- 03 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 2 เม.ย.60 นายศรายุทธ ตันเถียร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี แจ้งว่าท่านอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และการกระทำผิดในเขตอุทยานแห่งชาติ ดังนั้นในช่วงไฮซีซั่นและเทศกาลสงกรานต์ อช.หาดนพรัตน์ธาราฯ ขานรับนโยบายดังกล่าว โดยใช้แนวทาง Zero Tolerance Policy ร่วมกับกองทัพเรือ และหน่วยงานของจังหวัดกระบี่ที่ทำ mou ร่วมกัน ได้แก่ ตำรวจน้ำ ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าท่า ฯลฯ พร้อมเปิดรับแจ้งเบาะแสตรวจจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายอุทยานแห่งชาติ และจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการบริการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติช่วงเทศกาลท่องเที่ยวด้าน ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊คส่วนตัวมีบทความว่า เพื่อรับมือกับการท่องเที่ยวหน้าร้อนและสงกรานต์ อุทยานพีพีประกาศแนวทาง Zero Tolerance Policy #เราจะไม่ทนต่อการกระทำผิด เตรียมพร้อมกองเรือ 14 ลำ ตรวจจับผู้กระทำผิดกฎอุทยาน และขอให้ผู้มีเบาะแสแจ้งมาได้ทันที #พีพีโมเดล #ที่แรกของทะเลไทย #เมื่อรายได้อุทยานถูกนำมาใช้ให้ได้ผล
โครงการ Zero Tolerance Policy เป็นที่นิยมของภาครัฐและภาคเอกชน มีการเซ็น MOU และแถลงนโยบายเป็นประจำ ปรกติจะใช้กับการปราบปรามคอรัปชั่น
พีพีโมเดลประยุกต์โมเดลนี้มาใช้กับการกระทำผิดระเบียบอุทยาน โดยเตรียมการในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
ทั้งการจัดเก็บรายได้ นำเรือเข้าระบบ ตรวจตราผู้กระทำผิด และเสนอโครงการเพื่อขอเรือตรวจการณ์จากกรมอุทยานฯ โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้ความสนับสนุนมาตลอด
จากเรือยางเพียง 1 ลำ ถึงวันนี้ อุทยานพีพีฯ มีเรือตรวจการณ์จำนวน 6 ลำ (เรือหลวง 5 ลำ เรือบริจาคจากภาคเอกชน สิงห์เอสเตท 1 ลำ) และจะได้รับอีก 8 ลำ
ภายในไม่ช้า อุทยานจะมีเรือตรวจการณ์ 14 ลำ จึงสามารถเริ่มมาตรการ #ใครผิดเราจับ ได้ตามที่วางแผนไว้
1. จัดเรือตรวจการณ์ลงประจำพื้นที่ แบ่งเขตตรวจสอบและลาดตระเวนการกระทำผิดกฎหมายจากการท่องเที่ยว ตลอดจนการลักลอบทำการประมง (โดยเฉพาะตอนกลางคืน)
2. ตรวจสอบและซ่อมแซมทุ่นจอดเรือ ทุ่นบอกเขตต่างๆ เช่น เขตห้ามเรือเข้า เขตห้ามท่องเที่ยว (เกาะยูง) ให้อยู่ในสภาพดี
3. จัดเตรียมระบบทะเบียนเรือ เพื่อใช้ในการบันทึกความผิดในระดับต่างๆ ตลอดจนประมวลความผิด เพื่อวิเคราะห์หาค่าปรับที่เหมาะสมและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งอุทยาน
4. ติดป้าย “ใครผิดเราจับ” ตามจุดต่างๆ 8 แห่ง เพื่อแจ้งให้ผู้ประกอบการทราบและขอความร่วมมือ ไม่กระทำผิด ตลอดจนแจ้งข้อมูลหากพบการกระทำผิดให้ทราบ
5. จัดประชุมและอบรมเจ้าหน้าที่อุทยานในระยะสั้น เพื่อให้เข้าใจความหมายของแนวทาง #ใครผิดเราจับ และเตรียมการในการดูแลทะเลโดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนและเทศกาลสงกรานต์เป็นพิเศษ
6. เผยแพร่ประชาสัมพันธ์เพื่อให้คนรักทะเลช่วยกันเป็นหูเป็นตา ถ่ายภาพและรายงานการกระทำผิดได้ที่เบอร์โทรศัพท์หรือเฟซบุ๊กของ “อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี”
แนวคิด #ใครผิดเราจับ คือแนวทางขั้นสมบูรณ์ของการดูแลทะเลให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
แนวคิดนี้จะเป็นไปไม่ได้ ตราบใดที่ไม่มีเรือ เจ้าหน้าที่ผู้พร้อมทุ่มเท ระบบดูแลรักษาธรรมชาติที่ดีพอ ตลอดจนความร่วมมือของคนพีพี ผู้ประกอบการ และเครือข่ายคนรักทะเล
อุทยานพีพีฯ ใช้เวลา 2 ปีตามแนวทาง #พีพีโมเดล และวันนี้เราพร้อมแล้วที่จะประกาศแนวทางดังกล่าว เพื่อเป็นที่แรกของทะเลไทย และเป็นแนวทางให้อุทยานทางทะเลอื่นๆ ตลอดจนพื้นที่คุ้มครองทางทะเล ได้ใช้เป็นต้นแบบ
ขอบคุณท่านผู้บริหารทุกระดับชั้นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คนพีพี ผู้ประกอบการ ตลอดจนคนรักทะเลทั้งหลายที่ช่วยสนับสนุน #พีพีโมเดล จนมีวันนี้
หมายเหตุ – เบอร์แจ้งเบาะแสการกระทำผิดและเฟซบุ๊ก อยู่ในภาพครับ หรือแจ้งทางผมหลังไมค์ได้ รบกวนมีภาพถ่ายเห็นชื่อเรือและการกระทำผิดชัดเจนครับ
รบกวนเพื่อนธรณ์ช่วยส่งข่าวกระจายกันไป เพื่อให้เป็นที่ทราบในวงกว้าง และช่วยป้องปรามการกระทำผิดครับ
ข่าว/ภาพ บัญฑิต รอดเกิด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ กระบี่
