- 15 ก.พ. 2560
ประทับใจวันแห่งความรัก!!!สุดแสนโรแมนติกหนุ่มสาวควงคู่จดทะเบียนสมรสใต้สมุทร!!ดื่มด่ำกับพิธีฉลองสมรสริมชายหาดชมพระอาทิตย์ตกดิน(ชมภาพ)
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 บรรยากาศงานพิธีวิวาห์ใต้สมุทร 2017 หรืองานแต่งงานใต้ทะเล ปีที่ 21 ที่ จังหวัดตรังยังคงคึกคักต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 2 หลังจากที่ตลอดทั้งวันนี้ คู่บ่าวสาวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศจำนวน 16 คู่ ดำน้ำไปจดทะเบียนสมรสใต้ทะเลที่บริเวณเกาะกระดาน อ.กันตัง จ.ตรัง ที่ความลึก 8 เมตร ส่วนที่เหลือเดินทางท่องเที่ยวทะเลตรัง ก่อนที่ทั้งหมดจะเข้าร่วมพิธีรดน้ำสังข์ ซึ่งเป็นประเพณีอันดีงานของประเทศไทย โดยมี นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ประธานหอการค้าจังหวัดตรัง และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมคล้องพวงมาลัย เจิมหน้าผาก สวมมาลัยมงคล และหลั่งน้ำสังข์ ให้กับคู่บ่าวสาว ที่ริมหาดโรงแรมอนันตรา อ.สิเกา จ.ตรัง ท่ามกลางบรรยากาศที่สุดแสนโรแมนติกในช่วงที่พระอาทิตย์กำลังตกน้ำ และมีญาติมิตรมาร่วมแสดงความยินดีจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีพิธีจดทะเบียนสมรสจริง ให้กับคู่บ่าวสาวคู่รักใหม่ ที่บริเวณชายหาด โดยนายสมเกียรติ ดวงมณี นายอำเภอสิเกาทำหน้าที่นายทะเบียน พร้อมทั้งงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสให้กับคู่บ่าวสาวทั้ง 20 คู่รัก และยังปิดท้ายกิจกรรมคืนนี้ด้วยการแสดงชุดพิเศษเนื่องในคืนวันวาเลนไทน์ คือ การควงกระบองไฟ ที่เกาะกลางน้ำ นานกว่า 20 นาที สร้างความประทับใจให้กับคู่รักเป็นอย่างมาก อบอวลไปด้วยความรักในคืนวาเลนไทน์ปี 2560
(คลิกอ่าน : ททท. ผุดกิจกรรม กุมภาสัญญารัก รับวาเลนไทน์ หวังกระตุ้นรายได้ การท่องเที่ยว)
โดยในปีนี้หอการค้าจังหวัดตรัง ได้จัดพิธีวิวาห์ใต้สมุทรขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2560 มีการดำน้ำไปจดทะเบียนสมรสใต้ทะเล ติดต่อกันเป็นปีที่ 21 และเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในโลก ซึ่งเคยได้รับการบันทึกลงใน Guinness World Records เมื่อหลายปีที่ผ่านมา ว่ามีคู่รักจดทะเบียนสมรสใต้ทะเลเป็นแห่งแรกและแห่งเดียว มากที่สุดในโลกในเทศกาลวาเลนไทน์ ซึ่งทางหอการค้าจังหวัดตรัง ได้จดลิขสิทธิ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยปีนี้เน้นความเรียบง่ายตามแบบประเพณีไทยภายใต้แนวคิด The moment of love ช่วงเวลาแห่งรัก ซึ่งสร้างความสุขและความประทับใจให้กับคู่บ่าวสาวทั้ง 20 คู่เป็นอย่างมาก
(คลิกอ่าน : ๗ สถานที่ยอดนิยมของคนกรุงเทพฯสำหรับการขอพรให้สมหวังในความรัก)
สุนิภา หนองตรุด ทีมข่าวภูมิภาค จ.ตรัง รายงาน
