กฤษฎีการ่วมผลักดันไทยผ่านด่านสำคัญสู่สมาชิก OECD

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่วมผลักดันไทยผ่านด่านสำคัญสู่สมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)

      ประเทศไทยขยับเข้าใกล้การเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ไปอีกขั้นสำคัญ หลังยื่นบันทึกเบื้องต้น (Initial Memorandum) แล้วเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568โดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำบันทึกดังกล่าวร่วมกับหน่วยงานของรัฐอีกกว่า 170 หน่วย

      การที่ไทยสามารถยื่นบันทึกเบื้องต้นได้ตามกำหนดการที่ตั้งไว้ก็เนื่องจากสำนักงานฯ ได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์มาปรับใช้เพื่อแปลภาษาและวิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างกฎหมาย นโยบาย และแนวปฏิบัติของประเทศในปัจจุบันว่ามีความสอดคล้องกับตราสารและมาตรฐานของ OECD มากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ เพื่อให้ทราบถึงช่องว่างหรือจุดที่ต้องปรับปรุง เพื่อวางแนวทางในการยกระดับในทุกมิติอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพการดำเนินการดังกล่าว สะท้อนถึงความตั้งใจของประเทศไทยในการเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมระหว่างประเทศที่ยึดถือหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส และมาตรฐานสากล โดยไม่เพียงแต่เป็นการสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับประเทศสมาชิก OECD เท่านั้น แต่ยังเป็นการขับเคลื่อนให้ทุกภาคส่วนของไทยปรับตัวและพัฒนาศักยภาพ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ สังคม และการบริหารจัดการประเทศอย่างยั่งยืน 
 

กฤษฎีการ่วมผลักดันไทยผ่านด่านสำคัญสู่สมาชิก OECD

      สำนักงานฯ มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนประเทศไทยให้เดินหน้าสู่การเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เพื่อยกระดับมาตรฐานประเทศให้เป็นสากล หลังจากนี้ ประเทศไทยเดินหน้าสู่กระบวนการทบทวนทางเทคนิค (Technical Review) ก้าวสำคัญสู่การเป็นสมาชิก OECDโดยการทบทวนครั้งนี้จะเป็นการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานภาครัฐของไทยกับหน่วยงานของ OECD และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้จุดช่องว่างและวางแนวทางการยกระดับกฎหมาย นโยบายและแนวปฏิบัติของไทย ให้สอดคล้องมาตรฐาน OECD โดยภาพรวม


      สำหรับการขับเคลื่อนในเชิงระบบ ไทยได้วางกรอบการทำงานในภาพรวม 3 ด้าน ได้แก่ การสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ในภาครัฐ การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการแก้ไขกฎหมายและระเบียบควบคู่กันไป พร้อมจัดเตรียมงบประมาณและบุคลากรเพื่อรองรับการประชุมและการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดจัดตั้งศูนย์กลางข้อมูลและแผนดำเนินงาน เพื่อให้สามารถรับมือและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที รวมถึงขยายการสื่อสารไปยังทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง


สรุปส่งท้าย: ไทยเดินหน้าสู่ OECD เพื่อมาตรฐานที่ดีขึ้น โอกาสที่มากขึ้น และคุณภาพชีวิตของประชาชนที่สูงขึ้น


      การเดินหน้าของประเทศไทยในการเข้าสู่กระบวนการทบทวนทางเทคนิคและการเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) นั้น ถือเป็นก้าวสำคัญที่ส่งผลดีต่อประชาชนในหลายมิติ เริ่มจากการยกระดับมาตรฐานของประเทศให้เทียบเท่าสากล ด้วยการปรับปรุงกฎหมาย นโยบาย และแนวปฏิบัติให้ทันสมัย โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล นำไปสู่การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งประชาชนจะได้รับบริการจากภาครัฐที่มีคุณภาพและมาตรฐานสูงขึ้นนอกจากนี้ การปรับตัวให้สอดคล้องกับข้อกำหนดและแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดของ OECD จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก ดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืน สิ่งเหล่านี้จะสร้างโอกาสในการจ้างงาน สร้างรายได้ และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชนโดยตรง


      ในมิติของการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรภาครัฐ ประเทศไทยจะได้รับความช่วยเหลือทางเทคนิคและองค์ความรู้จากประเทศสมาชิก OECD ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรภาครัฐและหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้ระบบราชการมีความพร้อมในการตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและสามารถบริหารประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสุดท้ายนี้ หลังจากการเข้าเป็นสมาชิก OECD ประเทศไทยจะมีระบบติดตามผลและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้การปฏิรูปต่าง ๆ ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ แต่จะเดินหน้าอย่างสม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการพัฒนาประเทศในทุกด้านทั้งในปัจจุบันและอนาคต

กฤษฎีการ่วมผลักดันไทยผ่านด่านสำคัญสู่สมาชิก OECD