ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด รักษาโดยแพทย์หัวใจ ดูแลครบวงจร

ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลวิภาวดี พร้อมทีมหมอผู้มีประสบการณ์ วินิจฉัยแม่นยำ รักษาครบทุกโรคหัวใจ ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ผ่าตัดหัวใจมาตรฐานสากล

ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด พร้อมดูแลสุขภาพหัวใจอย่างครบวงจร ด้วยทีมหมอโรคหัวใจและศัลยแพทย์หัวใจเฉพาะทางที่มีประสบการณ์ นอกจากนี้ที่ศูนย์หัวใจและหลอดเลือดยังมีทีมพยาบาลที่มีความชำนาญในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจโดยเฉพาะ ตั้งแต่การตรวจคัดกรอง วินิจฉัย ไปจนถึงการรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ


ศูนย์หัวใจและหลอดเลือดได้นำเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานมาใช้ในการตรวจและรักษา เพื่อช่วยค้นหาความผิดปกติได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น

ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด คืออะไร
ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Center) คือศูนย์การแพทย์เฉพาะทางที่ดูแลเกี่ยวกับโรคหัวใจและระบบหลอดเลือดแบบครบวงจร โดยรวบรวมทีมบุคลากรทางการแพทย์จากหลายสาขาไว้ในที่เดียว ทั้งอายุรแพทย์โรคหัวใจ (Cardiologist) ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก (Cardiothoracic Surgeon) พยาบาลเฉพาะทาง และนักเทคนิคการแพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การตรวจคัดกรอง วินิจฉัย วางแผนการรักษา ไปจนถึงการติดตามผลหลังการรักษา


ศูนย์หัวใจและหลอดเลือดที่ได้มาตรฐาน จะมีเครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยรองรับการรักษาอย่างครบครัน เช่น เครื่อง Echocardiography, Cardiac MRI ห้องสวนหัวใจ (Cardiac Catheterization Laboratory) รวมถึงห้องผ่าตัดหัวใจเฉพาะทาง เพื่อรองรับทั้งผู้ป่วยทั่วไป ผู้ป่วยฉุกเฉิน และการรักษาโรคหัวใจที่มีความซับซ้อนอย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด ให้การวินิจฉัยด้วยวิธีใดบ้าง
ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด ให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจและหลอดเลือดด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อช่วยประเมินความผิดปกติได้อย่างแม่นยำ ดังนี้

  • การติดตามการทำงานของคลื่นหัวใจ
  • การตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
  • การตรวจหัวใจด้วยสนามแม่เหล็ก
  • การตรวจปฏิบัติการหัวใจ
  • การฟื้นฟูและส่งเสริมสมรรถภาพหัวใจ
  • การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงผ่านผนังหน้าอก
  • การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงผ่านทางหลอดอาหาร
  • การตรวจสมรรถภาพหัวใจโดยใช้โดบูตามีนกระตุ้น (กรณีผู้ป่วยไม่สามารถออกกำลังกายได้)
  • การตรวจสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ
  • การตรวจดูหลอดเลือดด้วยเครื่องวินิจฉัยสนามแม่เหล็ก
  • การบันทึกคลื่นหัวใจ 24-48 ชั่วโมง รวมถึงการเฝ้าระวังความผิดปกติ
  • การทดสอบระบบประสาทอัตโนมัติหัวใจด้วยเตียงปรับระดับ
  • การตรวจนิวเคลียร์ทางรังสีสวนหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ
  • การฉีดสีตรวจหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง
  • การฉีดสีตรวจหลอดเลือดเลี้ยงแขนขา
  • การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย
  • การตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ สำหรับผู้ป่วยหัวใจเต้นผิดจังหวะ รวมถึงการรักษาด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง (Ablation)
     

ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด อาการแบบไหนควรเข้ารับการรักษา
หากมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ ควรรีบเข้ารับการตรวจจากแพทย์หัวใจที่ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด เพื่อวินิจฉัยและรักษาได้อย่างทันท่วงที โดยอาการที่ควรเฝ้าระวัง มีดังนี้ 

อาการที่ควรรีบพบแพทย์ฉุกเฉิน

  • เจ็บแน่นหน้าอก อาจร้าวไปที่ไหล่ซ้าย แขน คอ หรือขากรรไกร ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Acute Myocardial Infarction)
  • หายใจหอบเหนื่อยกะทันหัน โดยเฉพาะเมื่อนอนราบ (Orthopnea) อาจเกี่ยวข้องกับภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure)
  • หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ใจสั่น หรือหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ (Palpitation) โดยไม่ทราบสาเหตุ
  • เป็นลม หมดสติ หรือมีอาการวิงเวียนศีรษะรุนแรงอย่างเฉียบพลัน

 

อาการที่ควรนัดพบแพทย์หัวใจ

  • เหนื่อยง่ายกว่าปกติ แม้ทำกิจกรรมเดิมที่เคยทำได้
  • ขาบวม หรือข้อเท้าบวมโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีภาวะความดันโลหิตสูง (Hypertension) ที่ควบคุมได้ยาก
  • มีไขมันในเลือดสูง (Dyslipidemia) หรือโรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจตั้งแต่อายุน้อย
  • ตรวจพบความผิดปกติของหัวใจจาก ECG หรือการตรวจสุขภาพประจำปี

 

ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด รักษาโรคอะไรได้บ้าง

ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด รักษาโรคอะไรได้บ้าง

ศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด ให้บริการดูแลรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ ครอบคลุมโรคหัวใจหลากหลายประเภท ซึ่งแบ่งการรักษาออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ดังนี้ 


กลุ่มไฟฟ้าหัวใจ

  • การใส่เครื่องช็อกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติชนิดฝังติดตั้งกับตัวผู้ป่วย
  •  (Automatic Implantable Cardioverter Defibrillator: AICD)
  • การใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจและช่วยการบีบตัวหัวใจ
  •  (Cardiac Resynchronization Therapy: CRT/CRTD)
  • การรักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ
  •  (Pacemaker)
  • การรักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูงผ่านสายสวน
  •  (Radiofrequency Catheter Ablation of Cardiac Arrhythmias)

 

กลุ่มหัวใจพิการแต่กำเนิด

  • การรักษาโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดโดยการสวนหัวใจ
  • การผ่าตัดเปิดเส้นเลือด (Ductus Arteriosus)
  • การผ่าตัดปิดรูรั่วผนังกั้นห้องบน / การผ่าตัดปิดรูรั่วผนังกั้นห้องล่าง
  • การผ่าตัดขยายหลอดเลือดสำหรับโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่มีความซับซ้อน

กลุ่มหลอดเลือดหัวใจ

  • การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและใส่ขดลวด
  •  (Percutaneous Coronary Intervention: PCI)
  • การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ
  •  (Coronary Artery Bypass Graft: CABG)

 

กลุ่มหลอดเลือด

  • การขยายหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบผ่านการทำบอลลูนและขดลวด
  • การรักษาโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง (Aortic Aneurysm)
  • การผ่าตัดซ่อมแซมหลอดเลือดแดงโป่งพองในช่องท้อง
  • การผ่าตัดสอดสายสวนเพื่อรักษาโรคหลอดเลือดโป่งพองในช่องท้อง
  • การผ่าตัดสอดสายสวนเพื่อรักษาโรคหลอดเลือดโป่งพองในทรวงอก

 

กลุ่มลิ้นหัวใจ

  • การผ่าตัดซ่อมแซมลิ้นหัวใจ
  • การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ
  • การเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านทางสายสวน (TAVI)

 

เทคโนโลยีผ่าตัดหัวใจในปัจจุบันช่วยลดความเสี่ยงได้จริงหรือไม่
ปัจจุบัน เทคโนโลยีการผ่าตัดหัวใจมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้การรักษามีความแม่นยำและปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อได้รับการดูแลจากแพทย์หัวใจที่มีความชำนาญร่วมกับเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงระหว่างการรักษาและเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ


หนึ่งในเทคนิคที่ได้รับความนิยมคือการผ่าตัดหัวใจแบบแผลเล็ก (Minimally Invasive Cardiac Surgery: MICS) ซึ่งช่วยลดขนาดแผล ลดการเสียเลือด ลดอาการเจ็บหลังผ่าตัด และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้นและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ไวกว่าเดิม


การดูแลสุขภาพหัวใจที่ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลวิภาวดี
โรคหัวใจและหลอดเลือดจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ พร้อมเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ขอแนะนำศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลวิภาวดี พร้อมให้บริการดูแลแบบครบวงจร ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย การรักษาด้วยหัตถการเฉพาะทาง ไปจนถึงการผ่าตัดหัวใจโดยทีมศัลยแพทย์หัวใจที่มีความชำนาญ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ