- 07 พ.ย. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ (7 พ.ย.59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้สภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ได้มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง มีทั้งตกหนักและช่วงตกเบา สลับกันไปและนอกจากจะมีฝนตกแล้ว สภาพอากาศค่อนข้างหนาวเย็น และจากสภาพอากาศที่ค่อนข้างแปรปรวน ทำให้ชาวสุรินทร์ ซึ่งส่วนใหญ่ มีอาชีพ ทำนา และเป็นช่วงที่กำลังเก็บเกี่ยวข้าวเปลือกหอมมะลิ
ซึ่งระหว่างการเดินทางไปที่ หมู่บ้านช้าง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ พบ ขี้อะเลย (ขี้– อะ-เลย ภาษา กูย หรือ ส่วย ชนพื้นเมือง คนเลี้ยงช้างใช้เรียกชื่อ ไส้เดือนดิน ) กำลังปีนบ่ายขึ้นมาบนถนนลาดยาง ทางหลวงชลบท เพื่อย้ายถิ่น จากบริเวณ สวนยางพารา และนาข้าว ของชาวบ้านที่ฝนตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืน ทำให้เกิดน้ำท่วมขังทั่วบริเวณ ขี้อะเลย หรือไส้เดือนดิน ตัวยาวขนาดเท่าไม้บรรทัด จำต้องพากันแห่ย้ายถิ่นหนีตายข้ามเต็มถนน บางตัวโชคดีก็รอด บางตัวโชคร้ายก็โดนรถยนต์เหยียบทับตายเกลื่อน
สอบถามนายสุระ สายเพชร ชาวบ้านตำบลเมืองลีง อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ และ นายดำ ดอกยี่สุ่น อายุ 71 ปี บ้านเลขที่ 71 ม.6 ตำบลกระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นไส้เดือนตัวใหญ่ และย้ายถิ่นข้ามถนนแบบนี้มาก่อน หน้าจะเป็นเพราะฝนตกน้ำท่วม สวนยางพารา และทุ่งนาข้าว ของชาวนา ไส้เดือนจึงหนีตายย้ายถิ่นไปอยู่ในที่แห้ง ไส้เดือนดิน อยู่ใต้ดินเหมือนกับหนูนา อยู่รวมกลุ่มเป็นโพร่ง เป็นไส้เดือนขี้วัว ขี้ควาย ที่ดินบริเวณนี้มีความอุดมสมบูรณ์ ไส้เดือนดินจึงมีเยอะมาก ปกติมักพบไส้เดือนตามคอกหมู คอกวัว คอกควาย ชอบอยู่ตามดินชื้นแบบนี้ พอฝนตกน้ำท่วม เลยพากันหนีตายย้ายถิ่นขึ้นมาอยู่ตามถนนหนทาง
ทั้งนี้ โดยปกติแล้วธรรมชาติของไส้เดือนนั้น จะมีการอพยพย้ายถิ่นฐาน เคลื่อนที่ออกจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมไปสู่สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะเป็นช่วงที่ไส้เดือนอพยพมาก เนื่องจากไส้เดือนเป็นสัตว์เลือดเย็น ไม่มีตา หู จมูก และฟัน จะใช้ต่อมรับรู้ใต้ผิวหนังในการดูด หายใจ ฟังเสียงและสัมผัสทั้งหมด จึงต้องการแหล่งที่อยู่ที่มีความชื้นและไม่แฉะ แต่เมื่ออากาศหนาวอย่างบนที่สูงก็จะอพยพลงมาบนพื้นราบ หากถูกน้ำท่วมขังจะอพยพขึ้นมาบนพื้นดิน
ภาพ / ข่าว : ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สุรินทร์
