- 10 มี.ค. 2569
กรมทรัพย์สินทางปัญญา พา 5 สินค้า GI เกษตรไทย บุกโตเกียว โชว์คุณภาพ-อัตลักษณ์ ในงาน FOODEX JAPAN 2026 มุ่งเปิดดีลการค้า ขยายตลาดสินค้าไทยสู่สากล
กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนผ่านกลไกสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) อย่างต่อเนื่อง โดยนำผู้ประกอบการสินค้า GI ไทย 5 รายการ เข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ FOODEX JAPAN 2026 ระหว่างวันที่ 10 – 13 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการนานาชาติโตเกียว (Tokyo Big Sight Convention Center) กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นเพื่อเปิดโอกาสเจรจาการค้าและขยายช่องทางการตลาด มุ่งผลักดันสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ของไทยให้เข้าถึงผู้ซื้อ ผู้นำเข้าญี่ปุ่นและนานาประเทศ พร้อมยกระดับภาพลักษณ์สินค้าไทยในตลาดสากล
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา มุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการสินค้า GI ให้สามารถขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยสนับสนุนการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับประเทศและนานาชาติ การเจรจาการค้า และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อผลักดันสินค้า GI ไทยให้เป็นสินค้ามูลค่าสูงที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นและสามารถแข่งขันได้ในตลาดต่างประเทศ
ทั้งนี้ ตลาดญี่ปุ่นถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพและให้ความสำคัญกับคุณภาพ แหล่งกำเนิด และเรื่องราวของสินค้าเป็นอย่างยิ่ง โดยผู้ซื้อจะพิจารณาข้อมูลกระบวนการผลิต ความสม่ำเสมอของคุณภาพสินค้า มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัย ก่อนตัดสินใจสั่งซื้อหรือนำเข้าสินค้า ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะของสินค้า GI กรมฯ จึงเล็งเห็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาดสินค้า GI ไทยไปยังญี่ปุ่น โดยใช้จุดเด่นของสินค้า GI นำเสนออัตลักษณ์สินค้าไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค และใช้เวทีงาน FOODEX JAPAN 2026 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับนานาชาติที่เก่าแก่และมีขนาดใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของญี่ปุ่น เป็นกลไกในการเชื่อมโยงสินค้า GI ไทยกับภาคธุรกิจอาหารและ
ค้าปลีกในญี่ปุ่น ตลอดจนผู้ซื้อจากหลายประเทศทั่วโลก
ภายในงาน FOODEX JAPAN 2026 กรมฯ ได้จัดโซน GI Pavilion ของประเทศไทย เพื่อนำเสนออัตลักษณ์สินค้าเกษตรคุณภาพของไทยสู่สายตานานาชาติ โดยนำสินค้า GI ไทย 5 รายการที่มีความโดดเด่น ทั้งในด้านคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และศักยภาพในการต่อยอดสู่ตลาดสากล มาร่วมจัดแสดง ได้แก่
(1) ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ (ร้อยเอ็ด) ข้าวคุณภาพสูงที่ปลูกในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ซึ่งมีสภาพดินและภูมิอากาศเฉพาะตัว ทำให้เมล็ดข้าวเรียวยาว มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์และให้สัมผัสนุ่มเมื่อหุงสุก
(2) ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ข้าวพื้นเมืองสีแดงที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เมล็ดเรียวสวย มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ซึ่งเกิดจากภูมิปัญญาการปลูกข้าวของภาคใต้
(3) พริกไทยตรัง พริกไทยคุณภาพดีที่ปลูกในพื้นที่ที่มีฝนชุกและดินอุดมสมบูรณ์ ทำให้เมล็ดมีกลิ่นหอมฉุนและรสชาติเผ็ดร้อน
(4) กาแฟดอยตุง (เชียงราย) กาแฟอาราบิก้าคุณภาพสูงจากพื้นที่สูงของดอยตุง ให้กลิ่นหอมละมุน รสชาติกลมกล่อมมีเอกลักษณ์
และ (5) มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า (ฉะเชิงเทรา) ที่มีผลใหญ่ เนื้อสีเหลืองทอง
เนียนละเอียด และรสชาติหวานหอม เป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
ทั้งนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยนำเสนอสินค้า มาตรฐานการผลิต ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ รูปแบบความร่วมมือทางการค้า ให้แก่ผู้นำเข้า ผู้ค้าปลีก และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารในญี่ปุ่นและประเทศต่างๆ ได้โดยตรง พร้อมรับทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับมาตรฐานคุณภาพ ความปลอดภัยอาหาร เงื่อนไขการนำเข้าสินค้า และแนวโน้มตลาด เพื่อนำไปปรับกระบวนการผลิตและควบคุมคุณภาพให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศปลายทาง รวมถึงการกำหนดโครงสร้างราคาและรูปแบบการสั่งซื้อ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเข้าสู่ตลาดใหม่และเพิ่มโอกาสทางการค้าในต่างประเทศมากยิ่งขึ้น
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเชื่อมั่นว่าการเข้าร่วมงาน FOODEX JAPAN 2026 ในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มการรับรู้สินค้า GI ไทยในกลุ่มผู้ซื้อระดับมืออาชีพ และต่อยอดสู่การเจรจาการค้าและการสั่งซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง ในอนาคต ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและสร้างรายได้ให้กับชุมชนผู้ผลิตในระยะยาว ทั้งนี้ ในปี 2569 กรมฯ ยังมีนโยบายส่งเสริมผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อขยายตลาดในประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงตลาดศักยภาพใหม่ อันเป็นการผลักดันสินค้า GI ไทยให้ก้าวสู่ตลาดสากลได้อย่างยั่งยืน นางอรมน กล่าวทิ้งท้าย






