- 04 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 4 เม.ย. 2560 ที่ อ.เถิน จ.ลำปาง สภาพอากาศที่ร้อนจัดติดต่อกันนานเกือบจะครบ 2 เดือนเต็ม ทำให้เกษตรกรบางคน หันมาลงทุนเพาะปลูกพืชพรรณไม้ทนร้อนต่างๆ กันมากขึ้น อย่างเช่น องุ่นไร้เมล็ด สายพันธุ์ “แบล็คโอปอ” ซึ่งเป็นผลไม้ที่ทนต่อสภาพอากาศร้อนได้เป็นอย่างดี มักเจริญเติบโตได้ดีในสถานที่ที่มีอากาศร้อนอบอ้าว ไม่ชอบฝน กลับกลายเป็นโอกาสในการทำเงินสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวอำเภอเถินในพื้นที่ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ นายประชัน จอกต้าว อายุ 57 ปี เจ้าของสวนองุ่น พื้นที่หมู่ 3 บ้านท่าใหม่ ต.เถินบุรี อ.เถิน จ.ลำปาง พาเยี่ยมชมแปลงปลูกต้นองุ่นไร้เมล็ด กว่า 50 ต้น ที่ปลูกไว้ในสวนหลังบ้าน ตลอดระยะเวลากว่า 8 เดือนเต็ม สามารถทำผลผลิตขายให้กับลูกค้าที่สนใจในช่วงฤดูร้อนนี้มากกว่า 30 กิโลกรัม โดยจำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่กิโลกรัมละ 200 บาท หมดเกลี้ยง ไม่พอขาย ในขณะเดียวกันก็มียอดสั่งจองล่วงหน้าอีกเป็นจำนวนมาก
นายประชัน จอกต้าว บอกว่า คิดหาวิธีปลูกพืชเมืองร้อนมานานหลายปี โดยพยายามศึกษาหาข้อมูลจากตำรา และเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ได้จากครูบาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ จึงตัดสินใจลงทุนซื้อต้นพันธุ์ “แบล็คโอไร้เมล็ด องุ่นไร้เมล็ด สีม่วง สายพันธุ์ที่ทนต่ออากาศร้อน แรกๆ ก็ทดลองปลูก 28 ต้น ผลที่ได้เกินความคาดหมาย ต้นองุ่นเจริญเติบโตและแข็งแรง ในระยะเวลาไม่ถึงปีสามารถให้ผลผลิตที่คุ้มค่า สามารถขายให้กับเพื่อนๆ ที่สนใจทางโซเชียลมีเดีย เฟสบุ๊ค และไลน์จนหมดเกลี้ยง ล่าสุดเตรียมขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มออกเป็น 100 ต้น บนเนื้อที่ดินว่างเปล่าเกือบ 30 ไร่ สำหรับการปลูกองุ่นพันธุ์นี้จะต้องมีเวลาดูแลเอาใจใส่ทั้งเช้าและเย็นทุกวัน ต้นทุนค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นวัสดุที่ใช้ทำโรงเรือน ประกอบด้วยโครงเหล็ก พลาสติกใสชนิดพิเศษเพื่อกันฝน และละอองความชื้น อีกทั้งตาข่ายเพื่อป้องกันการรบกวนจากนก โดยโรงเรือนขนาดความกว้าง 5 ยาว 40 เมตร สามารถปลูกองุ่นได้ 26 ต้น ส่วนต้นพันธุ์หาซื้อได้ในราคาต้นละ 80 บาท มีต้นทุนค่าใช้จ่ายประมาณ 30,000 บาท ส่วนปุ๋ยบำรุงดินและต้นองุ่นใช้ปุ๋ยคอกจากมูลวัวที่ได้จากฟาร์มส่วนตัว หมักรวมกับเศษวัสดุฟางข้าวใส่ไว้ที่โคนต้น เป็นการปลูกพืชแบบออแกนิคโดยปราศจากสารเคมีใดๆ ดูแลเรื่องการรดน้ำอย่างเพียงพอทุกเช้า เย็น ไปจนกว่าต้นองุ่นจะออกผลผลิต จึงหยุดการให้น้ำ เมื่อองุ่นให้ผลออกมาจะต้องเฝ้าระวังไม่ให้ผลองุ่นเปียกน้ำ เพื่อป้องกันเปลือกลูกองุ่นแตก
การปลูกองุ่นพันธุ์นี้สิ่งสำคัญที่สุดจะต้องมีเวลาคอยดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี และต้องอยู่สถานที่มีอากาศร้อน สำหรับผลผลิตในล๊อตแรก องุ่น 25 ต้นสามารถให้ผลผลิต 30 กิโลกรัม ขาย กก.ละ 200 บาท หมดเกลี้ยง และกำลังจะเก็บเกี่ยวอีกประมาณ 20 กิโลกรัม รวมเป็น 50 กิโลกรัม โดยในแต่ละวัน ก็จะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าเยี่ยมชมสวนองุ่นกันอย่างไม่ขาดสาย จนแทบไม่น่าเชื่อได้เลยว่าองุ่นชนิดนี้จะปลูกได้ดีในช่วงอากาศร้อนในพื้นที่อำเภอเถิน ซึ่งเป็นพื้นที่อากาศร้อนติดอันดับที่สุดของประเทศไทย.
ภาพ/ข่าว ชัยวัฒน์ เป๋าสมบัติ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ลำปาง
