"จ่านิว" ถูกรุมยำ ปากซอยรัชดา -โบว์ โพสต์ เลขบัญชีขอบริจาคค่ารักษา

Publish 2019-06-03 01:21:20


วันที่ 2 มิ.ย.62 นส.ณัฏฐา มหัทธนา แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana ระบุข้อความว่า... "จ่านิว" นายสิริวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ถูกรุมทำร้าย ตอนนี้อยู่สน.ห้วยขวาง / ล่าสุดทางตำรวจรีบให้กู้ภัยส่งไปที่รพ.แล้วค่ะ โดนรุมหลายคนมีบาดแผลที่ศีรษะ (ข้อมูลล่าสุด 21.55 น.) ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ นิวเดินจากห้างเดอะสตรีท มาที่ป้ายรถเมล์ปากซอยรัชดาซอย7 แล้วโดนหลายคนรุมทำร้าย ก่อนขับรถจยย.หลบหนี กิจกรรมล่าสุดที่จ่านิวทำเมื่อช่วงเย็น คือการตั้งโต๊ะล่ารายชื่อ ให้คนเขียนจม.เรียกร้องสว. 250 คนจากคสช. ให้ไม่ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี


จ่านิว ถูกยำ

 

ในเวลาต่อมา น.ส. ณัฏฐา ได้โพสต์ต่อว่า ..โพสต์ล่าสุดของจ่านิวเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน ก่อนโดนรุมทำร้าย

ช่วยกันลงชื่อ เพื่อให้การลงแรงของพวกเขาไม่สูญเปล่า  พวกเราจ่ายกันด้วยชีวิตจริงๆ กับความพยายามหยุดการสืบทอดอำนาจคสช.

 

สิ่งที่จ่านิวทำต่อเนื่องมาตลอดห้าปีคือตรวจสอบอำนาจเผด็จการ และต่อต้านการสืบทอดอำนาจ จนกระทั่งถึงช่วงเย็นของวันนี้ นิวและน้องบอลก็เพิ่งทำกิจกรรมล่ารายชื่อ ให้คนเขียนจดหมายถึงสว. ต่อต้านการร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีโดยสว.250 คนที่ได้รับการแต่งตั้งจากคสช.

 

เขาปกป้องหลักการหนึ่งคนหนึ่งเสียง ซึ่งเป็นแก่นของหลักการประชาธิปไตย สว. 250 คน จะมีน้ำหนักถึง 1 ใน 3 ของรัฐสภา ทั้งที่มีที่มาจากคสช. และหัวหน้าคสช.เป็นหนึ่งในแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี

 

 

 

น.ส.ณัฏฐาเคลื่อนไหวอีกครั้ง พร้อมระบุเลขที่สำหรับรักษาพยาบาลจ่านิว ระบุว่า.. ตอนนี้นิวอยู่โรงพยาบาล ปลอดภัยแล้วนะคะ แต่จากที่น้องบาส Ratthapol Supasopon รายงานจากรพ.มิชชั่น แผลที่ใบหน้าดูจะบวมขึ้นเรื่อยๆ โบว์ไม่ได้ไปค่ะเพราะพรุ่งนี้มีขึ้นศาลอาญารัชดาเก้าโมงเช้า ตอนนี้คุณแม่ไปดูแล โบว์ขออนุญาตโพสต์เบอร์บัญชีคุณแม่ สำหรับพี่น้องที่ต้องการช่วยค่ารักษาพยาบาลจ่านิว

 



ทั้งนี้ เมื่อเวลาประมาณ  21.15 น. เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา  มีรายงานว่า นายสิรวิชญ์  เสรีธิวิฒน์ หรือ "จ่านิว" แกนนำกลุ่มสตาร์ทอัพพีเพิล ได้ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ไม่ต่ำกว่า 5 คน สวมหมวกกันน็อครุมทำร้ายบริเวณป้ายรถเมล์ปากซอยนาทอง (รัชดาซอย 7) หลังส่งเพื่อนที่ห้างเดอะสตรีทรัชดา และกำลังจะเดินทางกลับบ้าน จนได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้า ปากและศรีษะแตก ส่วนประชาชนที่ยืนรอรถเมล์อยู่นั้นต่างพากันหนีกระเจิงไปคนละทิศละทาง โดยหลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวางได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

 

ากการสอบสวน นายสิรวิชญ์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนไปส่งเพื่อนที่ห้างเดอะสตรีท รัชดา ก่อนจะเดินมาที่ป้ายรถเมล์ตรงจุดเกิดเหตุเพื่อกลับบ้าน ระหว่างนั้นมีคนร้ายขี่จยย.มากันหลายคนลงจากรถมารุมทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บตามใบหน้าและร่างกาย ก่อนจะหลบหนีไป ทางจ่านิวได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

 

 

ต่อมา เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 3 มิ.ย. น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ อายุ 43 ปี มารดา นายสิรวิชญ์  เดินทางไปเยี่ยมบุตรชายที่ห้องฉุกเฉิน รพ.มิชชั่น ก่อนจะทำเรื่องย้ายไปนอนพักรอดูอาการที่ห้องพิเศษของทางโรงพยาบาล ท่ามกลางความห่วงใยของเพื่อนๆ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มาเฝ้าติดตามด้วยความห่วงใย โดย นายสิรวิชญ์ ซึ่งอยู่ในสภาพฟกช้ำตามใบหน้า ใบหูขวา และตามร่างกายหลายแห่ง

 

 

น.ส.พัฒน์นรี กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้ตนรู้สึกหวาดกลัว แต่ติดใจว่าทำไมต้องเล่นหมาหมู่ ที่ผ่านมามีคนเตือนตนมาเยอะแต่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้น เพราะระวังตัวมาตลอดอยู่แล้ว ตอนจะใช้บริการรถประจำทางก็พยายามเลือกรอรถที่ป้ายซึ่งมีคนพลุกพล่านแต่ก็พลาดจนได้ จึงขอฝากเตือนนักเคลื่อนไหวทุกคนให้ระวังตัวให้มากขึ้น 


 


 น.ส.พัฒน์นรี กล่าวว่า แพทย์ที่ให้การรักษาลูกชาย บอกว่าไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ผลตรวจในเบื้องต้นไม่มีผลกระทบกระเทือนถึงสมอง แต่ลูกชาย บ่นเวียนศีรษะตนจึงอยากให้นอนรอดูอาการสัก 24 ชั่วโมง โดยลูกชายมีสิทธิ์รักษาประกันสังคมที่โรงพยาบาลแห่งนี้ แต่ค่าห้องพิเศษตนต้องออกเอง

 

ช่วงนี้ตนติดตามข่าวสารพบว่า นักเคลื่อนไหวทางการเมืองถูกทำร้ายเยอะมาก และตนก็เตือนให้ระวังมาตลอดไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับลูกชาย ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่มาโดนทำร้ายถึงขนาดนี้ ความเห็นส่วนตัวคิดว่าการใช้บริการรถสาธารณะไม่น่าจะมีอะไร แต่ที่ไหนได้พอเกิดเรื่องขึ้นตรงป้ายรถประจำทางกลับไม่มีใครช่วย ที่สำคัญผู้ก่อเหตุคงไม่ได้เจตนาเพียงจะลงมือสั่งสอนเนื่องจากเลือกตีแต่ที่ศีรษะ และตนเชื่อว่าคงไม่ทันแล้วที่จะห้ามให้ลูกหยุดเคลื่อนไหวทางการเมือง ก็ได้แต่ตักเตือนให้ระวังตัวมากยิ่งขึ้นก็เท่านั้น.

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์