- 10 ต.ค. 2559
www.tnews.co.th
นายช่างอาคารสูงบริษัทใหญ่ จ.ปทุมธานี ไปเที่ยวพักแพกับครอบครัวและเพื่อนๆ พลัดตกแพ ในอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ทีมประดาน้ำมูลนิธิฯดำค้นหา 3 วันยังไม่พบศพ หลังเกิดเหตุติดกัน 2 ครั้ง ทั้งเพลิงไหม้แพวอดทั้งหลัง เดชะบุญนักศึกษา 19 คน ปลอดภัย เมื่อเร็วๆนี้ ก็มาเกิดเหตุนักท่องเที่ยวตกแพเสียชีวิต บริเวณใกล้กันอีก ชาวแพหวั่นอาเพศ เตรียมทำบุญใหญ่
จากกรณีเมื่อช่วงเย็นวันที่ 8 ต.ค.2559 ที่ผ่านมา ได้มีคณะนักท่องเที่ยวจาก จ.ปทุมธานี 11 คน เดินทางไปท่องเที่ยวที่ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี และได้เช่าแพพักบริการเรือลากจูง ไปยังเกาะซึ่งห่างจากริมฝั่งราว 2 กม.ขณะใกล้จะถึงเกาะ ได้เกิดเหตุมีนักท่องเที่ยวเป็นชายพลัดตกจากแพ จมน้ำสูญหาย ที่บริเวณกลางอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ บ้านหม่องกระแทะ ม.5 ต.ท่ากระดานอ.ศรีสวัสดิ์ โดยหลังเกิดเหตุ ทีมประดาน้ำมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ ได้ระดมกำลังดำค้นหา แต่ยังไม่สามารถพบศพ เนื่องจากระดับน้ำลึกมาก ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้ว
ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.00น.วันที่ 10 ต.ค.2559 บรรยากาศบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นวันที่ 3 กลางอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ บ้านหม่องกระแทะ ม.5 ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์กำลังเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์กว่า 30 คนยังกระจายกำลังค้นหาร่างนายอนิรุทธ์ ขุนวิแจ้ง อายุ 39 ปี นายช่างอาคารสูงของบริษัทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี อยู่บ้านเลขที่ 40/01113 ม.13 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ผู้เคราะห์ร้าย ที่พลัดตกจากแพร่างจมสูญหาย โดยใช้เรือเร็วติดเครื่อง 3 ลำ แล่นออกตระเวนค้นหากินรัศมีในวงกว้างกว่า 1 กม. โดยมีทีมประดาน้ำมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ และทีมประดาน้ำภาค 7 ที่มีความชำนาญระดับน้ำลึก มาเสริม ได้ดำลงค้นหาในทันที
นายเฉลิมพนธ์ หรือใหญ่ หงส์ยนต์ หน.ชุดทีมประดาน้ำภาค 7 เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากทางญาติของผู้เสียชีวิต ให้ช่วยดำเนินการค้นหาร่างนายอนิรุทธ์ เนื่องจากน้ำอ่างเก็บน้ำฯมีระดับความลึกถึง 120 เมตร ต้องใช้ทีมประดาน้ำ ที่มีความชำนาญระดับความลึกมากเช่นนี้ เพราะอุณหภูมิใต้น้ำจะเย็นจัด ทัศนวิสัยการมองเห็นใต้น้ำ จะเห็นได้ไม่เกินกว่า 1 เมตร หายใจจะฝืด ซึ่งมีอันตรายมาก ต้องคอยขึ้นมาพักบนผิวน้ำ เพื่อไล่ไนโตรเจนออก จึงทำการลงดำค้นหาใหม่ได้ หลังอธิบายนายเฉลิมพนธ์ พร้อมทีมประดาน้ำภาค7 รวม 3 นาย ก็ดำลงน้ำเพื่อค้นหาร่างนายอนิรุทธ์ทันที
โดยในวันนี้ นางนงนุช ไกรทัย อายุ38ปี ภรรยาของนายอนิรุทธ์ พร้อมทั้งเพื่อนๆที่ทำงานในบริษัทเดียวกันกับนายอนิรุทธ์ ได้เดินทางจากจ.ปทุมธานี ไปยังบริเวณที่จอดแพรวมหลายบริษัท บ้านหม่องกระแทะ ม.5 ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ ซึ่งอยู่บริเวณริมฝั่ง ขอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ตรงข้ามกับเกาะ ที่เรือลากแพไป จากนั้นได้นำเครื่องเซ่นสังเวย จุดธูปเทียน บอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง แม่พระคงคา เทวดาอารักษ์ ช่วยดลบันดาล ให้พบร่างของนายอนิรุทธ์ โดยเร็ว รวมทั้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ก็นำธูปเทียนมากราบไหว้ เจ้าป่าเจ้าเขา ขอให้ช่วยค้นหาพบร่างนายอนิรุทธ์ ได้โดยเร็วเช่นกัน
นางนงนุช กล่าวด้วยสีหน้าเศร้าหมองว่า ขณะนี้ก็ทำใจได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ยังกังวลและไม่สบายใจเท่าไหร่ เนื่องจากยังไม่พบร่างของนายอนิรุทธ์สามี ก็ได้ทำพิธีขอขมาและขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วย ให้พบร่างของนายอนิรุทธ์โดยเร็ว ในเรื่องวันที่เกิดเหตุ ก็ไม่ทันเห็นว่าสามีพลัดตกได้อย่างไร เพราะอยู่ด้านหน้าแพ เห็นสามีเดินดูวิวไปรอบๆและเดินไปด้านท้ายแพ ก็ได้ยินเสียงร้องของสามี หันไปดูพร้อมกับเพื่อนๆก็เห็นสามีอยู่ในน้ำพยายามว่ายตามแพที่เรือกำลังลากจูง เพื่อนๆพยายามโยนชูชีพลงไปให้แต่สามีก็จมหายไป ต่อหน้าต่อตา
ด้านนายโจ เพื่อนร่วมงานของนายอนิรุทธ์ ซึ่งร่วมอยู่ในวันเกิดเหตุเปิดเผยว่า นายอนิรุทธ์ ทำงานเป็นช่างอาคารสูง ทุกคนที่เดินทางมาท่องเที่ยว ก็เป็นเพื่อนร่วมงานอยู่ในบริษัทเดียวกัน รวมทั้งครอบครัว นาย อนิรุทธ์ รวม 11 คน หลังจากเดินทางมาถึงแพ ก็ได้เช่าแพพักรวมหลังใหญ่โดยมีเรือลากจูงจากริมฝั่งไปยังเกาะซึ่งอยู่ตรงข้ามห่างราว 2 กม. ขณะใกล้ถึงเกาะไม่ทราบสาเหตุใด นายอนิรุทธ์ ซึ่งเดินไปด้านท้ายแพ เกิดพลัดตกลงไปในน้ำ ก็พยายามช่วยกันโดยโยนชูชีพลงไปให้ เรือก็ลากแพห่างจากนายอนิรุทธ์ ซึ่งพยายามว่ายตามแพ จากนั้นทุกคนก็เห็นนายอนิรุทธ์ จมหายลงไปในน้ำ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยดำเนินการค้นหา แต่ถึงขณะนี้ก็ยังไม่พบร่างนายอนิรุทธ์ แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม บริเวณที่เกิดเหตุ เมื่อวันที่29 ส.ค.ที่ผ่านมา นี้ก็เกิดเหตุ เรือลากจูงแพ2ชั้นขนาดใหญ่ ไปจอดที่ริมฝั่งของเกาะ โดยมีนักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มนักศึกษาในกรุงเทพ 19 คน เช่าพัก ได้เกิดเพลิงไหม้แพ วอดทั้งหลัง นักศึกษาโดดหนีลงจากแพขึ้นฝั่ง เดชะบุญทุกคนปลอดภัย ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ซึ่งทั้ง 2 เหตุได้เกิดในเวลาห่างกัน10วัน เป็นที่โจษขานกันไปทั่ว ผู้ประกอบการแพต่างๆหวั่นจะเกิดอาเพศและมีเหตุอีก ต่างเตรียมทำบุญแพ แก้ไขอาเพศต่างๆ
(CR.ภาพ มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ , ทีมประดาน้ำภาค 7)
วุฒิเดช ก้อนทองคำ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.กาญจนบุรี
