- 24 ก.ย. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 24 ก.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการพบวัดแห่งหนึ่งในท้องที่หมู่บ้านกลางเจริญ บนถนนสายหลัก 7 ศรีวิชัย – ดอนเขือง หมู่ 11 ต.ต้นผึ้ง อ.พังโคน จ.สกลนคร มีป้ายเขียนบอกชื่อวัดว่า “วัดเสียวสวาท” ติดบนถนนสายหลักทางแยกเข้าวัดกลางหมู่บ้าน ห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 100 เมตร อยู่ท้ายหมู่บ้าน และมีซุ้มประตูเข้า-ออกวัด 2 ด้าน ซึ่งภายในบริเวณวัดพบว่ากำลังเริ่มมีการก่อสร้างหอระฆังขนาดใหญ่สูงประมาณ 15 เมตร พร้อมกับรั้วกำแพงวัด ผู้สื่อข่าวจึงเข้าตรวจสอบ พบว่าพระวีระพงษ์ อินทโชโต เจ้าอาวาสวัด ขณะนั่งอยู่ภายในกุฏิวัด ทราบว่า มีพระลูกวัดจำพรรษอยู่ภายในวัดแห่งนี้ 3 รูปเป็นชาวบ้านกลางเจริญ
พระวีระพงษ์ กล่าวว่า มีญาติโยมที่มาจากที่อื่นขับรถยนต์ผ่านไป-มา พบเห็นป้ายชื่อวัดเสียวสวาท ได้แวะเวียนมาสอบถามอยู่เป็นประจำ โดยญาติโยมที่เข้ามาต่างสงสัยและมองว่าตั้งชื่อวัดไม่เป็นมงคล ซึ่งก็ได้อธิบายให้ญาติโยมเข้าใจนั้นเป็นเพียงส่วนน้อยที่รับรู้และเข้าใจ จึงขอบอกผ่านสื่อถึงญาติโยมที่ยังเคลือบแคลงสงสัยได้เข้าใจในการตั้งชื่อวัด เดิมทีชื่อวัดเสียวสวาท นั้นตั้งมาพร้อมหมู่บ้านกลางเจริญ ( เดิมบ้านโพนสว่าง) เมื่อปี พ.ศ. 2463 และปี 2537 แยกจากหมู่บ้านโพนสว่างเป็นบ้านกลางเจริญ หมู่ 11 มีเจ้าอาวาสจำพรรษาที่วัดแห่งนี้รวม 7 รูป และปัจจุบันมีพระวีระพงษ์ อิทโชโต เจ้าอาวาสวัด
ส่วนเหตุที่ชื่อ เสียว สวาท นั้น คำว่าเสียว เป็นชื่อ ของต้นไม้พันธุ์พื้นเมืองภาษาเรียกของชนเผ่าภูไท และเป็นต้นไม้มงคลประจำถิ่น ซึ่งสมัยก่อนบริเวณแห่งนี้มีต้นเสียวจำนวนมาก ละเป็นไม้ยืนต้นขนาดสูงใหญ่โตเต็มที่สูงประมาณกว่า 10 เมตร ลักษณะลำต้น และกิ่ง ใบคล้ายกับต้นมะขามป้อม โดยจะขยายพันธุ์ทางรากก่อนที่งอกจะเจริญเติบโตเป็นลำต้น แต่ปัจจุบันเหลือน้อยมากพบเห็นมีต้นขนาดเล็ก ส่วนต้นใหญ่ชาวบ้านลอบตัดนำไปแกะสลักเป็นของที่ระลึกต่างๆเก็บไว้บูชา เพื่อเป็นสิริมงคล โดยเชื่อกันว่าหากใครมีไว้ครอบครองครอบครัวจะเจริญรุ่งเรืองและอยู่เย็นสุข และยังเชื่อว่าสามารถปราบภูตผีปีศาจหรือสิ่งชั่วร้ายได้ จึงมีคนต้องการไม้ชนิดนี้มาก
ส่วนคำว่า “สวาท” นั้นเป็นชื่อนามบุคคลที่มาตั้งรกรากปักฐานหมู่บ้านแห่งนี้เป็นครอบครัวแรก และต่อมามีผู้คนย้ายเข้ามาอาศัยอยู่เพิ่มมากขึ้นหลายครอบครัว ขณะนั้นชาวบ้านต่างให้ความเคารพนับถือนายสวาทเป็นอย่างมาก ต่อมาได้ช่วยกันสร้างศาลาจัดตั้งเป็นวัดขึ้นพร้อมนิมนต์พระมาจำพรรษา ในปี 2463 และให้มีผู้ดูแลวัด จากนั้นจึงจัดตั้งชื่อวัดโดยใช้ชื่อต้นเสียวและชื่อคน ว่าวัดเสียวสวาทตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตามชื่อวัดเสียวสวาท คงยังมีปัญหามาโดยตลอดกับการญาติโยมที่จะเข้าบริจาคร่วมทำบุญกับทางวัด
โดยเฉพาะช่วงจัดพิมพ์ซองผ้าป่าหรือกฐิน ซึ่งมีการเสนอตั้งชื่อวัดใหม่แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ดังนั้นจึงขอทำความเข้าใจแก่ญาติโยมชาวพุทธได้เข้าใจ ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น และขณะเดียวกันตอนนี้ทางวัดกำลังดำเนินการก่อสร้างหอระฆังใหญ่สูงประมาณ 15 เมตร งบประมาณราว 1,000,000 บาท และรั้วกำแพงวัดที่ผุพังเพื่อบูรณะสร้างใหม่ จึงขออนุโมทนาร่วมสมทบทุนการก่อสร้างให้แล้วเสร็จสมบูรณ์
ข่าว/ภาพ : ไมตรี แก้วบุญมี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สกลนคร
