ทนายคู่ใจ "ครูแพะ" ยังหวั่น !! หากเบิกความคดีช้า "พยาน-ครูแพะ" สุ่มเสี่ยงต่อความปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น !! (รายละเอียด)

ทนายคู่ใจ ครูแพะ ยังหวั่น หากเบิกความคดีช้า

ทนายคู่ใจ "ครูแพะ" ยังหวั่น !! หากเบิกความคดีช้า "พยาน-ครูแพะ" สุ่มเสี่ยงต่อความปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น !! (รายละเอียด)

กรณี นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หรือครูอ๋อย อดีตข้าราชการครู ซึ่งเพิ่งพ้นโทษจากคดีขับรถชนคนเสียชีวิตในปี 2548 เข้าร้องขอผ่านกระทรวงยุติธรรมให้ศาลรื้อฟื้นคดี โดยระบุว่าตนไม่ได้กระทำผิดเป็นการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาล่าสุด นางแพงศรี พ่อบำรุง อายุ 60 ปี ลูกสาวผู้ตายคดีครูแพะขับรถชนคนตายที่นครพนม  ได้ออกมาเปิดเผยเอกสารว่าเคยมีคนอ้างเป็นตัวแทนของครูจอมทรัพย์ ขอไกล่เกลี่ย ชดใช้ค่าเสียหาย โดยจะมีคนก่อเหตุมารับผิดแทน พร้อมลงชื่อทำสัญญาไม่ให้ติดใจเอาความ
 

ล่าสุด "เพจทนายคู่ใจ"ได้โพสต์ข้อความระบุว่า พยานชุดนี้กำลังจะบอกอะไรกับสำนวนคดีนี้?มี 2 ประเด็นที่พอจะเดาได้

1)แนวทางนำสืบสวนกำลังพยายามลากโยงไปยังการจ่ายเงินเยียวยาผู้เสียหายว่าถ้าครูแพะไม่ผิดจะมาจ่ายทำไม แต่พยานชุดนี้ก็ไม่ได้ยืนยันว่าครูแพะเป็นคนมาติดต่อเพียงแต่อ้างมาว่ามีคนมาติดต่อขอชดใช้ซึ่งก็จำไม่ได้ว่าใครด้วย เชื่อมโยงแบบนี้เอาเรื่องยากครับ

2)พยายามเชื่อมโยงถึงบุคคลปริศนาที่เป็นตัวละครที่ออกมาจะขอชดใช้ในปี 2556 แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ชดใช้ให้ตามสัญญา(แต่ก็มาจ่ายในศาลในปี 2557 หลังคดีอาญายุติแล้วในปี 2556 ซึ่งการจ่ายแบบนี้ไม่มีประโยชน์ต่อรูปคดีของครูแพะเลยถ้าแกจะจ่ายแบบนั้นมาจ่ายก่อนศาลฎีกาตัดสินดีกว่า ครูอาจจะได้ลดโทษหรือได้รับการรอลงอาญาก็ได้ จะมาจ่ายตอนหลังเพื่อ?)

พยานชุดนี้เป็นแค่พยานแวดล้อมไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการรื้อคดีแบบชัดๆเลยเรื่องนี้ ถ้าคิดว่าเป็นทีเด็ดก็นั่งเด็ดต่อไปแล้วกัน น้ำหนักมันน้อยมากที่จะมาหักล้างพยานปากลุงสับ วาปี ที่ออกมารับสารภาพว่าตัวเองขับรถชนในวันเกิดเหตุแต่ผมไม่โทษเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องที่ท่านทำตามหน้าที่หรอก เพราะหน้าที่ของท่านคือจับผิดครูแพะ วิธีการต่อสู้คดีแบบนี้ก็เป็นเรื่องปกติที่หาวิธีลดความน่าเชื่อถือของพยานฝ่ายครูแพะ ก็รอดูว่าพรุ่งนี้จะมีประเด็นไหนมาดิสเครดิตครูแพะอีก ถ้าหลักฐานเด็ดๆก็โชว์ออกมา

ทนายคู่ใจ "ครูแพะ" ยังหวั่น !! หากเบิกความคดีช้า "พยาน-ครูแพะ" สุ่มเสี่ยงต่อความปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น !! (รายละเอียด)

ด้าน นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ทนายคู่ใจ เปิดเผยว่า  ขณะนี้ทางตำรวจตามสืบพยานทุกคนละเอียดยิบ ดังนั้นคนที่จะกล้ามาเป็นพยานให้กับครูคงมีน้อยมาก ตอนนี้ค่อนข้างเป็นห่วงสวัสดิภาพพยานและคนรอบข้างพยาน เพราะว่าชาวบ้านธรรมดาเห็นตำรวจมาบ่อยๆจะหวาดกลัวกันจนไม่อยากยุ่งคดีนี้ขนาดไหน ทางเจ้าหน้าที่ก็ทำเกินไป  ที่ไปขู่จะดำเนินคดีอาญาต่อครูแพะและพยานครูแพะ  ทั้งที่คดีนี้ศาลยังไม่สั่งเลย  มาขู่กันแบบนี้พยานก็หนีหมด  สังคมจะได้ความจริงได้อย่างไร ดังนั้นยิ่งลุง สับ วาปี คนขับรถชนตัวจริงมาเบิกความช้าไปเท่าไร ครูแพะและพยานทุกคนยิ่งสุ่มเสี่ยงต่อความปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น ถ้าเบิกความให้ศาลบันทึกไปแล้วก็แล้วกัน  ศาลนครพนมก็ส่งต่อให้ศาลฎีกาวินิจฉัยเลย  นี่ยิ่งดึงเวลายิ่งสร้างแรงกดดันให้พยานมากขึ้น  ครูอาจจะสู้แต่พยานกับคนรอบข้างพยานเขาจะสู้ขนาดครูไหม เอาง่ายๆชาวบ้านจากเดิมจะช่วยครูแพะมาเป็นพยาน  พอเจอตำรวจไปกดดันหนักญาติพี่น้องชาวบ้านธรรมดาใครไม่กลัว ดังนั้นคงต้องรอฟังจากปากลุงสับเบิกความให้เสร็จแล้วทุกอย่างจะกระจ่างเอง ส่วน ลุงสับ จะกล้ามาหรือเปล่าไม่รู้ เพราถูกจับตามองขนาดนี้เป็นใครๆไม่กลัว นี่หรือคือสิ่งที่เรียกว่า "กระบวนการยุติธรรม"

 

CR.ข้อมูล เพจทนายคู่ใจ

เรียบเรียง : อาทิชา