- 05 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 5 เม.ย. 2560 นายศรีชัย ตันฑะโสภณ นายอำเภอชัยบาดาล ร่วมกับ พันโท กฤษดา หิรัญโรจน์ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์นำกำลังทหาร พร้อมด้วยเกษตรอำเภอชัยบาดาล สาธารณสุขอำเภอชัยบาดาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน และเกษตรกรชาวอำเภอชัยบาดาล ร่วมกันส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์แปลงใหญ่รวมกลุ่มกันผลิตพืชผลทางการเกษตร โดยไม่พึ่งพาสารเคมี ทำให้ดีต่อสุขภาพ ลดต้นทุนการผลิต ส่งออกได้ดี เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ โดยกลุ่มตัวอย่างกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ที่ทำแล้วประสบผลสำเร็จ ของบ้านซับกระโดน หมู่ 4 ตำบลซับตะเคียน อำเภอชัยบาดาล คือกลุ่มปลูกผัก มี 52 ราย แยกเป็น หน่อไม้ฝรั่ง 85 ไร่ ข้าวโพดหวาน 130 ไร่ หอมแบ่ง 56 ไร่ ผักชี24ไร่และถั่วลิสง 28 ไร่ รวมทั้งหมด 323 ไร่
สำหรับกิจกรรมสนับสนุนในครั้งนี้ นายอำเภอชัยบาดาลได้มอบใบประกาศสำหรับเกษตรกรที่นำร่องในการทำการเกษตรอินทรีย์โดยไม่พึ่งพาสารเคมี ทีมงานทหาร เกษตรอำเภอ สาธารณสุขอำเภอ สาธิตการทำปุ๋ย การทำฮอร์โมนอาหารพืชจากวัสดุธรรมชาติ มีการประชาคมสอบถามปัญหาในการทำการเกษตรอินทรีย์แบบแปลงใหญ่ เพื่อหาทางแก้ปัญหาและให้ความรู้กับกลุ่มเกษตรกร จัดให้มีจุดรับซื้อผลิตผลทางการเกษตร หาตลาดให้ขายสินค้า ส่งเสริมสุขภาพอนามัยของเกษตรกร ไม่ให้ใช้สารเคมีเนื่องจากอันตราย กับตัวเกษตรกรและผู้บริโภค ที่สำคัญยังมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ประโยชน์ของการรวมกลุ่มทำเกษตรแปลงใหญ่ สามารถกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม เนื่องจากการบูรณาการ ความรู้ ทักษะและประสบการณ์ของสมาชิก ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ รวมกันซื้อและร่วมกันขาย สมาชิกตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม ผ่านการรวบรวม แลกเปลี่ยน วิเคราะห์ข้อมูลและการระดมความคิด ตัดสินใจไปใช้ปฏิบัติทำให้สร้างผลงานเป็นรูปธรรม
มีอำนาจในการต่อรองการขายผลผลิตและการซื้อปัจจัยการผลิต การรวมกลุ่มกันทำเกษตรกร ถือว่าเป็นแนวทางที่ดีซึ่งเป็นนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มกันทำการเกษตรแปลงใหญ่ โดยการรวมแปลงเป็นแปลงใหญ่ ก่อให้เกิดกิจกรรมลดต้นทุนการผลิตตามที่กำหนดและสามารถวัดผลสัมฤทธิ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการแข่งขันให้กับสินค้าเกษตร ทั้งนี้การปรับโครงสร้างสินค้าที่สำคัญดังกล่าว จะต้องทำการผลิตในพื้นที่ ที่มีความเหมาะสม โดยมีหลักการคือการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต เช่นลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่ รวมทั้งผลผลิตที่ได้มาตรฐาน ตรงกับความต้องการของตลาด มีการผลิตร่วมกันเป็นกลุ่มและมีการเชื่อมโยงกับตลาด เพื่อบริหารจัดการให้เกิดการสมดุล ระหว่างอุปทานและอุปสงค์ของสินค้าการเกษตร ตลอดจนการจัดการด้านการตลาด โดยหน่วยงานภาครัฐให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกเป้าหมายในการพัฒนา 5 ด้าน คือ ลดต้นทุนการผลิตไม่ใช้สารเคมี เพิ่มผลผลิต เพิ่มคุณภาพผลผลิต การเชื่อมโยงตลาดและการบริหารจัดการ (ในเรื่องของการวางแผนการผลิต วางแผนการบริหารจัดการปัจจัยการผลิต เครื่องจักรกล สนับสนุนการผลิตเพื่อเสริมรายได้ นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชหลากหลาย ซึ่งเป็นเพิ่มรายได้และกระจายรายได้ตลอดทั้งปี แทนการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ซึ่งมีรายได้ปีละครั้งและมีความเสี่ยงจากความแปรปรวนของสภาพ ลม ฟ้า อากาศ จากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ และราคาผลผลิต ทำให้คุณภาพชีวิตเกษตรกรดีขึ้น)
ภาพ/ข่าว ชัชวาลย์ แก้วกระจาย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ลพบุรี
