- 19 พ.ย. 2559
ติดตามข่าสารเพิ่มเติม www.tnews.co.th
จากกรณีคดีของพระเทพญาณมหามุณี หรือ "พระธัมมชโย" อดีตเจ้าอาวาสพระธรรมกายกับพวกรวม 5 คน ฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งตอนนี้สังคมก็กำลังจับตามองกันว่าคดีนี้จะมีบทสรุปอย่างไร ซึ่ง ตอนนี้ทางอัยการก็มีได้เลื่อนนัดไปวันที่ 30 พฤศจิกายน นอกจากนี้ยังมีคดีกรณีก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม เวิลด์พีซ วัลเลย์ เขาใหญ่ ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงการออกหมายจับ
ล่าสุดพระพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย ก็ได้มีการโพสต์เฟซบุ๊ก หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) เกี่ยวกับกับกรณีพระธัมมชโย ระบุว่า มีผู้ถามไถ่ทวงถามฉันมาอยู่ตลอดเวลาว่า
๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๙
คดีธัมมชโยไปถึงไหนแล้ว จะเป็นมวยล้มต้มคนดูอีกแล้วซิท่า
มีข่าวว่าพวกสาวกลัทธิธรรมกายส่งคนมาขอเคลียร์ปัญหา ยุติความขัดแย้งกับหลวงปู่จริงไหม งานนี้ท่านรับเงินเขามาเท่าไร ถึงได้ทำเป็นเงียบ พุทธะอิสระยอมแพ้ธรรมกายแล้วซิท่า หรือท่านเกรงกลัวอิทธิพลของธรรมกาย ท่านคงจะดังสมใจแล้ว จึงได้ล้มเลิกดำเนินการจัดการกับเจ้าลัทธิธรรมกาย ท่านหลงลืมคำพูดที่ได้รับปากกับเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชแล้วหรือ ว่าจะดำเนินการเอาตัวธัมมชโยสึกให้ได้ ตามความผิดที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้
คำถามเหล่านี้ พักนี้ดูจะมีผู้มาสอบถามแก่ฉันบ่อยมาก พุทธะอิสระจึงให้ทนายรวบรวมงานที่พุทธะอิสระได้ทำเพื่อพระธรรมวินัยและพระพุทธศาสนาในรอบ ๒ ปีกว่าที่ผ่านมา ที่เกี่ยวข้องกับธรรมกายมาให้ท่านทั้งหลายได้ดู และขอยืนยันนอนยันว่า หากพุทธะอิสระไม่สามารถทำให้อลัชชีธัมมชโยถอดจีวรนอนคุกได้ พุทธะอิสระถอดจีวรตัวเองและขอไปอาศัยอยู่ป่าดังที่เคยพูดเอาไว้ ชั่วชีวิตของพุทธะอิสระ สิ่งที่พูด คือสิ่งที่ทำ สิ่งที่ทำ คือสิ่งที่คิด ชั่วชีวิต ทำพูดคิดเรื่องเดียวกัน
พุทธะอิสระ
และกับทางด้านของ พระธัมมชโยนั้น ล่าสุดศาลจังหวัดสีคิ้ว ได้มีการอนุมัติออกหมายจับ พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ตามคำร้องขอของกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ในฐานความผิดร่วมกันสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดครอบครองป่าเพื่อตนเองและผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 และมาตรา 72 ตรี กรณีก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม เวิลด์พีซ วัลเลย์ เขาใหญ่
ทั้งนี้ ในหมายจับระบุว่าให้จับตัว พระธัมมชโย ไปส่งที่ บก.ปทส.ภายในอายุความ 15 ปี โดยหมายจับดังกล่าว ถือเป็นหมายจับคดีที่ 3 ของพระธัมมชโย โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2559 พระธัมมชโย ถูกศาลอาญาออกหมายจับตามคำร้องของพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร และต่อมาเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2559 ศาลจังหวัดเลย อนุมัติหมายจับ พระธัมมชโย ในฐานบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ กรณีจัดสร้างสวนป่าหิมวันต์ สาขาธรรมกาย ต.ร่องจิก อ.ภูเรือ จ.เลย
สำหรับ ศูนย์ปฏิบัติธรรม เวิลด์พีซวัลเลย์ เขาใหญ่ ตั้งอยู่ที่ บ้านหนองจอก ม.6 ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มีเนื้อที่ประมาณ 499 ไร่ 3 งาน โดยมีเอกสารสิทธิครอบครองถูกต้องเป็นโฉนด 3 แปลง จำนวนกว่า 62 ไร่ และเอกสารสิทธิ น.ส. 3 จำนวนกว่า 230 ไร่ แต่มีพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิมาแสดงอีกจำนวน 205 ไร่ ซึ่งพื้นที่ที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิดังกล่าว เป็นพื้นที่ในความรับผิดชอบของนิคมสร้างตนเองลำตะคอง ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการชี้แจงเรื่องเอกสารสิทธิการ ครอบครอง นอกจากนั้น ยังพบว่าพื้นที่กว่า 50 ไร่ บุกรุกเข้าไปในพื้นที่ของ ส.ป.ก.ด้วย
ขณะที่วัดพระธรรมกาย ได้แถลง ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่า ศูนย์ปฏิบัติธรรม เวิลด์พีซวัลเลย์มีเอกสารสิทธิถูกต้องและไม่ได้รุกที่เขตป่าสงวนแห่งชาติหรือที่ดิน ส.ป.ก. แต่อย่างใด
ขณะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีที่ศาลจังหวัดสีคิ้ว ออกหมายจับ พระธัมมชโย ว่า หมายจับดังกล่าวเป็นหมายจับ ของตำรวจ ซึ่งทราบว่าตำรวจมีหมายจับพระธัมมชโยแล้ว 2 หมาย ขณะที่ดีเอสไอมีหมายจับคดีฟอกเงิน 1 หมาย ขณะนี้จึงไม่ใช่เพียงดีเอสไอที่มีอำนาจในการติดตามจับกุมพระธัมมชโย แต่ยังมีหน่วยงานอื่นที่สามารถดำเนินการจับกุมได้เช่นกัน
"ที่ผ่านมามีการประสานงานระหว่างหน่วยงานอยู่ตลอด ในส่วนของดีเอสไอย้ำว่ายังติดตาม ประเมินสถานการณ์ที่เหมาะสม รวมถึงความคืบหน้าของคดี ซึ่งสิ้นเดือนพ.ย.นี้ อัยการนัดฟังคำสั่งคดีสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร กรณีรับเช็คบริจาคของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น ดังนั้นต้องรอประเมินความพร้อมอย่างรอบคอบ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน"พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าว
วันเดียวกันพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.)กล่าวถึงกรณีศาลจังหวัดสีคิ้วออกหมายจับพระธัมมชโย ว่า ถ้าตำรวจพบตัวพระธัมมชโยก็จับกุมได้ทันที
ส่วนกรณีที่มีผู้เกรงว่าอาจมีมวลชนขัดขวางการดำเนินการจับกุมของตำรวจนั้น ยืนยันว่าไม่มีความหนักใจแต่อย่างใด หากพบว่ามีผู้ใดขัดขวางการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องถูกดำเนินคดีข้อหาขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ซึ่งทางตำรวจเองก็จะมีการบันทึกหลักฐานประกอบทุกขั้นตอนหากพบว่าผู้ใดกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งเมื่อครั้งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ก็ดำเนินคดีผู้กระทำผิดฐานขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ไปแล้วหลายราย
"เรื่องนี้คงไม่มีการประเมินสถานการณ์อะไรเป็นพิเศษ การจับกุมเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ใครออกหมายก็มีหน้าที่สืบสวนและจับกุม โดยมั่นใจว่าพระท่านไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลแต่อย่างใด และเชื่อว่าขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่เจ้าหน้าที่จะต้องใช้กำลังบุกจับกุมภายในวัด เนื่องจากอายุความมีระยะเวลาถึง 15 ปี" รอง ผบ.ตร.กล่าว
และมั่นใจว่าสามารถได้ตัวผู้ต้องหา มาดำเนินคดีอย่างแน่นอน หลังจากนี้ก็จะประสานไปยังพระธัมมชโยให้มามอบตัวใช้เงินประกันประมาณ 1 แสนบาท ซึ่งถ้าไม่มีพฤติการณ์หลบหนีก็จะให้ประกันตัว
ขณะเดียวกันหากผู้ต้องหาระบุว่า มีความเจ็บป่วยไม่สามารถออกมาจากวัดเพื่อพบกับเจ้าหน้าที่ได้ ทางตำรวจเองก็ยินดีเข้าไปพบเพื่อไปแจ้งข้อกล่าวหาและควบคุมตัวตามเหมาะสมจะทำให้ดีที่สุดไม่ให้พุทธศาสนาเสียหาย โดยมั่นใจว่าคงไม่มีมวลชนขัดขวาง
"ที่ผ่านมาหมายจับพระธัมมชโย ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)เป็นผู้ขอหมาย ตำรวจเป็นเพียงผู้ช่วยสนับสนุนเจ้าหน้าที่ DSI ในการดำเนินการเข้าจับกุมเท่านั้น จึงทำได้เฉพาะที่ได้รับการร้องขอ แต่ครั้งนี้เป็นหมายจับของตำรวจ การดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมเป็นหน้าที่ตำรวจ คิดว่าคงไม่มีปัญหา ที่ผ่านมาผมเองก็เคยจับกุม พระธัมมชโย มาแล้วสมัยยังทำงานอยู่ที่กองปราบฯ"รองผบ.ตร.ระบุ
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า อาจจะมีการ สอบถามไปยัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ในการอนุมัติกำลังเข้าจับกุมตัว พระธัมมชโย เนื่องจากข้อหาดังกล่าวเข้า ข่ายเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพล แต่ล่าสุดเห็นว่าควรประสานให้มามอบตัวดีกว่า
ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การจับกุมตัวพระธัมมชโย เป็นหน้าที่ ของ ตำรวจ และ ดีเอสไอ ซึ่งตำรวจยืนยันทำตามขั้นตอนตามกฎหมาย ซึ่งทุกอย่างมี กรอบระยะเวลา ท้ายที่สุดตำรวจต้องจับกุม ตัว บก.ปทส. ภายในอายุความ 15 ปี
เรียบเรียงโดย วัสดา สำนักข่าวทีนิวส์
ที่มา : หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)
