เปิดพฤติกรรม "องอาจ" โฆษกวัดพระธรรมกาย (รายละเอียด)

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม www.tnews.co.th

ถ้าพูดถึงนายองอาจ ธรรมนิทาด้วยลีลาการพูดที่อาจเรียกได้ว่าระดับมืออาชีพ ชัดถ้อยชัดคำ ลำดับประเด็นและหยิบยกข้อมูลมาหนุนเสริมให้หนักแน่น ประกอบกับความพยายามที่จะปกป้องวัดพระธรรมกายและพระธัมมชโย ทำให้หลายคนอาจจะอยากรู้ว่า "องอาจ ธรรมนิทา" เป็นใคร มาจากไหน และมาอยู่จุดนี้ได้อย่างไร

องอาจ หรือ "อาร์ท" เกิดเดือนมิถุนายน ปี 2524 จบการศึกษาจากโรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จบปริญญาตรีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคณะนิเทศศาสตร์ (วิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต

บทบาทหนึ่งที่ชื่อของ องอาจ ธรรมนิทา ได้รับการจับตามากขึ้นคือ เมื่อปี 2548 เขาเป็นหนึ่งในตัวแกนนำนิสิตนักศึกษาจาก 50 แห่งทั่วประเทศ เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกต่อ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อคัดค้านการนำธุรกิจประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

องอาจได้รับการยอมรับว่าเป็นคนมีวาทศิลป์เป็นเลิศรวมทั้งมีดีกรีเป็นเยาวชนดีเด่น จึงได้รับการทาบทามจากวัดพระธรรมกายให้เข้ามาปฏิบัติงาน ทำหน้าที่เป็นพิธีกร “ผู้ประกาศธรรม” ประจำช่อง DMC TV

นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่รายงานข่าวทางเว็บไซต์ www.dmc.tv โดยใช้ชื่อว่า “ลูก ART” ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการรายงานข่าวคราวกิจกรรมของวัดพระธรรมกาย เช่น ธุดงค์ธรรมชัย, การเปิดวัดพระธรรมกายสาขาต่างประเทศ เป็นต้น

องอาจ เติบโตในหน้าที่การงานมีบทบาทสำคัญในวัดพระธรรมกายมากขึ้นตามลำดับ ต่อมาในปี 2557 เขาได้เปิดเผยว่า การทำงานอาสาสมัครให้กับวัดพระธรรมกายทำให้เขาต้องรู้จักแบ่งเวลาการทำงานให้ดี โดยขณะนั้น องอาจมีตำแหน่งเป็น กรรมการผู้จัดการบริษัท มหัศจรรย์บุญ จำกัด มีภารหน้าที่รักษาการทำงานทางโลกและทางธรรมให้สมดุลกัน

ล่าสุด องอาจเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับรางวัลผู้บริหารแห่งปี CEO Thailand Awards 2014 จัดโดยสมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และโครงการบริหารการจัดการเพื่อการพัฒนายุคใหม่ สถาบันรัชต์ภาคย์ โดยรับรางวัลจาก ฯพณฯ นายอำพล เสนารงค์ องคมนตรี และในปีเดียวกันนี้ เว็บไซต์ ThaiPublica รายงานว่า เขาได้รับรางวัล "ผู้นำพุทธโลก" สาขาสื่อมวลชนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติอีกด้วย

องอาจ นั้นถือได้เลยว่าเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่มีความโดเด่นในวันพระธรรมกาย เนื่องจากเป็นคนหนึ่งที่ออกหน้าปกป้องพระธัมมชโยอยู่เสมอ ๆ

ล่าสุก็เป็นกรณีการแถลงข่าวของนายองอาจเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ซึ่งนำมาสู่การแจ้งความและการออกหมายจับนั้น นายองอาจได้กล่าวถึงการที่เจ้าหน้าที่จะเข้าจับพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโยว่า ลูกศิษย์ทุกคนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และไม่ยืนยันว่าจะสามารถจัดระเบียบ หรือควบคุมลูกศิษย์ได้ หากเจ้าหน้าที่บุกเข้ามาจริง เพราะในขณะนี้ในวัดมีลูกศิษย์จากทั่วประเทศเดินทางมาร่วมสวดมนต์จำนวนมาก

จนนำมาซึ่งกรณีที่พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วยทีมกฎหมาย เข้าแจ้งความ เพื่อดำเนินคดีกับ นายองอาจกับพวก ในความผิดฐานยุยง ปลุกปั่นให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง ทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่การกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (2)

ต่อมาพนักงานสอบสวน กองปราบปรามได้สอบปากคำผู้ร้องและตรวจสอบเอกสารต่างๆ และได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดไปขออำนาจศาลอาญาเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว โดยล่าสุดศาลได้อนุมัติหมายจับนายองอาจ ในความผิดข้อหาดังกล่าว

หากย้อนกลับไปจะพบว่านายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย มีการแถลงการณ์เมื่อวนที่ 25 พฤศจิกายน ใจความตอนหนึ่งว่า   หาก DSI ประสานมาเมื่อใด ทางฝ่ายกฎหมายของวัด จะเป็นผู้พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร การจะเกิดกำแพงมนุษย์ แบบครั้งที่ผ่านมาหรือไม่ บอกไม่ได้ อยู่ที่ว่าจะมีสิ่งเร้าทำให้เกิดขึ้นหรือไม่ ล้วนเป็นสิ่งที่พวกท่านทำเอง เพราะหากทางลูกศิษย์ตกใจ กับข่าวที่ DSI จะเดินทางมาที่วัด พร้อมกำลังพลจำนวนมาก แบบครั้งที่ผ่านมาอีก อาจจะทำอะไรขึ้นมาก็ได้ เพราะตามธรรมชาติของคนที่ตกใจ สามารถทำอะไร ขึ้นมาก็ได้

นี่เป็นเพียงตัวอย่างพฤติกรรมของนายองอาจ ที่ได้ยกตัวอย่างซึ่งจากพฤติกรรมก็แสดงใหเห็นว่าไม่เกรงตัวต่อกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ก็มีกระแสข่าวออกมาว่าได้หนีไปต่างประเทศแล้ว

ซึ่ง ณ ตอนนี้ทางวัดพระธรรมกายนั้นก็ทำตัวคล้ายกับรัฐอิสระที่ไม่ยอมรับในเรื่องของกฎหมาย และถ้านายองอาจนั้นยังอยู่ที่วัดพระธรรมกายจริงจะหนีทำไมต่อจากนี้ไปเราก็คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าทางเจ้าหน้าที่นั้นจะมีวิธีการจัดการกับนายองอาจ อย่างไร

 

เรียบเรียงโดย : วัสดา สำนักข่าวทีนิวส์