- 04 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 4 เม.ย.60 นางระนอง จรุงกิจกุล เกษตรจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ปัจจัยอย่างหนึ่งที่มาควบคุมในการกำหนดราคาผลผลิตปาล์มน้ำมันก็คือเปอร์เซ็นต์น้ำมันจากทะลายปาล์มนั้นเอง ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความสุกของทะลายปาล์ม โดยปัจจัยนี้เกษตรกรสามารถควบคุมได้
ทะลายปาล์มสุกจะให้เปอร์เซ็นต์น้ำมันสูง เมื่อนำไปสกัดเพื่อให้ได้น้ำมันปาล์มดิบ ต่อ 1 กิโลกรัม จะใช้ในปริมาณน้ำหนักที่น้อยกว่าทะลายปาล์มที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมันต่ำกว่า นั้นหมายความว่าในน้ำหนักของทะลายปาล์มที่เท่ากัน ทะลายปาล์มที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมันสูงกว่าจะสกัดได้น้ำมันปาล์มดิบที่มากกว่า
จากการคำนวณ ณ ราคาน้ำมันปาล์มดิบ(CPO) ที่กิโลกรัมละ 40 บาท ในทุก 1 เปอร์เซ็นต์ของน้ำมันปาล์มจากทะลาย จะเท่ากับเงิน 33 สตางค์ ต่อน้ำหนักทะลายปาล์ม 1 กิโลกรัม ประเทศไทยผลิตปาล์มน้ำมันได้ปีละประมาณ 11 ล้านตัน ดังนั้นทุก 1 % ของน้ำมันจากทะลายปาล์มสด นั่นหมายถึงเงิน 3,630 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินของเกษตรกรทั้งสิ้น ไม่ควรจะสูญเสียไปกับปาล์มดิบ
จึงขอให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มเลือกเก็บเกี่ยวเฉพาะทะลายปาล์มที่สุกเท่านั้น จะไม่ทำให้สูญเสียเงินไปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งทะลายปาล์มสุกสังเกตได้จากผลปาล์มที่สุกเต็มที่จะมีสีแดงส้ม และผลปาล์มที่อยู่รอบนอกจะหลุดร่วงจากทะลายประมาณ 10 ผล ถือว่าเป็นทะลายปาล์มสุกพร้อมที่จะเก็บเกี่ยวแล้ว
เกษตรจังหวัดกระบี่ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากความสุกของทะลายปาล์มแล้ว เกษตรกรก็ต้องคำนึงในเรื่องของความสมบูรณ์ของทะลาย คือ มีผลปาล์มเต็มทะลาย ไม่แยกลูกร่วง ไม่ตัดให้ก้านทะลายยาวเกิน 2 นิ้ว รวมถึงทะลายต้องสด ไม่บอบช้ำ ไม่มีร่องรอยของสัตว์กัดกินผลปาล์ม ไม่มีโรค แมลง และสิ่งเจือปน ซึ่งเหล่านี้ถือเป็นเกณฑ์มาตรฐานทางการค้าของผลปาล์มทะลาย
ข่าว/ภาพ บัญฑิต รอดเกิด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ กระบี่
