- 27 พ.ย. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
เฟซบุ๊ก สเตตัส สัดแพด เผยแพร่เรื่องราวครั้งเป็นนิสิตสัตวแพทย์ ซึ่งครั้งหนึ่งได้เฝ้ารับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยเสด็จฯในครั้งนั้นด้วย โดยทั้ง ๓พระองค์เสด็จฯมาเพื่อพาคุณทองแดงมาเข้ารับการรักษาเป็นการส่วนพระองค์
ทั้งนี้คุณทองแดงเป็นลูกของ "แดง" สุนัขจรจัดบริเวณซอยศูนย์แพทย์พัฒนา ถนนพระราม ๙ เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๑ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงนำมาเลี้ยงหลังจากเสด็จพระราชดำเนินไปเปิดศูนย์แพทย์พัฒนา คุณทองแดงได้เข้าเฝ้าฯ ถวายตัวเมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ ขณะมีอายุได้ ๕ สัปดาห์ ที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงค้นในหนังสือว่า ทองแดงมีลักษณะคล้ายคลึงกับสุนัขพันธุ์บาเซนจิ ซึ่งเป็นสุนัขพันธุ์โบราณ มีถิ่นกำเนิดทางแอฟริกาใต้ นิยมใช้งานในการล่าสัตว์ แต่ทองแดงมีขนาดตัวใหญ่กว่าสุนัขพันธุ์บาเซนจิทั่วไป พระองค์จึงทรงเรียกทองแดงว่าเป็นสุนัขพันธุ์ไทยซูเปอร์บาเซนจิ (ก่อนหน้านี้ทรงเรียกว่า เป็นสุนัขพันธุ์เทศ (ย่อมาจาก เทศบาล))
โดยเฟซบุ๊ก ได้ระบุข้อความว่า
" ในช่วงแห่งความเศร้าโศกเสียใจของประชาชนชาวไทยในขณะนี้ ผมขออนุญาตแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวดีๆ ตอนเป็นนิสิตสัตวแพทย์ครับ.. เรื่อง น้ำตาแห่งความประทับใจ ในชีวิตที่เป็นนิสิตสัตวแพทย์ มีหลายครั้งที่ “ในหลวง” เสด็จมาที่โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อยู่บ่อยๆ อย่างเช่น เสด็จมาทรงเปิดสระสุวรรณชาด หรือเสด็จมาดูอาการสุนัขทรงเลี้ยงเป็นการส่วนพระองค์ เป็นต้น แต่ทุกครั้งผมก็พลาดโอกาสที่จะได้เข้าเฝ้าทุกครั้ง จนเมื่อถึงปีหกซึ่งเป็นปีสุดท้ายของการเรียนและขึ้นฝึกที่โรงพยาบาลสัตว์ มีข่าวว่าในหลวงจะเสด็จและจะทรงพาคุณทองแดงมาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์เป็นการส่วนพระองค์ ข่าวนั้นก็ได้แพร่สะพัดภายในคณะ มีการจัดเตรียมอย่างเรียบง่ายที่สุด ถ้าเป็นคนนอกแทบจะไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าจะมีเจ้านายจะเสด็จมา ทางทีมหมอ อาจารย์ที่จะถวายงานก็ต่างเตรียมความพร้อม ซึ่งแน่นอน ผมก็เฝ้ารอให้ถึงวันนั้น... ค่ำวันนั้นก็มาถึง ผมนั่งรอชั้น ๑ ตึกโรงพยาบาลสัตว์กับเพื่อน ๆ อาจารย์ พนักงานโรงพยาบาลสัตว์ และเจ้าของสุนัขที่นำมารักษาและเพิ่งทราบข่าววันนั้น ผมนั่งใกล้ลิฟท์ที่จะเสด็จขึ้นไป แต่ก็ไม่ได้นั่งหน้าสุด ผมนั่งรออยู่เป็นชั่วโมง อากาศก็อบอ้าว ท้องร้องหิวข้าว แต่พอมองบรรยากาศรอบ ๆ ก็ไม่มีใครบ่น ทุกคนต่างยิ้มแย้มและเฝ้ารอเวลานั้นรวมทั้งผมด้วยและเมื่อองครักษ์บอกเราว่า ในหลวงเสด็จแล้ว ภาพที่เห็นคือ ในหลวงทรงจูงคุณทองแดง พร้อมด้วยพระราชินี และพระสมเด็จพระเทพฯ การจะได้เข้าเฝ้าฝ่าพระบาทก็ยากแล้ว แต่นี้เสด็จมาพร้อมกันถึงสามพระองค์ ทำให้ใจผมเต้นระรัวไม่ได้จังหวะ
แล้วทั้งสามพระองค์และคุณทองแดงก็เสด็จพระราชดำเนินใกล้เข้ามาถึงตรงลิฟท์ที่ที่ผมนั่ง ผมทำตัวไม่ถูก หัวใจเต้นแรงขึ้นกว่าเดิม ผมได้แต่ก้มหมอบงึก ๆ หูอื้อ และได้ยินแต่เสียงว่า “ทรงพระเจริญ” นั่นคือครั้งแรกในชีวิตก็ว่าได้ และทั้งสามพระองค์และคุณทองแดงก็ประทับลิฟท์ขึ้นไปชั้น ๓ โรงพยาบาลสัตว์ เพื่อนำคุณทองแดงเข้ารับการรักษา ตามหมายกำหนดการ ในหลวงจะเสด็จกลับไปประทับที่วังสวนจิตรฯ พระราชวังดุสิตระหว่างที่ทำการผ่าตัดรักษาคุณทองแดง แล้วค่อยเสด็จกลับมาเพื่อมารับคุณทองแดงในเช้าวันรุ่งขึ้น แต่พระองค์ทรงเปลี่ยนพระทัย และประทับเฝ้าคุณทองแดงตลอดทั้งคืนและติดตามการรักษาจนถึงรุ่งเช้า ซึ่งแน่นอน ผมก็เปลี่ยนแผนจากเดิมที่จะกลับบ้าน กลับนั่งรอใต้ถุนคณะฯ และอยากให้ถึงเช้าวันรุ่งขึ้นไว ๆ เพื่อจะได้เข้าเฝ้าส่งเสด็จ เวลาผ่านไปช้ามาก ใครจะรู้ว่าที่โรงเรียนสัตวแพทย์แห่งนี้จะมีพระเจ้าแผ่นดินที่เป็นศูนย์รวมจิตใจประทับอยู่ด้านบนอาคาร"
" เวลาเกือบแปดโมง อาจารย์ให้นิสิตตั้งแถวตามทางเสด็จพระราชดำเนิน วันนั้นมีนิสิตไม่กี่คนที่อยู่แถวนั้น ผมจึงได้ยืนกับเพื่อน ๆ เป็นแถวหน้ากระดานโดยไม่ต้องมีใครมาบดบังทางเสด็จพระราชดำเนิน หลังจากยืนรอไม่นาน สิ่งที่เห็นก็คือ ในหลวงทรงเข็นรถคุณทองแดงเสด็จลงจากตึกด้วยพระองค์เองเพราะคุณทองแดงเพิ่งฟื้นจากการรักษา ยังไม่สามารถเดินเองได้ ซึ่งจริงๆ แล้วพระองค์จะทรงให้ราชองครักษ์เข็นรถคุณทองแดงก็ได้ แต่พระองค์กลับต้องการประคองสุนัขที่พระองค์ทรงรักสุดพระทัยด้วยพระองค์เอง
พระองค์เสด็จพระราชดำเนินลงมาตามลาดพระบาทอย่างช้าๆ ไปจนถึงรถยนต์พระที่นั่ง เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้เห็นพระองค์ใกล้ขนาดนั้นเพียงไม่กี่เมตร ใกล้มากจนผมเห็นพระองค์ทรงแย้มพระสรวลและสายพระเนตรที่ทรงห่วงคุณทองแดงมากขนาดไหน เป็นสายพระเนตรของชายธรรมดาคนหนึ่งที่รักสุนัขมากและดีใจเมื่อเห็นสุนัขที่ตนรักปลอดภัยจากการผ่าตัดรักษา แล้วน้ำตาผมก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ได้ยินแต่เสียงว่า “ทรงพระเจริญ” ผมร้องไห้ไม่หยุดทั้งๆ ที่ยืนอยู่ จนรถยนต์พระที่นั่งลับสายตาผมไป
ผมไม่รู้ว่าทำไมตอนนั้นผมถึงร้องไห้ มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ได้ แต่ผมรู้แค่ว่า "ผมเป็นคนไทย ผมจึงร้องไห้" และเชื่อว่าหลายคนก็คงร้องไห้เช่นกัน ถ้าเป็นผมในวันนั้น ภาพความประทับใจวันนั้นคงยังฝังลึกในความทรงจำหลาย ๆ คนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นเช่นเดียวกับผมจากเหตุการณ์นั้นทำให้ผมประจักษ์แล้วว่า พระองค์เป็น..
พระราชาที่ไม่ต้องการพิธีการต้อนรับใดๆ
พระราชาที่มีชีวิตเรียบง่าย
พระราชาที่ประทับได้แม้ห้องสีเหลี่ยมเล็กๆ บนอาคารโรงพยาบาลสัตว์
พระราชาที่ทรงมีเมตตากับสัตว์น้อยใหญ่
พระราชาที่ทรงรักสัตวเลี้ยงอย่างสุดพระทัย
และหากแต่ทรงต้องการให้คุณทองแดงหายดีและแข็งแรงในเร็ววันเท่านั้นเอง..
ผมภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนไทยในแผ่นดินรัชกาลที่ ๙ และภูมิใจยิ่งกว่าที่ได้เรียนที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ คณะที่ได้ถวายงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท ไม่เพียงแต่ในหลวงเท่านั้น หากแต่ราชวงศ์ทุกพระองค์อีกด้วยขอให้กำลังใจถึงทีมบุคลากรสัตวแพทย์ สัตวแพทย์ คณาจารย์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทุกท่านที่ได้ถวายงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทตลอดมาจนถึงทุกวันนี้และจะยังคงรับใช้ต่อไป ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป.. ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
#สัตวแพทย์ของพระราชา
#สัตวแพทย์เกษตรสัตวแพทย์ของประชาชน
#สเตตัสสัดแพด ปล. ผมเคยโพสต์เรื่องราวนี้ตอนวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ เมื่อสามปีที่แล้ว แต่ถึงตอนนี้เห็นว่าเป็นเวลาอันสมควรแก่การรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เลยอยากขอแชร์เรื่องราวความทรงจำดีๆ จากประสบการณ์ตรงนี้ ที่จะยังคงตราตรึงอยู่ตลอดไปไม่มีวันเสื่อมสลาย..
ขอบคุณข้อมูลจาก : สเตตัส สัดแพด ,wikipedia
เรียบเรียงโดย รัตติยา ทีมข่าวภูมิภาคทีนิวส์
