- 01 พ.ย. 2559
www.tnews.co.th
วันที่ 1 พ.ย.2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงพยาบาลสตูล ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล นายสุรศักดิ์ ยีมัสซา อายุ 48 ปี พนักงานบริการ กลุ่มงานบริหารทั่วไป โรงพยาบาลสตูล ตรวจเช็คสภาพรองเท้าสเก็ต พร้อมตรวจสุขภาพร่างกาย เตรียมตัวเดินทางด้วยล้อสเก็ตไปถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 เวลา 9 โมงเช้า
ด้านนายสุรศักดิ์ ยีมัสซา กล่าวทั้งน้ำตาว่า มีโอกาสได้รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่ออายุประมาณ 7 ขวบ โดยขณะนั้นพระองค์พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯและพระเจ้าลูกยาเธอ เสด็จมาเปิดมัสยิดมำบัง หรือมัสยิดกลางประจำจังหวัดสตูล ตอนนั้นไปรับเสด็จกับพ่อ คนเยอะมาก ได้เห็นพระพักต์พระองค์ไกลๆ แต่รู้สึกภูมิใจที่ครั้งหนึ่งในชีวิตมีโอกาสได้รับเสด็จ และมาวันนี้วันที่ได้ทราบข่าวพระองค์สวรรคต ก็ไม่อยากเชื่อในทีแรก รู้สึกเสียใจอย่างที่สุด
โดยวันที่ 4 พ.ย.2559 ได้ลาพักร้อนตั้งใจจะออกเดินทางด้วยล้อสเก็ต เพื่อไปถวายบังคมพระบรมศพพระองค์ คนไทย คนสตูลรักพระองค์เยอะมาก แต่บางคนไม่มีโอกาสได้ขึ้นไป แต่เรามีโอกาสก็จะไปสักครั้ง โดยใช้เวลาในการเดินทางวันละ 200 กิโลเมตร เวลาประมาณ 7 วัน ในระยะทางเกือบ 1,000 กิโลเมตรจากจังหวัดสตูลไปถึงกรุงเทพฯมหานคร
นอกจากจะเตรียมร่างกายให้พร้อมโดยจะเข้าฟิตเนตทุกวัน และตรวจสุขภาพก่อนออกเดินทางแล้ว ยังเตรียมล้ออะหลั่ย พร้อมอุปกรณ์ในการซ่อมกรณีล้อชำรุดระหว่างเดินทาง
ด้านนางชวนพิศ คงธรรม เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลสตูล (เพื่อนร่วมงาน ) กล่าวว่า ตนเองมีโอกาสได้รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกตอนเด็กๆรับเสด็จพระองค์ท่านครั้งมาเยือนจังหวัดสตูล และครั้งที่ 2 มีโอกาสรับเสด็จที่วัดพระแก้ว เมื่อประมาณปี 2532 ส่วนตัวแล้วรู้สึกเสียใจอย่างมากที่ทราบข่าวพระองค์ท่านสวรรคต รู้สึกเหมือนสูญเสียคุณพ่อไป แต่เรามีหน้าที่ต้องทำก็ต้องทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดตามคำพ่อสอน และในโอกาสที่เพื่อนร่วมงานจะเดินทางไปถวายบังคมพระบรมศพก็อยากให้กำลังใจ ขอให้เดินทางโดยสวัสดิ์ภาพดั่งความตั้งใจได้
ชมคลิปข่าว
อเนก ขันทสิกรรม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สตูล / อิทธิพล กาวรรณธง เรียบเรียง
