- 14 ธ.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
ในยุคแห่งเทคโนโลยีที่ทันสมัย ค่านิยมผู้คนย่อมเปลี่ยนไปตามกาลเวลาการใช้งานอินเตอร์เน็ตกว้างขวางมากขึ้น นั่นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้นิตยสารชื่อดังในอดีตต้องทำการปิดตัวลงไปเนื่องจากความนิยมในการอ่านหนังสือเริ่มลดน้อยลงไปทุกวัน แต่สิ่งหนึ่งที่กลายเป็นปัญหาสะท้อนสังคมนั่นคือแรงสนับสนุนของทางรัฐบาลในการช่วยขับเคลื่อนวงการสื่อสิ่งพิมพ์ให้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง เช่นเดียวกันกับบทความจาก นางสาวสุมิตรา จันทร์เงา นักเขียนชื่อดังคนหนึ่งของเมืองไทย ได้ฝากถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะ ถึงเรื่องการสนับสนุนการใช้จ่ายเพื่อลดหย่อนภาษีของประชาชนที่รัฐบาลสนับสนุนให้ประชาชนออกไปเที่ยวแต่กลับมองข้ามถึงเรื่องการอ่านหรือการสนับสนุนงานด้านการอ่าน เช่น หากใครเอาใบเสร็จซื้อหนังสือรวมกันเยอะๆ สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ หรือการสบับสนุนวงการหนังสือด้วยวิธีการต่างๆ และบทความดังกล่าวนี้อาจกล่าวได้ว่า ถือเป็นการปิดฉากนิตยสารดังในอดีตอีกเล่มอย่างนิตยสาร พลอยแกมเพชร
โดยนิตยสาร "พลอยแกมเพชร" ก็ได้ออกมาชี้แจงผ่านทางแฟนเพจ "นิตยสารพลอยแกมเพชร" ระบุว่า "ปิด นิตยสาร พลอยแกมเพชร ปีที่ 25 ฉบับที่ 598 วางแผนวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2559 เป็นฉบับสุดท้ายค่ะ" ทั้งนี้นิตยสารพลอยแกมเพชร ก่อตั้งโดยชุลิตา อารีย์พิพัฒน์กุล พลอยแกมเพชรถือเป็นนิตยสารผู้หญิงรายปักษ์อันดับต้นๆ ของนิตยสารผู้หญิงชั้นนำของวงการเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตามเฟซบุ๊ก สุมิตรา จันทร์เงา ได้ระบุข้อความไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า
กราบเรียน ฯพณฯนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
การจากลาของนิตยสารหนึ่งเล่ม ในเชิงธุรกิจอาจหมายถึงการหยุดเลือดไม่ให้ไหลเพื่อรักษาชีวิตเจ้าของธุรกิจเอาไว้ แต่ในเชิงวัฒนธรรมนี่คือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างขนาดใหญ่ของโลกการอ่านการเขียนซึ่งรัฐบาลจะทำตัวเป็นไม่รู้ไม่เห็นแบบนี้ไม่ได้ นักเขียน บรรณาธิการ ผู้สร้างสรรค์ศิลปะวรรณกรรมทุกรูปแบบ คนออกแบบภาพประกอบ คนจัดหน้าหนังสือ พนักงานพิสูจน์อักษร งานพิมพ์ ช่างพิมพ์ล้วนได้รับผลกระทบในชีวิตความเป็นอยู่ถ้วนหน้า
นิตยสารตายไปหนึ่งเล่มเจ้าของหนังสือยังอยู่ได้ แต่นักเขียนนับสิบนับร้อยชีวิตต้องหมดพื้นที่ทำมาหากิน สิ่งนี้คือโศกนาฏกรรมที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายยังปิดตาข้างหนึ่งทำเป็นมองไม่เห็น รัฐบาลอุดหนุนให้ชาวบ้าน Shopping ซื้อของกันเยอะแยะ ส่งเสริมให้คนออกเที่ยวไปใช้จ่ายตามโรงแรมรีสอร์ทเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวแล้วเอาใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ บอกว่านี่คือการช่วยประเทศชาติ แต่รัฐบาลไม่เคยสนใจเรื่องการอ่านเลย ชาตินี้จะได้ยินไหมว่าถ้าใครเอาใบเสร็จซื้อหนังสือรวมกันเยอะๆ สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ หรือจะได้ยินไหมว่ารัฐบาลอุดหนุนการพิมพ์หนังสือด้วยวิธีการต่างๆ จะมีโอกาสได้ยินไหมว่ารัฐบาลอุดหนุนผู้สร้างสรรค์ศิลปะวรรณกรรมด้วยงบประมาณก้อนใหญ่ให้เป็นกองทุนนักเขียนและคนทำงานศิลปะซึ่งส่วนใหญ่กำลังจะอดตาย
จะฝันมากเกินไปไหมสำหรับยุคสมัยแห่งความรุ่งโรจน์ที่เราเฝ้ารอว่ากำลังจะมาถึงนั้น กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงวัฒนธรรมจะใส่ใจเรื่องส่งเสริมการเขียนการอ่านและการเรียนรู้ในกิจกรรมที่เป็นประโยชน์มากกว่าการจัดอีเวนท์แบบโง่เขลาใช้เงินเป็นล้านๆบาทมาละลายทิ้งข้างถนน จะเป็นไปได้ไหมว่าสำหรับนักเขียนหน้าใหม่ทุกคนที่มีผลงานสร้างสรรค์ควรได้รับการเผยแพร่ โดยรัฐบาลจะมีทุนก้อนแรกจัดพิมพ์หนังสือให้พวกเขาเหมือนที่ทำกันอยู่ในหลายประเทศ
คงต้องยอมรับว่าเรากำลังอยู่กับการใช้อำนาจจัดระเบียบสังคม แต่เราทำมันได้แค่ปัดกวาดความสกปรกบนถนนและริมทางเท้า เรามิได้สนใจเติมปุ๋ยบำรุงรากเหง้าศิลปะ วัฒนธรรม ของประเทศชาติเลย เราแค่กวาดขยะจากถนนลงไปในท่อระบายน้ำ แล้วปล่อยให้น้ำท่วมเมืองเวลาฝนตก ก่นด่าเมื่อน้ำท่วมขัง พอผ่านฤดูฝนคนก็ลืมเรื่องน้ำท่วมสิ้น เป็นแบบนี้ซ้ำซากมาทุกปีและมันคงจะเป็นเช่นนี้ตลอดไปอนาคตทางด้านศิลปวัฒนธรรม ศิลปะวรรณกรรม ทัศนศิลป์ ช่างมืดมนเสียจริง ความหวังเดียวที่ยังเหลืออยู่เป็นแสงริบหรี่ก็คือความช่วยเหลือจากรัฐบาลนี้
กราบเรียนมาด้วยความเคารพรักในฐานะคนเขียนหนังสือคนหนึ่ง
นางสาวสุมิตรา จันทร์เงา
วันที่ 14 ธันวาคม 2559
#พลอยแกมเพชรเล่มสุดท้าย
ขอบคุณข้อมูลจาก สุมิตรา จันทร์เงา ,นิตยสารพลอยแกมเพชร
เรียบเรียงโดย รัตติยา ทีมข่าวภูมิภาคทีนิวส์
