- 09 ธ.ค. 2559
ทางหลวงจับรถพ่วงบรรทุกอ้อยน้ำหนักเกิน!! คนขับขัดขืนไม่ยอมให้ชั่งน้ำหนัก!!หนำซ้ำผู้ประกอบการยังตามมาทำสิ่งนี้อีกเพื่อไม่ให้เคลื่อนรถได้
8 ธ.ค.59นายไพศาล บำรุงศรี หัวหน้าสถานีตรวจสอบน้ำหนักสรรพยา (ขาเข้า) สำนักงานควบคุมน้ำหนักยานพาหนะ กรมทางหลวง แจ้งไปยังร.ต.เพิ่มศักดิ์ เจือทอง หัวหน้าชุดรักษาความสงบเรียบร้อย หมวดรักษาความสงบที่ 2 กองรักษาความสงบที่ 3 จ.ชัยนาท เข้าร่วมในการตรวจสอบรถพ่วงบรรทุกอ้อย 2 พ่วง
โดยคันแรกบรรทุกอ้อยมาเต็มทั้งตัวหัวลากและตัวพ่วง หัวลากทะเบียน 84-7958 สระบุรี ตัวพ่วงทะเบียน 83-7969 สุพรรณบุรี ส่วนคันที่สองก็เช่นกันบรรทุกอ้อยมาเต็มที่ทั้งตัวหัวลากและตัวพ่วง หัวลากทะเบียน 85-9086 สระบุรี ตัวพ่วงทะเบียนทะเบียน 83-7969 สุพรรณบุรี
นายไพศาลกล่าวว่าตนได้ออกปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบการบรรทุกน้ำหนักของรถบรรทุก ดดยใช้เครื่องตรวจสอบน้ำหนักแบบเคลื่อนที่ บริเวณถนนสาย 340 บริเวณกิโลเมตรที่ 149 หมู่ 5 ต.แพรกศรีราชา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ในขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ได้มีรถบรรทุกอ้อยดังกล่าว 2 คัน วิ่งมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองชัยนาท เพื่อไปยังโรงงานน้ำตาล
ตนคาดว่ารถบรรทุกอ้อยทั้งสองคันน่าจะบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงทำการเรียกให้หยุดเพื่อขอทำการตรวจสอบน้ำหนักที่บรรทุกมา โดยใช้อุปกรณ์ชั่งน้ำหนัก แต่ปรากฏว่า นายสุธี อยู่พันธุ์ อายุ 49 ปี และนายสนธยา ดียิ่ง อายุ 28 ปีคนขับรถพ่วงทั้งสองคันไม่ยินยอมให้ชั่งน้ำหนักบรรทุก ตนจึงประสานงานขอกำลังทหารเข้ามาเจรจาจนในที่สุด คนขับรถพ่วงทั้งสองคันยินยอมให้ชั่งน้ำหนักได้ ผลของการชั่งน้ำหนักปรากฎว่ารถบรรทุกพ่วงทั้งสองคันมีน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
นายไพศาลได้กล่าวต่อไปว่า ตนจะนำตัวคนขับพร้อมรถทั้งสองคันส่งพนักงานสอบสวน สภ.สรรคบุรีเพื่อดำเนินคดี ในขณะนั้นเองได้มีผู้ประกอบการขับรถยนต์เก๋งตามมาแล้วไปดึงเอากุญแจรถไป ทั้งยังตัดสะพานจ่ายไฟให้รถออกไปด้วย เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่สามารถเคลื่อนย้ายรถพ่วงทั้งสองไปยังสถานีตำรวจได้ กว่าจะประสานงานนำช่างกุญแจมาทำกุญแจเวลาก็ล่วงเลยไป 6 โมงเย็นจึงสามารถสตาร์ทรถและขับไปยังสภ.สรรคบุรี ทั้งนี้ได้แจ้งข้อหาบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำและปรับ
ชฎารัฐ จันทร์พาหิรกิจ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ชัยนาท รายงาน
