- 14 ต.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
สืบเนื่องจากกรณีผู้ประกาศข่าว สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง11(เอ็นบีที) ผู้อ่านประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต เมื่อค่ำวันที่ 13 ต.ค. ที่ผ่านมา
วันนี้ (14 ต.ค.) คุณวีระศักดิ์ ขอบเขต ผู้ประกาศข่าวคนดังกล่าวได้เปิดเผยว่า เป็นการประกาศข่าวที่ยากที่สุดเพราะจะต้องไปทำหน้าที่อ่านข่าวร้ายที่สุด ที่ประชาชนชาวไทยไม่อยากได้รับฟัง โดยได้เล่าถึงวินาทีอันยากที่สุดในการปฏิบัติหน้าที่ว่า ขณะนี้อายุ44ปี ตลอดเวลาที่ทำงานในฐานะผู้ประกาศข่าว มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 และเป็นประชาชน ที่เกิดมา ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใน พระบรมโกศจึงรักพระองค์ท่านมาก
แต่เมื่อขณะนั้นมีข่าวร้ายมาถึง ในวินาทีที่ได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่อันสำคัญยิ่งนี้ก็ถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมาตลอดเวลาว่าจะทำหน้าที่นี้ได้ไหม จะทำได้ดีและไหวหรือเปล่า เพราะแค่วินาทีที่ได้รับประกาศจากสำนักพระราชวังก็ร้องไห้ไปรอบหนึ่งแล้ว เพราะมันเป็นเรื่องยากเหลือเกินที่จะต้องแจ้งข่าวให้คนไทยทั้งประเทศได้รับทราบ เป็นข่าวเกี่ยวกับพระองค์ท่านที่ไม่มีใครอยากฟัง ไม่อยากรับรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความจริงไม่ว่าใครก็ทำใจไม่ได้ถือเป็นเรื่องที่เศร้ามากที่สุดในชีวิต การที่ต้องไปสื่อสารในสิ่งที่คนไม่อยากฟังทั้งประเทศ ในขณะที่เวลานั้นเราเองก็ยังทำใจไม่ได้ มันจึงต้องอดกลั้นที่สุด จนเมื่อใกล้ถึงเวลาทำหน้าประกาศข่าวแถลงการณ์จากสำนักพระราชวัง ก็รวบรวมสมาธิ ตั้งใจอ่านประกาศแถลงการณ์อย่างสุดความสามารถ
เมื่อถึงวินาทีสำคัญที่สุดในชีวิตมาถึงแค่เพียงไม่กี่วินาที ในการไปประกาศข่าวครั้งนี้มันช่างยากเหลือเกินกับการถือกระดาษแผ่นนี้ไปแจ้งข่าวให้ชาวไทยทั้งประเทศได้รับทราบ ทั้งที่เราทำหน้าที่ปะกาศข่าวมาหลายปีแล้ว ก่อนที่จะเริ่มอ่านประกาศแถลงการณ์จึงยกมือขอพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ว่าจะขอทำงานถวายพระองค์ท่าน เพราะนี่คือโอกาสครั้งสุดท้ายแล้วที่จะได้ทำงานถวาย จะขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ถึงแม้ตอนนั้นจะรู้สึกเจ็บปวดที่สุดในชีวิตก็ตาม จึงพยายามตั้งสติและทำให้ดีที่สุดพออ่านจบโชคดีที่มีตัดภาพไปเป็นสารคดีช่วย เมื่อภาพตัดไปยังสารคดีในตอนนั้นร้องไห้ เสียใจที่สุดในชีวิตถือเป็นการทำงานที่ยากมากที่สุดในชีวิตตั้งแต่ทำงานเป็นผู้ประกาศข่าว
ขอบคุณภาพจาก Veerasak Khobkhet
