วิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว เรียนอะไร จบแล้วทำงานอะไรได้บ้าง

วิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว เรียนอะไรบ้าง? ทำความรู้จักเนื้อหาหลักสูตร ทักษะที่ได้ และแนวทางการทำงาน พร้อมรู้จักหลักสูตรที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

การเคลื่อนไหวของร่างกายเกี่ยวข้องกับหลายองค์ประกอบ ตั้งแต่โครงสร้างและการทำงานของร่างกาย ไปจนถึงการออกกำลังกาย การป้องกันการบาดเจ็บ และการฟื้นฟูสุขภาพ โดยวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว จึงเป็นอีกศาสตร์ที่นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งในด้านสุขภาพ การกีฬา และชีวิตประจำวัน สำหรับคนที่สนใจเส้นทางการเรียนด้านนี้ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและสุขภาพ ทํางานอะไรได้บ้าง และในหลักสูตรจะได้เรียนรู้เรื่องอะไรบ้าง

วิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว คืออะไร? ทำความเข้าใจศาสตร์เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของร่างกาย 


การเดิน วิ่ง ยกของ หรือแม้แต่การเปลี่ยนท่าทาง ล้วนเกิดจากการทำงานร่วมกันของหลายส่วนในร่างกาย วิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวจึงเป็นศาสตร์ที่เข้ามาศึกษากระบวนการเหล่านี้อย่างเป็นระบบ ความรู้ที่ได้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการออกกำลังกาย การป้องกันการบาดเจ็บ รวมถึงการดูแลและฟื้นฟูร่างกาย โดยอาศัยความเข้าใจทั้งในด้านโครงสร้างและการทำงานของร่างกาย

หลักสูตรวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวเรียนอะไรบ้าง? รู้จักเนื้อหาที่น่าสนใจ 

วิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและสุขภาพ  

การเรียนวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวครอบคลุมความรู้หลายด้านที่ช่วยให้เข้าใจทั้งโครงสร้าง รวมทั้งเรียนเรื่องจิตใจและโภชนาการด้วย

  • กายวิภาคศาสตร์ (Anatomy) ศึกษาโครงสร้างต่าง ๆ ของร่างกายและการทำงานร่วมกัน เพื่อทำความเข้าใจรูปแบบการเคลื่อนไหว รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างร่างกายกับอาการบาดเจ็บ
  • สรีรวิทยา (Physiology) ทำความเข้าใจการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายขณะเกิดการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการนำไปพัฒนาประสิทธิภาพการเคลื่อนไหว
  • ชีวกลศาสตร์ (Biomechanics) ศึกษาการตอบสนองของร่างกายและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวในท่าทางรูปแบบต่าง ๆ
  • จิตวิทยา (Psychology) เรียนรู้ผลของสภาพจิตใจที่มีต่อการเคลื่อนไหว รวมถึงแนวทางจัดการอุปสรรคทางจิตใจและพัฒนาการควบคุมตนเอง
  • โภชนาการ (Nutrition) ทำความเข้าใจความสำคัญของอาหารต่อการออกกำลังกายและการฟื้นฟูร่างกาย เพื่อนำไปสู่การเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับกิจกรรมและการฟื้นตัว
     

วิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวกับกายภาพบำบัด ต่างกันอย่างไร?
แม้วิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและกายภาพบำบัดจะเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวและสุขภาพของร่างกาย แต่ลักษณะการนำความรู้ไปใช้มีจุดเน้นที่แตกต่างกัน วิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวสามารถต่อยอดไปสู่งานด้านวิทยาศาสตร์ การวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนาระบบสุขภาพได้หลากหลายมิติ 


พัฒนานวัตกรรมการแพทย์และวิทยาศาสตร์ 
องค์ความรู้ด้านศาสตร์การเคลื่อนไหวของร่างกาย สามารถนำไปต่อยอดกับงานวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมด้านการแพทย์ โดยเฉพาะการทำงานร่วมกันระหว่างนักวิทยาศาสตร์และบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อสร้างเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพ 

การทำงานจริงระหว่างองค์กรและสถานประกอบการภายนอก
การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่ภายในห้องเรียน แต่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ทำงานร่วมกับองค์กรและสถานประกอบการภายนอก นักศึกษาสามารถนำความรู้ด้านศาสตร์การเคลื่อนไหว ไปเชื่อมโยงกับโจทย์จริง และพัฒนาแนวคิดหรืองานวิจัยที่นำไปใช้ได้


ยกระดับระบบสาธารณสุขไทย
การพัฒนาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว สามารถต่อยอดสู่งานวิจัยและนวัตกรรมด้านสุขภาพ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนไทย ช่วยเพิ่มศักยภาพบุคลากรและสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่นำไปใช้ประโยชน์ในระบบสาธารณสุข เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพและการดูแลประชาชนในอนาคต 


วิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและสุขภาพกับวิทยาศาสตร์การกีฬา ต่างกันอย่างไร?
แม้วิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและสุขภาพ กับวิทยาศาสตร์การกีฬา จะมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวและการออกกำลังกาย แต่จุดเน้นของการเรียนแตกต่างกัน โดยวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและสุขภาพให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจโครงสร้างและการทำงานของร่างกาย รวมถึงการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวด้วยชีวกลศาสตร์ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับการดูแลสุขภาพและการฟื้นฟู


ขณะที่วิทยาศาสตร์การกีฬาเน้นองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายและสมรรถภาพทางกาย โดยเฉพาะการนำความรู้ไปใช้กับการพัฒนาศักยภาพด้านกีฬา ส่วนวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและสุขภาพ สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์กับคนหลากหลายช่วงวัย ตั้งแต่เด็ก วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ จึงมีมุมมองด้านการเคลื่อนไหวของร่างกายที่เชื่อมโยงกับสุขภาพในชีวิตประจำวันกว้างมากกว่า


เรียนหลักสูตรวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและสุขภาพที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์  


การเรียนวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและสุขภาพที่จุฬาภรณ์ จุดเด่นคือการพัฒนาทักษะเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นบุคลากรที่สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านสุขภาพ และนำความรู้ไปใช้ได้จริง ดังนี้ 

 

  • ต่อยอดสู่การเป็น Personal Trainer ขั้นสูง เรียนรู้ทั้งกายวิภาคศาสตร์ (Anatomy) สรีรวิทยาการออกกำลังกาย (Exercise Physiology) และระบบประสาท เพื่อนำความรู้มาวิเคราะห์ร่างกายและออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายเฉพาะบุคคล
  • สร้างนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาการเคลื่อนไหว นักศึกษาจะได้ลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ก่อนนำข้อมูลมาต่อยอดเป็นแนวคิด นวัตกรรม อุปกรณ์ หรือระบบต้นแบบ ที่ช่วยแก้ไขปัญหาด้านการเคลื่อนไหวของประชาชน
  • ยกระดับสุขภาพในระดับชุมชน นำองค์ความรู้จากหลักสูตรวิทยาศาสตร์สุขภาพ ไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคและช่วยลดภาระการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 


H2 : วิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว กับเส้นทางการเรียนรู้ด้านสุขภาพ 
วิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว เป็นศาสตร์ที่พาเราเข้าใจการทำงานของร่างกายในหลายมิติ ตั้งแต่โครงสร้าง การเคลื่อนไหวและการออกกำลังกาย การฟื้นฟูร่างกาย ไปจนถึงปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพ เมื่อมองให้กว้างขึ้น ความรู้จากศาสตร์นี้ยังนำไปต่อยอดได้ทั้งงานวิจัย การสร้างนวัตกรรมด้านสุขภาพ และการดูแลคนในช่วงวัยต่าง ๆ

สำหรับคนที่อยากเรียนรู้ศาสตร์นี้อย่างจริงจัง คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดสอนสาขาวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและสุขภาพ โดยเน้นทั้งความรู้ในห้องเรียนและประสบการณ์จากการฝึกปฏิบัติจริง โดยเริ่มฝึกงานตั้งแต่ชั้นปีที่ 3 ฃ ทำให้นักศึกษาได้สัมผัสประสบการณ์จากหลากหลายสถานที่ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการนำความรู้ไปใช้ในสายงานจริง