- 05 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนเที่ยง วันนี้(5 เม.ย.)ซึ่งเป็นวันแรก ตามคำสั่งม 44 คสช.ที่ห้ามผู้โดยสารนั่งเบาะแค็ปในรถกระบะ และรถนั่งส่วนบุคคลจะต้องรัดเข็มขัดนิรภัยทั้งผู้โดยสารและคนขับ ทางพ.ต.อ.ฐาปนพงศ์ ชัยรังษี ผู้กำกับกลุ่มงานจราจรตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้นำกำลังตั้งด่านกวดขันวินัยจราจรที่หน้าวัดโลกโมฬี ถนนมณีนพรัตน์ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง เชียงใหม่ และด้านหลังข่วงประตูท่าแพ ถนนมูลเมือง ต.ศรีภูมิ อ.เมือง เชียงใหม่ ทีด่านตรจหน้าวัดโลกโมฬี
พบว่ามีชายคนหนึ่งขี่รถ จยย.มาจอดในด่านพร้อมกับพูดจาส่งเสียงดังกับตำรวจจราจร ไม่พอใจที่ทางรองผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ออกสื่อว่า จะไม่อนุโลมให้ผู้โดยสารนั่งเบาะแค็ปหลังรถกระบะ เพราะไม่มีเข็มขัดนิรภัย และมีโทษปรับ 2 พันบาทหากถูกตำรวจจับ ให้ชายดังกล่าว กล่าวกับตำรวจอีกว่า ทางตำรวจน่าจะอนุโลมให้นั่งหลังแค็ปเพราะทุกวันนี้ต้องใช้รถกระบะพาลูกหลายคนไปส่งโรงเรียน และกฎหมายออกกฎหมายฉบับนี้ออกมามาแค็ปนั่งไม่ได้ ก็เดือดร้อนซิครับ ถ้าห้ามนั่งกระบะหลังเราไม่ว่า แต่มาห้ามนั่งในแค็ปห้องโดยสารนี่ซิ ผมว่าจะมีคนประท้วง บิ๊กตู่หรือ พลเอก ประยุทธ นายกรัฐมนตรีน่าดู เพราะ ว่าชาวบ้านใน ต่างจังหวัดต่างก็ใช้รถกระบะหรือรถปิคอัพอัพมากว่ารถเก๋งจึงไม่เห็นสมควรจับกุมจึงขอให้ตำรวจอนุโลมการจับกุมไปก่อน จากนั้นก็ขี่รถ จยย.ออกไป
อย่างไรก็ตามทางพ.ต.อ.ฐาปนพงศ์ ฯ เผยว่า ถึงแม้วาวันนี้จะมีการบังคับใช้กฎหมายเป็นวันแรก ทางตำรวจ กลุ่มงานจราจรตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ยังยังไม่มีการจับกุม ผู้ที่ฝ่าฝืนนั่งในแค็ป และนั่งท้ายรถกระบะ โดยตำรวจจะประชาสัมพันธ์ว่ากล่าวตักเตือนไปก่อน หากตรวจเจอครั้งที่ 2 ก็จะมีการจับกุม ส่วนการกวดขั้นวินัยจราจรทั่วไป พบว่าประชาชนเริ่มตื่นตัวและได้คาดเข็มขัด ได้ปฎิบัติตามกฎหมายมากขึ้น และจับกุมคนที่ไม่ขาดเข็มขัดได้เพียงไม่กี่ราย ส่วนมากจะจับกุม คนขี่รถจักรยานยนยนต์ ที่ไม่สวมหมวกกันน็อคและผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ก็นักท่องเที่ยวชาวจีนที่ไม่สวมหมวกกันน้อคก็ถูกจับปรับตามกฎหมายต่อไป
ภาพ//ข่าว ธนกร วงค์นาง ผู้สื่อข่าวทีนิวส์ จ.เชียงใหม่
