- 10 ธ.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม : www.tnews.co.th
จากกรณีเมื่อเช้าวันที่ 5 ธ.ค. 59 ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจพบศพพลทหารวีระเทพ เพชรประสม หรือกอล์ฟ อายุ 22 ปี ทหารเกณฑ์สังกัดศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ จังหวัดลพบุรี อยู่บ้านเลขที่ 108 หมู่ที่ 2 ต.หนองแม่ไก่ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทองถูกแทงด้วยของมีคมที่ชายโครงด้านซ้าย 2 แผล เสียชีวิตภายในวัดนางในธัมมิการาม ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง และต่อมาเมื่อเวลา 16.00 น. ของเย็นวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถตามจับตัวผู้ต้องหาได้ คือ นายอดิศร หรือโอ๊ต วงศ์เตียง อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64 หมู่ที่ 7 ต.ยางช้าย อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง และนายต๋า (นามสมมุติอายุ 17 ปี ) ซึ่งผู้ต้องหาก็รับสารภาพว่าได้เป็นผู้ลงมือก่อเหตุดังกล่าวจริง
ล่าสุดวันที่ 10 ธ.ค. 59 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 108 หมู่ที่ 2 ต.หนองแม่ไก่ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นบ้านของพลทหารวีระเทพ หลังรับแจ้งว่าญาติๆและเพื่อนๆของพลทหารวีระเทพ กำลังจะเคลื่อนขบวนศพพลทหารวีระเทพ ไปขอความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิเศษชัยชาญ ให้ดำเนินคดีด้วยความเป็นธรรมเพราะเชื่อว่าผู้ที่ก่อเหตุมีมากกว่า 2 คน ไม่ใช่มีผู้ต้องหาแค่ 2 คนเท่าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับมา ซึ่งหลังจากไปที่บ้านพลทหารวีระเทพ ก็พบกับเจ้าหน้าที่ทหารจากศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ จังหวัดลพบุรี ที่เป็นผู้บังคับบัญชาและเพื่อนๆทหารมาทำการเคารพศพและช่วยเคลื่อนขบวนศพพลทหารวีระเทพ ออกจากบ้านไปยังวัด จากนั้นทางญาติและเพื่อนๆของพลทหารวีระเทพ ก็แห่ศพไปขอความเป็นธรรมยัง สภ.วิเศษชัยชาญ โดยมี พ.ต.ท.วิรัตน์ ด้วงสำรวย รองผกก.สส.สภ.วิเศษชัยชาญ รอรับ จากนั้นทางญาติของพลทหารวีระเทพ ก็ได้นำศพของพลทหารวีระเทพ ลงจากรถมาเปิดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูร่องรอยบาดแผลที่ถูกรุมทำร้ายและกล่าวต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในการทำคดีที่ไม่เป็นธรรม
ต่อมาพ.ต.ท.วิรัตน์ ได้เชิญตัวแทนทางญาติของพลทหารวีระเทพ เข้าพูดคุยเจรจาจนได้ข้อยุติตามที่ทางญาติและเพื่อนๆของพลทหารวีระเทพ อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนเพิ่ม
นายพิเชษฐ์ เพชรประสม อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108 หมู่ที่ 2 ต.หนองแม่ไก่ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ลุงของพลทหารวีระเทพ กล่าวว่า ที่ตนและทางญาตินำศพไปขอความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นเพราะพวกตนไม่พอใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลานชายตนถูกแทงจนเสียชีวิตเพราะถูกรุมทำร้ายแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับคนร้ายแค่ 2 คนบอกมีแค่ 2 คน แต่จากดูสภาพศพแล้วและดูจากหลักฐานที่พวกตนมีอยู่มันไม่ใช่ พอถามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน มีดที่เป็นอาวุธก็ไม่หาให้เจอ ที่สำคัญการเสียชีวิตครั้งนี้มีอะไรแปลกๆ สาวชื่อตูนที่หลานชายตนนัดไปที่ร้านอาหารช่างหัวมันก็ไม่สอบสวนให้กระจ่างเพราะเป็นคนทีมีพิรุธมากดูจากข้อความในไลน์ที่คนชื่อตูนนัดกับทางผู้ตายออออกไปที่ร้านอาหาร และคนชื่อตูนบอกไม่รู้จักกับพลทหารพัฒนา ใจปัญญา หรือเบียร์เพื่อนพลทหารวีระเทพที่ไปด้วยกันแต่ทางไลน์ปรากฏข้อความว่ารู้จักกันหมด และทำไมคนชื่อตูนต้องเก็บโทรศัพท์คนตายไปและแกล้งไลน์ตามผู้ตายว่าเป็นไงบ้านก็รู้ทั้งรู้ว่าโทรศัพท์ไม่อยู่กับผู้ตาย อีกอย่างพยานปากสำคัญคือพลทหารพัฒนา ที่พูดวกไปวนมา พวกตนจึงต้องแห่ศพไปหาความเป็นธรรม
ด้านพ.ต.ท.วิรัตน์ กล่าวว่า กรณีมีญาติคนตาย คือนายพิเชษร์ เพชรประสม ลุงพลทหาร วีระเทพ เพชรประสม ผู้ตาย ถูกแทงตาย พบศพเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.59 แล้วในวันเดียวกัน (5 ธ.ค.59) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.วิเศษชัยชาญ ได้ร่วมกันทำการจับกุมตัวนายอดิศร วงศ์เตียง และพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหากับนายสุธิราช จันทร์งาม ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย เหตุเกิดบริเวณวัดนางในธรรมมิการาม ม.7 ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง วันนี้ วันที่ 10 ธ.ค.59 เวลาประมาณ 10.30 น. ได้มี นายพิเชษฐ์ ได้เป็นตัวแทนญาติของผู้ตาย มาขอความเป็นธรรม พร้อมกับพวกประมาณ 40 คน ได้แห่ศพนายวีระเทพ เพชรประสม ผู้ตาย มาหน้า สภ.วิเศษชัยชาญ เพื่อขอความเป็นธรรม โดยติดใจดังนี้ 1) เชื่อว่าผู้ตายถูกผู้ต้องหาทำร้ายมากกว่า 2 คนนี้ 2) ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม ได้ถูกปล่อยตัวเร็วเกินไป 3) เจ้าหน้าที่ตำรวจดูกล้องวงจรปิด ไม่ยอมแจ้งให้ญาติผู้ตายไปดูกล้องด้วย
ตนจึงได้ประสานตัวแทนญาติผู้ตายที่แห่ศพเข้ามาเจรจา โดยมีนายพิเชษฐ์ และญาติผู้ตายอีก 2 คน รวม 3 คน เข้ามาเจรจาและ พ.ต.ท.วิรัตน์ฯ ได้ชี้แจงว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุในวันที่พบศพ จนได้รวบรวมพยานหลักฐาน มอบให้ พนักงานสอบสวน ทำการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานจนขออนุญาตศาลออกหมายจับผู้ต้องหา จนได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ในวันนั้นคือนายอดิศร วงศ์เตียง ผู้ต้องหา ได้ให้การรับสารภาพ ส่งให้ พนักงานสอบสวน และ พนักงานสอบสวนได้นำตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดอ่างทองในวันรุ่งขึ้น และ พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานแจ้งข้อหาต่อนายสุธิราช จันทร์งาม ผู้ต้องหา ผู้ร่วมก่อเหตุด้วย ไปขออำนาจศาลฝากขังไว้แล้ว กรณีญาติผู้ตายติดใจว่าคนร้ายที่ก่อเหตุ ต้องมีมากกว่านี้นั้น ชุดสืบสวนได้พยายามหาพยานหลักฐานเพิ่ม และให้ฝ่ายญาติคนตายมีหรือพบพยานเพิ่มเติม ให้นำมามอบให้ พงส.ฯ เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง หากพบพยานหลักฐานเพิ่มต้องทำการตามกฎหมายต่อไป และ กรณีญาติผู้ตาย หาว่าผู้ต้องหาที่ถูกจับได้ถูกปล่อยตัวเร็วเกินไปนั้น ซึ่งเป็นอำนาจและอยู่ในดุลพินิจของศาล ไม่ใช่ของตำรวจ ส่วนกรณีติดใจการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูกล้องวงจรปิดต่างๆ ทำไมไม่แจ้งให้ญาติผู้ตายไปดูด้วยนั้น ทางตำรวจได้ชี้แจงว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเหตุการณ์ทำงานจึงต้องรีบหาพยานหลักฐานให้ได้โดยเร็วเลยไม่ได้แจ้งให้ญาติผู้ตายทราบ และได้ให้ตัวแทนญาติผู้ตาย ที่ต้องการดูกล้องวงจรปิดต่างๆ จึงได้ให้ชุดสืบสวนพาไปดูเรียบร้อย จากที่พูดคุยทำความเข้าใจ จึงได้พากันเดินทางกลับและจะนำศพไปฌาปนกิจในเย็นวันนี้ (10ธ.ค.59) เวลา 16.00 น.
ผู้สื่อข่าว สุรศักดิ์/อ่างทอง
