- 01 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ความคืบหน้าคดีนายหวิน ชายเร่ร่อนเมืองตราด ที่ถูกรถชนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2559 ขณะที่ผู้ตาย ได้รับสิทธิในการรับเงินค่าตอบแทนจากพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จากคู่กรณี และสิทธิอื่นๆ เป็นเงินจำนวน 600,000 บาท แต่กลับไม่สามารถติดต่อญาติให้มารับเงินได้ จึงได้ประกาศตามหาญาติ ทำให้ ร.ต.อ.วิษณุ เขาวง ร้อยเวรสภ.เมืองตราด เจ้าของคดี ได้ประกาศตามหาญาติเพื่อมารับเงินก้อนนี้
จนกระทั่งวันนี้ ร.ต.อ.วิษณุ สามารถติดต่อนางบุญจง จารุศักดิ์สกุล ซึ่งเป็นแม่ของนายหวิน ที่พักอาศัยอยู่ในอำเภอท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ได้แล้ว พร้อมทั้งประสานงานให้เดินทางมายืนยันและพิสูจน์ว่าใช่ญาตินายหวิน หรือไม่ โดยร.ต.อ.วิษณุ ได้นำชื่อและรูปนายสมิทธ์ จารุศักดิ์สกุล หรือ อาง ในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง ให้นางบุญจง ว่าใช่ญาติจริงหรือไม่ ซึ่งนางบุญจง ยืนยันว่า เป็นญาติจริงและเป็นลูกชายที่หายออกจากบ้านมากว่า 4 ปี แล้ว
จากนั้น ได้เดินทางไปยังสุสานมุมสงบ ต.แสนตุ้ง อ.เขาสมิง จ.ตราด ซึ่งเป็นสุสานที่ฝั่งศพนายสมิทธ์ ไว้ โดย ร.ต.อ.วิษณุ เขาวง ร้อยเวรสภ.เมืองตราด พร้อมด้วยกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดตราด นางบุญจง จารุศักดิ์สกุล และสื่อมวลชน ร่วมเป็นพยานในการขุดศพนายสมิทธ์ ที่เหลือแต่กระดูก นำกลับบ้านเกิดที่อำเภอท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป
ร.ต.อ.วิษณุ กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว จนถึงวันนี้กว่า 5 เดือน แล้ว ตนเองพยายามสืบค้น ติดตาม หาญาตินายสมิทธ์ มาโดยตลอด ทั้งการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ ประกาศตามหาญาติตามแหล่งสถานที่สำคัญ ๆ ในจังหวัดตราด รวมทั้งการตรวจสอบลายนิ้วมือจากฐานข้อมูลทะเบียน ประวัติอาชญากรรมของตำรวจ แต่ทั้งหมดไม่ได้ผล จึงได้ส่งลายนิ้วมือไปยังกรมการปกครองตรวจสอบเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งเป็นกระบวนการนานมาก เนื่องจากต้องตรวจสอบลายนิ้วมือคนไทยทั้งประเทศ กระทั่งทราบว่า นายหวินชายเร่ร่อนเมืองตราด คือนายสมิทธ์ จารุศักดิ์สกุล อายุ 40 ปี เป็นบุตรนายณรงค์และนางบุญจง จารุศักดิ์สกุล ชาวอำเภอท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา
ร.ต.อ.วิษณุ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของเงินสินไหมที่นายสมิทธ์ จารุศักดิ์สกุล เป็นเงินทั้งหมด 700,000 บาท จากเดิมที่ประกาศไว้ 600,000 บาท จะเพิ่มอีก 100,000 บาท จากเงินประกัน โดยเงินจำนวนจะมีการมอบให้กับญาติในวันที่ 3 เมษายน 2560
ด้านนางจันทร์เพ็ญ ผิวงาม ญาตินายสมิทธ์ กล่าวว่า นายป่วยเป็นโรคประสาทมาตั้งแต่ปี 2542 ญาติได้พยายามรักษามาด้วยตลอด และมักจะชอบเดินออกจากบ้านเป็นประจำ บางครั้งก็ตามกลับมาได้ บางครั้งก็ใช้เวลาหลายวันในการตามหารับตัวกลับบ้านได้ตลอด แต่ในช่วงปี 2556 นายสมิทธ์ ได้เดินหายไปจากบ้าน โดยญาติได้พยายามตามหามาตลอด 4 ปี ก่อนจะมาทราบข่าวว่า น้องชายเสียชีวิตแล้วที่จังหวัดตราด ซึ่งตนเองก็ยังรู้สึก งง ว่าทำไม นายสมิทธ์ มาได้ไกลขนาดนี้กว่า 150 กิโลเมตร ส่วนเงินที่ได้รับจะแบ่งมาทำบุญและจัดพิธีศพ ทำบุญ 100 วัน ให้กับนายสมิทธ์ ต่อไป
ภาพ/ข่าว กฤษฎาพงษ์ แววคล้ายหงษ์ ผู้สื่อข่าวทีนิวส์ จังหวัดตราด
