- 25 ต.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
คำสอนของพ่อแม่ที่เป็นเกษตรกร พร่ำสั่งสอนลูก “หากลูกกินไม่อิ่ม ให้ลงมือทำ ปลูกทุกอย่างที่กิน และกินทุกอย่างที่ปลูก” เป็นคำสอนที่ส่งต่อกันมา จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมอบให้ โดยเฉพาะครอบครัวเกษตรกร ในการทำเกษตรแบบผสมผสาน เป็นสิ่งที่ นางปพิชญา นวลบุญ หรือ พี่แดง เกษตรกร ผัง 120 หมู่ที่ 7 ต.อุใดเจริญ อ.ควนกาหลง จ.สตูล จดจำและมาปฏิบัติจนมีทุกวันนี้ แปลงผักกาดขาว แปลงคะน้า แตงกวา มะนาว และผักมากมายหลากหลายชนิดที่ทุกคนในครอบครัวกิน พอจะแบ่งปันให้เพื่อนบ้าน และเพียงพอที่จะเหลือเพื่อจำหน่ายเป็นรายได้มาเลี้ยงครอบครัว
จากผืนดิน 8 ไร่ที่ตัดสินใจโค่นต้นยางพาราที่ละน้อย ในขณะนั้นที่มีราคาตกต่ำ เพื่อปลูกแปลงผัก เมื่อหักลบกลบหนี้พบว่าแปลงผักเพียงไม่กี่แปลงทำให้ตนมีเงินเก็บเข้ากระเป๋าเดือนละ 5,000 บาท จนตัดสินใจโค่นต้นยางพาราทั้งหมด 8 ไร่ และตั้งหน้าทำเกษตรแบบผสมผสานอย่างเต็มตัว นำตัวเองออกไปหาความรู้ และบริหารพื้นที่ทั้งหมดออกเป็น แปลงผักกินใบ สวนผสม บ่อปลา โรงเรือนเลี้ยงไก่-ไข่ และโรงเรือนผลิตปุ๋ยชีวภาพ สมุนไพรกำจัดศัตรูพืช รวมทั้งบริหารจัดการแหล่งน้ำเพื่อเก็บกักไว้ใช้ เป็นผลให้ต้นทุนการผลิตต่ำ ไม่มีสารพิษ พ่อค้าแม่ค้ามารับถึงที่
ผลผลิตที่ออกสู่ตลาดทุกวัน โดยมีพ่อค้าแม่ค้าจากตลาดมารับถึงบ้าน ในราคาไม่แพงเนื่องจากต้นทุนเราต่ำ เพราะมีปุ๋ยชีวภาพที่ผลิตขึ้นเอง มีสูตรยาสมุนไพรในการกำจัดศัตรูพืช อาทิ แตงกวา ที่มีการเก็บวันละไม่น้อยกว่า 150 กิโลกรัม ถึง 200 กิโลกรัม จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 10 บาท และผักกาดขาว-คะน้า จำหน่ายในกิโลกรัมละ 30 บาท วันละไม่น้อยกว่า 20 กิโลกรัม พริกสดกิโลกรัมละ 150 บาท ไก่ และปลา หล่อไม้ กล้วย ข้าวโพด มาที่แปลงเกษตรสวนผสมที่นี่มีครบ เพราะหากแปลงผักชนิดไหนใกล้หมดรุ่นก็จะปลูกเตรียมรอไว้ทันที หมุนเวียนอยู่แบบนี้
ดูเหมือนชีวิตของนางปพิชญา นวลบุญ หรือ พี่แดง จะไม่มีอุปสรรคอะไร แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ ชีวิตที่ต่อสู้ ท้อแต่ไม่ถอย จากการลองผิดลองถูก ลงทุนเลี้ยงฟาร์มไก่ ไม่ประสบความสำเร็จก่อนผันตัวมาทำฟาร์มวัว และหมู ก็ล้มเหลว มีหนี้สินทั้งในและนอกระบบกว่าล้านบาท เคราะห์ซ้ำครอบครัวแยกทางทำให้ต้องเลี้ยงลูก 3 คน โดยลำพัง
เมื่อลูกเริ่มโตอาหารเริ่มไม่พอกินพอใช้ พ่อแม่ที่เป็นเกษตรกรได้บอกเสมอ “หากลูกกินไม่อิ่ม ให้ลงมือทำ ปลูกทุกอย่างที่กิน และกินทุกอย่างที่ปลูก” เมื่อก่อนก็ไม่เคยเชื่อ พอได้ลงมือทำพบว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นนักปราชญ์ที่เล็งเห็นว่า หากเกษตรกรรู้จักใช้ประโยชน์ของดิน แบบผสมผสาน และจัดการแหล่งน้ำ ทำปุ๋ย ยาฆ่าแมลงแบบธรรมชาติ ด้วยความ“ซื่อสัตย์ สุจริต ไม่เอาเปรียบผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง” เป็นหลักในการดำเนินชีวิต เหมือนอย่างตน ซึ่งเชื่อว่ามาวันนี้ได้ประสบความสำเร็จแล้วกับชีวิต มีหลายหน่วยงานเล็งเห็นความตั้งใจจริงในการทำงาน จนมีรางวัลมากมายมาโดยตลอด 8 ปี ของการทำเกษตรแบบผสมผสานนี้ ทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศหลายปีซ้อนติดต่อกัน เป็นเกษตรกรต้นแบบมีการเดินทางมาศึกษาดูงาน
ทุกวันนี้พี่แดงมีรายได้ต่ำกว่าวันละ 500 บาท และสูงสุดวันละ 8,000 บาท และหนี้สินที่มีอยู่กว่า ล้านบาทเหลือเพียง 1 แสนบาท เชื่อว่าปีนี้จะหมดสิ้น เพราะในหลวงภูมิพลฯ ที่ได้ทรงประทานแนวทางไว้ให้พสกนิกรทุกคน ได้มีชีวิตอยู่ดีกินดี ประหยัด ขยันหมั่นเพียร พอมีพอกิน อย่างนี้ตลอดไป
ภาพ / ข่าว : เอนก ขันทสิกรรม เหยี่ยวข่าวทีนิวส์ จ.สตูล
