- 02 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นางละเมียด รัตนะ ประธานกลุ่มผู้หญิงป่าสาคูร่วมใจ จังหวัดตรัง กล่าวว่า อำเภอนาโยง โดยเฉพาะในตำบลนาข้าวเสีย และโคกสะบ้า ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองลำชาน นับเป็นแหล่งป่าสาคู ไม้พื้นถิ่นที่สำคัญของภาคใต้ จนทำให้ชุมชนแห่งนี้ได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว เมื่อปี 2550 และสถานฑูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้ให้งบประมาณ 2.8 ล้านบาท มาจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ป่าสาคูเมื่อปี 2553 ซึ่งนอกจากจะให้ประโยชน์ทางระบบนิเวศน์แล้ว ยังกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ เพราะแทบจะทุกส่วนจากยอดถึงรากสามารถนำมาใช้ได้และขายได้
โดยชาวบ้านจะนิยมตัดใบเพื่อนำไปเย็บเป็นจากใช้ในการมุงหลังคา เพราะมีความแข็งแรงและมีอายุการใช้งานนานกว่าใบพืชชนิดอื่นๆ รวมทั้งนำก้านไปใช้ทำไม้กวาด เสื่อ หรือเครื่องจักสานต่างๆ แต่ที่กำลังได้รับความสนใจมากที่สุดในขณะนี้ก็คือ การนำลำต้นมาสกัดเอาแป้งเพื่อทำขนมหวานได้มากมายหลายสิบชนิด อาทิ ขนมลอดช่อง ขนมบวช ขนมจาก ขนมโค ขนมด้วง ขนมครกขนมเปียกปูน ขนมสาคูไส้หมูไส้ไก่ ขนมคุกกี้ หรือยังสามารถนำไปทำเส้นหมี่ เส้นก่วยเตี๋ยว หรือแม้กระทั่งเส้นพาสต้า อาหารขึ้นชื่อของฝรั่ง
ทั้งนี้ โดยเฉพาะขนมลอดช่อง ซึ่งทำมาจากแป้งสาคู จะมีกลิ่นและรสที่อร่อยแตกต่างไปจากการใช้แป้งชนิดอื่น รวมทั้งยังมีสีน้ำตาลธรรมชาติ ที่แปลกไปจากขนมลอดช่องที่อื่น ซึ่งมักจะเป็นสีเขียว หรือสีขาว นับเป็นเมนูขนมหวานยอดฮิตที่ขายดิบขายดีจนสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านอย่างงดงาม นอกเหนือไปจากการทำสวนยางพารา เพราะมียอดสั่งซื้อแป้งสาคูเพื่อไปทำขนมเข้ามาอย่างต่อเนื่องจนผลิตไม่ทัน ซึ่งสาคูเพียง 1 ต้น เมื่อสกัดมาเป็นแป้งและทำเป็นขนมขายแล้ว จะสามารถสร้างเงินให้ได้ 1-2 หมื่นบาทเลยทีเดียว
ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดตรัง
