เสียชื่อทหารหมด!!ทหารพระธรรมนูญนำแก๊งค์ทหาร อ้างเป็นปปส.อุ้มผู้ใหญ่บ้านพร้อมสามีรีดเงิน 2 แสน

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

จากกรณี ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 5-7 คนแต่งกายคล้ายทหาร นุ่งกางเกงลายพลางเข้ามาพบกับนางประไพ พวงบุปผา อายุ 55 ปี ผู้ใหญ่บ้าน อยู่บ้าน ม.2 ต.ลาดน้ำเค็ม อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา และนายบุญลือ พวงบุปผา อายุ 57 ปี สามี ซึ่งยังนอนพักผ่อนอยู่ภายในบ้าน ในเวลาประมาณ 06.00 น.เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา

โดยกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ ปปส.และชุดสืบสวน โดยอ้างว่าจากการสืบสวนพบว่า นางประไพ และสามี พัวพันกับยาเสพติด จึงขอทำการตรวจค้นภายในบ้าน โดยแสดงเอกสารให้ดูว่ามีหมายศาลมาด้วย แต่ไม่ทันได้อ่าน จนท.ก็แยกย้ายกันเข้าทำการตรวจค้น โดยใช้เวลานานประมาณ 20 นาที 
 

เสียชื่อทหารหมด!!ทหารพระธรรมนูญนำแก๊งค์ทหาร อ้างเป็นปปส.อุ้มผู้ใหญ่บ้านพร้อมสามีรีดเงิน 2 แสน
จากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดคล้ายทหาร ก็ได้ยึดอาวุธปืนพกสั้น 2 กระบอกและปืนยาว 1 กระบอก ทองรูปพรรณหนัก 12 บาท ที่พบในบ้านพัก จากนั้นนำตัวทั้งสองคนขึ้นรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ของทั้งสองคน แจ้งว่าจะนำตัวไปสอบสวนขยายผล แต่ขับเลยสภ.ผักไห่ไปทาง อ.บางบาล เมื่อนางประไพ ถามว่าทำไมไม่เข้า สภ.ผักไห่ ทำให้กลุ่มชายฉกรรจ์ไม่พอใจ จึงทำการนำถุงดำมาคลุมศรีษะทั้งสองคน แล้วขับรถไป โดยทั้งสองคนรู้สึกว่ามีการเลี้ยวโค้งคล้ายกับไปทางบ่อขยะเก่า จนกระทั่งไปจอดอยู่บริเวณป่าละเมาะข้างทางเพื่อทำธุระ โดยทั้งสองคนสังเกตเห็นมีภูเขา คาดว่าน่าจะเป็น จ.กาญจนบุรี หรือสุพรรณบุรี ติดต่อกาญจนบุรี

เสียชื่อทหารหมด!!ทหารพระธรรมนูญนำแก๊งค์ทหาร อ้างเป็นปปส.อุ้มผู้ใหญ่บ้านพร้อมสามีรีดเงิน 2 แสน

 

เสียชื่อทหารหมด!!ทหารพระธรรมนูญนำแก๊งค์ทหาร อ้างเป็นปปส.อุ้มผู้ใหญ่บ้านพร้อมสามีรีดเงิน 2 แสน

และกลุ่มชายฉกรรจ์ได้ขับรถวนกลับมาจอดบริเวณริมถนนสายสุพรรณบุรี-อู่ทอง และได้ให้นายบุญลือ โทรศัพท์ให้ญาตินำเงิน 2 แสน ไปให้บริเวณริมถนนดังกล่าว จากนั้นเมื่อได้เงินแล้ว ได้พานายบุญลือและนางประไพ ย้อนกลับไปที่วัดพงศา อ.ผักไห่ เพื่อให้ญาติไปเอาเงินที่บ้านอีก 1.5 แสนบาท ที่นายบุญลือ เก็บเอาไว้มาให้ จากนั้นก็ปล่อยนางประไพลง แล้วพานายบุญลือ ไปเป็นตัวประกัน แล้วปล่อยนายบุญลือ ลงที่ริมถนนสายเสนา-ผักไห่ ใกล้กับปั๊มแก๊ส ต.บ้านแพน อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนที่จะทิ้งรถของนายบุญลือเอาไว้ไม่ไกลจากจุดที่ปล่อยนายบุญลือ 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนางประไพและนายบุญลือ สองสามีภรรยามาสอบปากคำเพิ่มเติม ซึ่งหลังจากที่ทั้งสองคนออกมาจากห้องสอบสวนก็ไม่ยอมให้ข้อมูลใดๆ โดยบอกเพียงว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจขอร้องไม่ให้ข่าว

เสียชื่อทหารหมด!!ทหารพระธรรมนูญนำแก๊งค์ทหาร อ้างเป็นปปส.อุ้มผู้ใหญ่บ้านพร้อมสามีรีดเงิน 2 แสน



 

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนนำโดย พ.ต.อ.ภัทรภัทร นุชยวง ผกก.ภจว.พระนครศรีอยุธยา ได้กระจายกำลังกันติดตามกลุ่มผู้ต้องสงสัย จนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหารวม 6 คนประกอบด้วยทหาร 4 นายและพลเรือน 2 คน ซึ่งต่อมาได้ทำการจับกุมตัวนายคนนัย บำรุง อายุ 41 ปี ชาวกทม. เอาไว้ได้ ซึ่งรับสารภาพว่าได้รับการติดต่อจากทหาร 4 นาย เนื่องจากมีข้อมูลว่าผู้ใหญ่บ้านและสามี มีส่วนพัวพันยาเสพติด จึงได้นัดหมายให้ไปร่วมเข้าทำการตรวจค้น โดยในวันเกิดเหตุนายคมนัย ขับรถเก๋งตามหลังกลุ่มทหาร โดยมีชายคนขับอีกคนที่หลบหนีอยู่ จนกระทั่งอุ้มผญบ.และสามีไปตามจุดต่างๆเพื่อเรียกเงิน ก่อนหลบหนี ซึ่งขณะนี้ จนท.อยู่ระหว่างการติดตามคนร้ายที่เหลืออีก 1 คน เพื่อมาดำเนินคดีต่อไป

เสียชื่อทหารหมด!!ทหารพระธรรมนูญนำแก๊งค์ทหาร อ้างเป็นปปส.อุ้มผู้ใหญ่บ้านพร้อมสามีรีดเงิน 2 แสน

ความคืบหน้าต่อมา วันที่ 20 ม.ค. ที่ สภ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา นายทหารพระธรรมนูญ ได้นำตัวนายทหารสัญญบัตรกับพวกรวม 4 นาย ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีอุ้มผู้ใหญ่บ้านหญิงและสามี เข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ภัทรภัทร นุชยวง ผกก.สส.ภวจ.พระนครศรีอยุธยา และพ.ต.อ.ธานินทร์ ฉัตรเจริญพร ผกก.สภ.ผักไห่ และพ.ต.อ.อำนาจ สุขทรัพย์ศรี ผกก.สส.สภ.ผักไห่ ร่วมกันสอบสวน โดยเบื้องต้นทั้ง 4 นายให้การปฏิเสธ ซึ่งตำรวจขอควบคุมตัวเพื่อส่งศาลฝากขัง 
 

เรียบเรียง อิทธิพล กาวรรณธง ทีมข่าวภูมิภาค