- 21 ต.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (๒๑ ต.ค.) พบพระครูประพัทธรรมภรณ์ เจ้าอาวาสวัดบ้านนางอย ต.เต่างอย อ.เต่างอย จ.สกลนคร สอบถามอาการคุณตาไสย์ ยะงาม (บิดา) อายุ ๑๐๐ ปีที่เข้ามาอาศัยอยู่ภายในวัดมานานกว่า ๒๐ ปีมีอาการซึมเศร้าหนักจนทุกคนเป็นห่วง หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ ที่ผ่านมาคุณตาวัย ๑๐๐ ปีซึมเศร้าหนักไม่ยอมกินข้าวปลาอาหาร จึงต้องให้คนเฝ้าคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
ตรวจสอบพบว่าคุณตาไสย์ อาศัยอยู่กุฎิไม้เก่ายกพื้นสูง นั่งอยู่เพียงลำพัง นัยน์ตาขุ่นมัว ผมหงอกขาว และรอบข้างวางสิ่งของเครื่องใช้ เสื้อผ้าเต็มพื้นที่ ฝาผนังบ้านมีรูปพระฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อถามถึงพระเจ้าอยู่หัว สังเกตเห็นใบหน้าและนัยน์ตาน้ำตาคลอเบ้าเหมือนร้องไห้ สองแขนโอบกอดพระบรมพระฉายาลักษณ์ และยกมือพนมไหว้เหนือหัว
โดยพระครูประพัทธรรมภรณ์ (บุตรชาย) เจ้าอาวาสวัดบ้านนางอย เล่าว่า กว่า ๒๐ ปีที่อาตมาพาโยมพ่อมาพักอาศัยอยู่ภายในวัดแห่งนี้ ซึ่งท่านประสงค์ขออยู่วัดไม่ไปอยู่กับพี่น้องคนอื่น ขณะนี้พ่ออายุ ๑๐๐ ปีเศษ ตามบัตรประชาชนระบุ (ปี ๒๔๕๙) ปกติพ่อเป็นคนพูดเก่งอัธยาศัยดีไม่ถือตัว สนุกสนานยิ้มเก่ง และสังเกตเห็นเมื่อพ่อรู้ว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรคิดว่าน่าจะมีคนบอก จึงเกิดอาการซึมเศร้าไม่ค่อยพูดจากับใครจะเก็บตัวเงียบ คิดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากเรื่องนี้ และวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ เป็นต้นมา ยิ่งทำให้โยมพ่อซึมเศร้าหนัก เบื่ออาหารแต่ละมื้อกินน้อยลงจนผิดสังเกต ขณะเดียวกันนำภาพพระเจ้าอยู่หัววางบนหัวนอนกราบไหว้ก่อนนอนทุกคืน
ขณะนี้อาการกำเริบหนัก รวมทั้งหูไม่ค่อยได้ยินเสียงต้องตะโกนเรียก สายตามองไม่ค่อยเห็นแถมพูดน้อยลงถามคำตอบคำ อาจจะเป็นเพราะโยมพ่ออายุมาก ประกอบกับสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง ซึ่งอาตมามั่นมาคอยดูแลอยู่ตลอดและพระลูกวัด รวมถึงญาติพี่น้องคอยสับเปลี่ยนเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามความเศร้าโศกเสียใจที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต ทุกคนต่างเสียใจ ส่วนโยมพ่อญาติพี่น้องทุกคนก็คงต้องดูแลท่านให้ดีที่สุด และมีอายุยืนยาวอยู่ต่อไป เชื่อว่ามีคนอายุเกินหลักร้อยขึ้นไปที่ร่างกายยังแข็งแรงน่าจะมีไม่มากนัก
ภาพ/ข่าว : ไมตรี แก้วบุญมี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสกลนคร
