเดือนผู้กู้กลุ่มแรกงวดที่ 1 เล็งระงับหนี้เพิ่มอีก 3 กลุ่ม

 

      ในตอนนี้ทาง กยศ. ได้ร่วมมือกับกรมบัญชีกลางเดินหน้าจัดอบรมสร้างความเข้าใจสำหรับลูกหนี้ กยศ.ทุกคนในการจ่ายเงินเดือนของทุกหน่วยงานข้าราชการได้ทราบถึงแนวทางการปฎิบัติ วิธีการส่งรายชื่อ และการหักเงินเดือน ซึ่งตามกฎหมาย กยศ. ฉบับใหม่ปี 2560 ที่ประกาศใช้ล่าสุด นั้นให้อำนาจ กยศ.สามารถหักเงินเดือนลูกหนี้เพื่อใช้คืนหนี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องขอความยินยอมจากลูกหนี้เลย ซึ่งช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้สามารถติดตามหนี้ได้เพิ่มขึ้น ซึ่งกลุ่มแรกในเป้าหมายคือข้าราชการ ต่อมาด้วยกลุ่มบริษัทเอกชน กลุ่มรัฐวิสาหกิจชั้นนำโดยปัจจุบันได้มีการหารือและมีความคืบหน้าไปมากแล้ว คาดว่าจะเริ่มหักเงินเดือนลูกหนี้กลุ่มบริษัทเอกชน ได้ตั้งแต่เดือน ก.พ.ปีหน้า ส่วนปีนี้จะนำร่องหักเงินเดือนข้าราชการก่อน

 

กยศ. เตรียมเชือด 1 ธ.ค. หักเงินเดือนผู้กู้กลุ่มแรกงวดที่ 1 เล็งระงับหนี้เพิ่มอีก 3 กลุ่ม

 

      ทั้งนี้ในปัจจุบันมีลูกหนี้ กยศ. ที่เป็นข้าราชการอยู่ 170,000 ราย คิดเป็นมูลหนี้ 160,000 ล้านบาท และมีข้าราชการที่ชำระหนี้ตามปกติ เพียง 90,000 ราย และอีก 800,000 ราย ผิดนัดชำระหนี้ ข้าราชการที่มีหนี้กับ กยศ.จะถูกตัดเงินเดือน เพื่อนำเงินส่งกองทุน กยศ.เดือนละ 3,000-4,000 บาท ไปจนกว่าหนี้จะหมด ส่วนกรณีที่ข้าราชการติดหนี้ค้างชำระกับ กยศ. จำนวนเงินที่ถูกหักไปในแต่ละเดือนจะถูกนำมาชำระดอกเบี้ยและเบี้ยปรับให้หมดก่อน จากนั้นจึงจะเริ่มหักเงินต้น เพื่อไม่ให้เป็นภาระหนักแก่ลูกหนี้และ หากรวมลูกหนี้ กยศ. ทั้งหมดแล้วมีอยู่ประมาณ  4 ล้านคน ทั้งบุคคลธรรมดาและข้าราชการ ที่ยังค้างชำระอยู่

 

 

 

กยศ. เตรียมเชือด 1 ธ.ค. หักเงินเดือนผู้กู้กลุ่มแรกงวดที่ 1 เล็งระงับหนี้เพิ่มอีก 3 กลุ่ม

 

 ซึ่งก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2561 นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ออกมาเปิดเผยว่า ที่ผ่านมา กยศ.ได้มีการออกเกณฑ์ผ่อนผันชำระหนี้ให้อยู่แล้ว ใน 3 กรณี คือ
1. เป็นผู้ไม่มีรายได้ 
2. ผู้มีรายได้น้อยกว่าเดือนละ 4,700 บาท
3. เป็นผู้ประสบภัยพิบัติจากอัคคีภัย วาตภัย ภัยธรรมชาติ สงคราม จลาจล ซึ่งทรัพย์สินเสียหายรุนแรง

 

    โดยสามารถผ่อนผันได้คราวละไม่เกิน 6 เดือน รวมระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี และไม่เสียค่าปรับค่าธรรมเนียม รวมถึงให้ผ่อนได้ไม่น้อยกว่า 300 บาท / เดือน หรือ สูงสุด  2,400 บาท / เดือน แต่ต้องไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยของเงินต้นทั้งหมด ถือเป็นการช่วยลดภาระหนี้ แก่ผู้กู้ที่ไม่มีกำลังใช้ก่อนหน้าแล้ว 

ในตอนนี้ทางกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษายังมีแนวคิดการช่วยเหลือกลุ่มลูกหนี้อีกครั้งโดยจะมีการพิจารณาให้กองทุนระงับการเรียกชำระหนี้เพิ่มเติมอีก 3 กรณี นอกเหนือจากการเสียชีวิต คือ
1. ทุพพลภาพ คือ เป็นลูกหนี้ที่เป็นโรคร้ายแรงที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ 
2. ลูกหนี้ที่ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต 
3. ถูกคำสั่งศาลให้เป็นบุคคลล้มละลาย

 

ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าการเรียกเก็บเงินจากเงินเดือนโดยตรงเริ่มจากข้าราชการจะสามารถบรรลุเป้าประสงค์ของกองทุน กยศ. ได้หรือไม่ เพราะหากการเรียกเก็บเงินจากการหักเงินเดือนเป็นผลสำเร็จ จะยิ่งเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสให้กับผู้กู้ยืมเงินจากกองทุนรายใหม่เพื่อให้เด็กไทยได้เข้าถึงการศึกษามากขึ้น นั่นเอง

 

ขอบคุณข้อมูล สำนักประชาสัมพันธ์เขต 7