กรมทรัพย์สินทางปัญญาเปิดโผ Top 5 "มะม่วง GI ไทย" คุณภาพมาตรฐานโลก สร้างรายได้ยั่งยืนสู่ชุมชน

เปิดโผ Top 5 "มะม่วง GI ไทย”มูลค่าสูง"กรมทรัพย์สินทางปัญญา"ชูจุดแข็งอัตลักษณ์พื้นถิ่นและคุณภาพมาตรฐานโลกสร้างรายได้ยั่งยืนสู่ชุมชน

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยความสำเร็จในการส่งเสริม “มะม่วง GI ไทย” ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 1,066 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา พร้อมเปิดโผ 5 อันดับมะม่วง GI มูลค่าสูงสุด สะท้อนศักยภาพผลไม้ไทยที่โดดเด่นทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก สร้างรายได้มั่นคงให้เกษตรกรและชุมชนอย่างยั่งยืน

กรมทรัพย์สินทางปัญญาเปิดโผ Top 5 "มะม่วง GI ไทย" คุณภาพมาตรฐานโลก สร้างรายได้ยั่งยืนสู่ชุมชน

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในกลุ่มสินค้ามะม่วงถึง 13 รายการ จาก 9 จังหวัด ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านแฮดขอนแก่น มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า (ฉะเชิงเทรา) มะม่วงเขียวเสวยแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) มะม่วงขายตึกแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) มะม่วงแรดแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านโหล่น (ชัยภูมิ) มะม่วงยายกล่ำนนทบุรี มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก มะม่วงน้ำดอกไม้คุ้งบางกะเจ้า (สมุทรปราการ) มะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ มะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว มะม่วงมันหนองแซงสระบุรี และมะม่วงเบาสงขลา

กรมทรัพย์สินทางปัญญาเปิดโผ Top 5 "มะม่วง GI ไทย" คุณภาพมาตรฐานโลก สร้างรายได้ยั่งยืนสู่ชุมชน

ซึ่งล้วนเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงทั้งการบริโภคในประเทศและการส่งออก สร้างมูลค่าทางการตลาดรวมกว่า 1,044 ล้านบาทในปี 2568 โดย 5 อันดับมะม่วง GI ที่มีมูลค่าการตลาดสูงสุด มีดังนี้

กรมทรัพย์สินทางปัญญาเปิดโผ Top 5 "มะม่วง GI ไทย" คุณภาพมาตรฐานโลก สร้างรายได้ยั่งยืนสู่ชุมชน
  

  • อันดับที่ 1 “มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก”

ครองแชมป์อันดับหนึ่งด้วยมูลค่าการตลาดที่สูงถึง 767.18 ล้านบาท จากปริมาณการผลิตกว่า 8,767 ตัน ปัจจุบันราคาจำหน่ายอยู่ที่ 65 - 110 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 1.9 - 3.1 เท่า เมื่อเทียบกับราคาก่อนเป็น GI ที่ 35 บาทต่อกิโลกรัม โดยมีพื้นที่ปลูกสำคัญใน


อำเภอเนินมะปราง วังทอง และวัดโบสถ์ ดินเป็นดินร่วนปนทรายหรือดินลูกรังที่ระบายน้ำได้ดีเยี่ยม และมีธาตุโพแทสเซียมสูง ประกอบกับภูมิอากาศที่มีความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยร้อยละ 74 ส่งผลให้มะม่วงมีคุณภาพเนื้อแน่นและรสชาติหวานจัดอยู่ที่ 17 - 25 องศาบริกซ์ มีลักษณะเด่น คือ ผลทรงรียาว เปลือกสีเหลืองนวลสวย  

ผิวเรียบเนียนไม่ช้ำง่าย เนื้อสีเหลืองเข้ม แน่นเนียน ไม่มีเสี้ยน และที่สำคัญคือ เนื้อแห้ง ไม่ฉ่ำน้ำ รสชาติหวานหอมเป็นเอกลักษณ์ โดยมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลกมีตลาดส่งออกสำคัญในประเทศเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น มาเลเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย มีผลผลิตออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนมีนาคม - มิถุนายน และผลผลิตนอกฤดูในช่วงเดือนสิงหาคม - กุมภาพันธ์ 

 

  • อันดับที่ 2 “มะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว”

สินค้าดาวรุ่งจากภาคตะวันออกที่สร้างชื่อเสียงในระดับนานาชาติ ด้วยมูลค่าตลาดกว่า 171.15 ล้านบาท จากปริมาณการผลิต 2,445 ตัน ปัจจุบันราคาจำหน่ายอยู่ที่ 50 - 90 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 1.4 – 2.6 เท่า เมื่อเทียบกับราคาก่อนเป็น GI ที่ 35 บาทต่อกิโลกรัม มะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้วมีทั้งพันธุ์น้ำดอกไม้สีทองและเบอร์ 4 ปลูกในพื้นที่ดินร่วนเหนียวปนกรวดลูกรังที่มีออกซิเจนและไนโตรเจนสูง ทำให้ได้มะม่วงที่มีเปลือกบาง ผลดิบมีรสเปรี้ยวจัด แต่เมื่อสุกจะมีรสหวานจัด เนื้อสีเหลืองอมส้ม มีเส้นใยน้อยมาก กลิ่นหอมนวลเฉพาะตัว มีมูลค่าส่งออกกว่า 34.6 ล้านบาท ในประเทศญี่ปุ่น ฮ่องกง และเกาหลีใต้ มีผลผลิตออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคม 
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเปิดโผ Top 5 "มะม่วง GI ไทย" คุณภาพมาตรฐานโลก สร้างรายได้ยั่งยืนสู่ชุมชน   

  • อันดับที่ 3 “มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านโหล่น”

ความภูมิใจของชาวชัยภูมิ ด้วยมูลค่าการตลาด 33.311 ล้านบาท จากปริมาณการผลิตรวมกว่า 475 ตัน ปัจจุบันราคาจำหน่ายอยู่ที่ 60 - 80 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 1.2 – 1.6 เท่า เมื่อเทียบกับราคาก่อนเป็น GI ที่ 50 บาทต่อกิโลกรัม ปลูกบนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล 210 - 1,360 เมตร ในเขตอำเภอหนองบัวแดง ซึ่งเป็นที่ราบสลับเนินเขาในเขตเทือกเขาเพชรบูรณ์ ดินมีความอุดมสมบูรณ์และระบายน้ำได้ดี มีค่าความเป็นกรดเล็กน้อยและมีโพแทสเซียมในระดับปานกลางถึงสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มะม่วงของที่นี่มีผลขนาดใหญ่ มีเปลือกหนาทำให้ขนส่งง่าย เนื้อสีเหลืองเข้ม แห้งไม่ฉ่ำน้ำ และรสชาติหวานอมเปรี้ยว ผลผลิตออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคม และผลผลิตนอกฤดูในช่วงเดือนธันวาคม - มีนาคม
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเปิดโผ Top 5 "มะม่วง GI ไทย" คุณภาพมาตรฐานโลก สร้างรายได้ยั่งยืนสู่ชุมชน   

  • อันดับที่ 4 “มะม่วงขายตึกแปดริ้ว”

มะม่วงไทยโบราณอัตลักษณ์แห่งลุ่มน้ำ 3 น้ำ สร้างมูลค่าการตลาด 10.436 ล้านบาท จากปริมาณการผลิตกว่า 278.31 ตัน ปัจจุบันราคาจำหน่ายอยู่ที่ 25 - 50 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 1.1 – 2.2 เท่า เมื่อเทียบกับราคาก่อนเป็น GI ที่ 23 บาทต่อกิโลกรัม ปลูกในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราซึ่งมีระบบนิเวศ 3 น้ำ คือ น้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม อิทธิพลของน้ำทะเลหนุนทำให้ดินเหนียวอุดมไปด้วยธาตุอาหาร โดยเฉพาะโพแทสเซียมที่เข้มข้น ส่งผลโดยตรงต่อความกรอบและรสชาติมันที่แตกต่างจากแหล่งอื่น มะม่วงขายตึกแปดริ้วจึงมีรสชาติมันหวานอมเปรี้ยวเป็นเอกลักษณ์ นิยมทานดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ มีจุดเด่นอยู่ที่ผลทรงกลมมน ส่วนหัวใหญ่ ปลายผลสอบเข้าคล้ายรูปหัวใจ เนื้อสีเหลืองอมส้ม กรอบอร่อย
จนเป็นที่มาของชื่อว่าอร่อยจนต้องยอมขายตึกเพื่อซื้อมาทาน ผลผลิตออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน และผลผลิตนอกฤดูในช่วงเดือนตุลาคม - กุมภาพันธ์
   กรมทรัพย์สินทางปัญญาเปิดโผ Top 5 "มะม่วง GI ไทย" คุณภาพมาตรฐานโลก สร้างรายได้ยั่งยืนสู่ชุมชน

  • อันดับที่ 5 “มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า”

ของจังหวัดฉะเชิงเทรา หนึ่งในมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองที่มีชื่อเสียงยาวนานที่สุดของไทย สร้างมูลค่าการตลาดกว่า 7.2 ล้านบาท จากปริมาณการผลิตกว่า 137.32 ตัน ปัจจุบันราคาจำหน่ายอยู่ที่ 35 - 70 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 1.2 - 1.4 เท่า เมื่อเทียบกับราคาก่อนเป็น GI ที่ 25 - 60 บาทต่อกิโลกรัม ปลูกเฉพาะในพื้นที่อำเภอบางคล้า ดินมีความอุดมสมบูรณ์สูงเนื่องจากการทับถมของตะกอนลำน้ำบางปะกง ส่งผลให้มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้ามีผิวสวยโดดเด่น เปลือกบางสีเหลืองทองเนียน ผลทรงรียาว รสชาติหวานหอมเป็นพิเศษ และเมล็ดลีบบาง มีผลผลิตออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคม

กรมทรัพย์สินทางปัญญาเปิดโผ Top 5 "มะม่วง GI ไทย" คุณภาพมาตรฐานโลก สร้างรายได้ยั่งยืนสู่ชุมชน
  
อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ ยังคงเดินหน้าส่งเสริมการควบคุมคุณภาพมาตรฐานสินค้า GI และขยายช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการ อาทิ การขยายช่องทางการตลาดผ่านห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เช่น Gourmet Market, Tops, ตลาดจริงใจ Farmers’ Market เป็นต้น การจัดงาน GI Market นำผู้ประกอบการ GI ออกบูธทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด การจัด GI Pavilion ในงาน Thaifex - Anuga Asia

 

รวมถึงการร่วมจัดงานกับภาคเอกชน เช่น The Cloud (งาน Thailand Coffee Fest Year End และ Thailand Rice Fest) บริษัท บีอีซี - มัลติมีเดีย จำกัด (งานแจ๋วแซ่บเฟ่อร์) Tops (งานจริงใจ มหานคร) ICON Siam (งาน Iconic Craft Coffee Expo) เป็นต้น สำหรับผู้บริโภคที่สนใจอุดหนุนสินค้ามะม่วง GI สามารถสังเกตตราสัญลักษณ์ GI ไทยบนบรรจุภัณฑ์ เพื่อมั่นใจได้ว่าจะได้รับประทานมะม่วงที่มีรสชาติและคุณภาพตรงตามอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นอย่างแท้จริง