- 04 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 4 เม.ย.60 พ.ต.อ.อภิวัชร์ ไชยศรีสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ พ.ต.ต.อานนท์ เชิดชูตระกูลทอง สว.สส.ฯ, ร.ต.อ.อนันต์ คำมี รอง สว.สส.ฯ, ได้ร่วมกัน จับกุม นายเอกพันธ์ หรือโอม ทูลโรจน์ อายุ 25 ปี ที่อยู่ 103 หมู่ 2 ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จว.เชียงใหม่ ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่178/2560ลง11 มีนาคม 2560 และนายเจษฎา หรือบี ปัญญาวรรณ์ อายุ 19 ปี ที่อยู่ 212 หมู่ 7 ต.ม่วงน้อย อ.ป่าซาง จว.ลำพูนพร้อมด้วยของกลางรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นสกูปี้สีแดง ทะเบียน จำนวน 1 คัน หมวกกันน็อคยี่ห้อต่างๆเกือบ 20 ใบ นำตัวส่งมอบให้ พ.ต.ท.บุญรักษ์ คำประพันธ์ รอง ผกก.(หน.งานสอบสวน) ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม
ก่อนการจับกุมในคดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจาก พนักงานสอบสวนเวร ว่าเกิดเหตุลักทรัพย์หมวกนิรภัย(หมวกกันน๊อค)ของผู้เสียหาย เหตุเกิดลานจอดรถจักรยานยนต์โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ถ.ราชวิถี ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จว.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2560 เวลาประมาณ 13.30 น. – 14.00 น. จึงได้สอบสวนปากคำผู้เสียหายร่วมกับพนักงานสอบสวน ทราบว่าทรัพย์สินธุที่คนร้ายได้ไปเป็นหมวกนิรภัยแบบเต็มใบสีขาวยี่ห้อ RIDEราคา 1,500 บาท จำนวน 1 ใบ เมื่อทราบข้อมูลดังนั้นจึงได้ออกสืบสวนติดตามคนร้ายจากทรัพย์สินย์ที่คนร้ายได้ไป ทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายเดินทางมาและกลับก่อนและหลังก่อเหตุ นำประวัติบุคคลพ้นโทษที่มีพฤติกรรมลักทรัพย์มาทำการตรวจสอบและทำการประสานร้านรับซื้อ – ขายหมวกนิรภัย ให้ช่วยตรวจสอบ จนสามารถรวบรวมเอกสารหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดของคนร้ายทั้ง 2 คน ส่งพนักงานสอบสวนร้องขอหมายจับ ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.178/2560 และ จ.179/2560 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2560
ในเรื่องซึ่งต้องหาว่า “ ร่วมกันลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม “
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งสายลับ(ขอปกปิดนามซึ่งเป็นเจ้าของร้านรับซื้อขายหมวกนิรภัย)
แจ้งว่าชายวัยรุ่นจำนวน 2 คน นำหมวกนิรภัยมาเสนอขายให้กับทางร้านโดย 1 ใน 2 คน เป็นชายแต่ทำตัวเป็นหญิง ซึ่งมีรูปร่างลักษณะตรงกันกับคนร้ายที่เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานไว้ เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม จึงแจ้งให้(สายลับ)รับซื้อหมวกใบดังกล่าวไว้แล้วขอทำการถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวผู้ขายไว้
จากนั้นคนที่มีพฤติกรรมเป็นหญิงได้นำบัตรประจำตัวประชาชนออกมาแสดงกับสายลับของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุชื่อนายเจษฎา หรือบี ปัญญาวรรณ์ อายุ 19 ปี พร้อมกับรับเงินจากสายลับแล้วพากันออกจากร้านไป เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบข้อมูลตามที่สายลับได้จากชายวัยรุ่นทั้ง 2 คน
และตรวจสอบภาพถ่ายขณะคนร้ายทั้ง 2 คนนำเอาหมวกนิรภัยมาเสนอขายให้กับสายลับพบว่ามีรูปร่างลักษณะตรงกันกับ คนร้ายที่ก่อเหตุลักหมวกนิรภัยที่ลานจอดรถภายในโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ต่อมาพบเห็นนายเจษฎา หรือบี ปัญญาวรรณ์ และนายเอกพันธ์ หรือโอม ทูลโรจน์ อยู่บริเวณหน้าบ้านของตนเอง
จึงได้จับกุมตามหมายจับ พร้อมยึดรถจักรยานยนต์ ที่ใช้ขับขี่ไปก่อเหตุและตรวจยึดหมวกนิรภัยและของกลางอื่นอีกหลายรายการ
จากการสืบสวนขยายผลนายเอกพันธ์ ทูลโรจน์ รับว่าได้ร่วมกันกับนายเจษฎา ปัญญาวรรณ์ ก่อเหตุลักหมวกนิรภัย(กันน๊อค)ตามสถานที่ต่างๆ อีกหลายท้องที่ รวม 42 ครั้ง ได้หมวก 47 ใบ ดังนี้ ท้องที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ จำนวน 13 ครั้ง ได้หมวกกันน๊อค 16 ใบท้องที่ สภ.ช้างเผือก เมืองเชียงใหม่ จำนวน 2 ครั้ง ได้หมวก 2 ใบท้องที่ จังหวัดลำพูน จำนวน 3 ครั้ง ได้หมวก 3 ใบ ด้าน พ.ต.อ.อภิวัชร์ ไชยศรีสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า นายเอกพันธ์ หรือโอม
เคยถูกจับในคดีลักทรัพย์ /รับซื้ของโจร/ฉ้อโกงทรัพย์ และ พรบ.ยาเสพติด ติดคุกมาแล้ว 4 ครั้ง ล่าสุดได้รับการปล่อยตัวตัวเรือนจำลำพูนเมื่อเดือน ธ.ค.59 สาเหตุที่มาเป็นโจรขโมยหมวกกันน็อคเนื่องจากแฟนสาวเคยก่อเหตุแบบนี้มาก่อนและมีรายได้ดี และแฟนสาวถูกจับไปแล้วถูกคุมขังที่ เรือนจำลำพูน เห็นว่าหาเงินง่ายและติดยาบ้าด้วยจึงชวนและนายเจษฎา หรือบี สาวประเภท 2 ที่ติดยาบ้าด้วยกันมาร่วมกันก่อเหตุลักหมวกกันน็อคโดยจะเลือกหมวกที่แขวนไว้กับรถบิกไบค์ที่มีราคาแพงๆหรือหมวกกันน็อคสภาพใหม่
นำไปขายได้ใบละ 1 พันบาทขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลจับกุมแหล่งรับซื้ออยู่ใน จ.ลำพูนมาดำเนินคดีต่อไป
ภาพ//ข่าว ธนกวงค์นาง ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ประจำจังหวัดเชียงใหม่
