- 28 พ.ย. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม www.tnews.co.th
วันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีการประชุมเพื่อเตรียมวางแผนเข้าวัดพระธรรมกาย ในการนำตัวพระธัมมชโยส่งฟ้องศาลตามคำสั่งของอัยการสูงสุด ว่าในส่วนของศิษย์วัดพระธรรมกายก็เป็นอย่างที่เห็น คือร่วมกันสวดมนต์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เรื่องเกี่ยวกับกฎหมายและขั้นตอนต่างๆ นั้น มีฝ่ายกฎหมายที่รับผิดชอบประสานต่อไป ตนไม่ทราบรายละเอียด แต่เชื่อว่าฝ่ายกฎหมายจะมีการดำเนินการอย่างเต็มที่ หากมีความชัดเจนก็จะนำมาพูดคุยต่อไป คณะศิษย์ฯ ทุกคนยืนยันว่าเข้าวัดมาเพื่อปฏิบัติธรรม ไม่ได้มาก่อกำแพงมนุษย์ สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายให้เกิดขึ้น
นายองอาจ กล่าวต่อว่า พื้นที่ประตู 5ในจุดตรงนี้เป็นปะรำพิธีที่เปิดเข้าออกได้ตามปกติ แต่เนื่องด้วยสถานการณ์ที่ต้องดูแลความสงบเรียบร้อยภายในวัดก็ต้องดูแลคัดกรองผู้คนเพื่อป้องกันมือที่สาม การให้สื่อมวลชนเข้ามาที่นี่จะได้เห็นบรรยากาศในจุดต่างๆ ว่ามีกิจกรรมต่อเนื่องมายาวนานแล้ว เพื่อสื่อสารถึงสื่อมวลชนว่าศิษย์วัดมาด้วยความสงบสันติ ไม่มาข่มขู่เจ้าหน้าที่หรือก่อให้เกิดความขัดแย้ง
กับประเด็นพระธัมมชโยยังอยู่ภายในวัดหรือไม่ นายองอาจ กล่าวว่า ถ้าตอบตามความรู้สึกตนก็อยู่ในใจลูกศิษย์ทุกคน ตนไม่ได้กราบท่านมาตั้งแต่เดือน พ.ค. 2559 ประมาณ 6 เดือนแล้ว ตั้งแต่วันที่พาสื่อมวลชนไปพิสูจน์ว่าท่านอาพาธจริง จากนั้นมาตนก็ไม่ได้พบเห็นท่าน ปกติท่านก็อยู่ที่วัด แต่สิ่งสำคัญคือลูกศิษย์ทุกคนมาที่วัดแม้ไม่เจอหลวงพ่อ แต่หลวงพ่อก็อยู่ในใจเสมอ
ถามต่อว่าแสดงว่าไม่ยืนยันว่าพระธัมมชโยอยู่ในวัด นายองอาจ กล่าวว่า "อย่าใช้คำว่ายืนยันไม่ยืนยันดีกว่าครับ เพราะปกติท่านก็อยู่ที่วัด แต่เป็นอย่างที่บอกว่าผมได้เจอท่านครั้งล่าสุดเมื่อวันที่พาสื่อมวลชนไป หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีโอกาสพบท่านด้วยตัวเอง แต่อย่างที่บอกว่าหลวงพ่อยังอยู่ในใจพวกเรา แล้วก็เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อเสมอครับ"
นายองอาจกล่าวต่อว่า ตามปกติพระธัมมชโยก็อยู่ในความดูแลของอุปัฏฐากต่างๆ รวมถึงคณะแพทย์ เรียนแล้วว่าตนไม่ได้พบเจอท่านมานานแล้ว และไม่ใช่ว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เป็นครั้งแรก ในระยะเวลาร่วมสิบปีที่ท่านมีอาการอาพาธ ท่านก็จะปลีกวิเวกไปรักษาอาการอาพาธอย่างนี้มาหลายครั้งแล้ว ไม่ใช่เฉพาะช่วงมีคดีความอย่างนี้เท่านั้น หากมีโอกาสได้พบเจอท่านเมื่อไหร่ก็จะมาแจ้งให้ทราบ ท่านอายุ 72 ปีแล้ว และอาการอาพาธไม่ใช่จะเคลื่อนย้ายไปที่ไหนได้ง่ายๆ.
