- 05 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 5 เม.ย.60 ผู้สื่อข่าวส่วนภูมิภาคทีนิวส์ประจำ จ.สิงห์บุรี ได้รับแจ้งว่ามีหญิงชรายากจนมากและไม่มีบัตรประชาชนทำให้ไม่ได้รับสิทธิ์ใดๆ จากรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นบัตรทองหรือเบี้ยยังชีพอีกทั้งยังต้องเลี้ยงดูบุตรชายที่มีอายุ 48 ปีที่พิการจากอุบัติเหตุทำให้ร่างกายซีกซ้ายไม่สามารถใช้การได้จึงไม่ได้ทำงาน มีเพียงลูกชายคนโตอายุ 51 ปี ที่ยังสามารถรับจ้างทั่วไปได้เลี้ยงดูทั้งครอบครัว ผู้สื่อข่าวได้จึงรุดไปดูที่บ้านเลขที่ 30 ม.6 ต.ท่าข้าม อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี
ที่บ้านเลขที่ดังกล่าว พบ นางสำรวย เปี่ยมนา อายุ 73 ปี เจ้าของบ้าน สภาพบ้านเป็นบ้านปูนชั้นเดียว มีที่นอนเก่าๆ ที่กางอยู่นอกบ้านมุงด้วยมุ้งเก่าๆ ขาดๆ ที่ใช้ยางรัดกันยุงเข้าไปในมุ้งไม่มีหลังคากันแดดกันฝนได้เลยสอบถาม ยายสำรวย ว่าเป็นที่นอนของ นายไสว เปี่ยมนา อายุ 48 ปี ลูกชายคนที่ 2 ที่พิการ ถ้าฝนตกถึงจะย้ายมานอนในบ้านที่คับแคบ ในบ้านเวลาฝนตกหลังคาก็รั่วมีน้ำหยดเหมือนกันลำบากมาก ยายสำรวยเล่าว่า ตนมีลูก 3 คน คนโตชื่อ นายช้าง เปี่ยมนา อายุ 51 ปี พักอาศัยอยู่ด้วยกันโดย นายช้าง มีอาชีพรับจ้างทั่วไปเมื่อได้เงินมาก็มาใช้จ่ายภายในบ้านแต่งานรับจ้างก็ไม่ได้มีทุกวัน เพียงพอประทังชีวิตดูแลคนในบ้านไปได้ ส่วน นายไสว ลูกชายคนที่ 2 เกิดอุบัติเหตุทำให้ร่างกายซีกซ้ายขยับไม่ค่อยได้ ไม่สามารถทำงานได้ มีเพียงเบี้ยคนพิการเดือนละ 800 บาทต่อเดือนไว้ยังชีพเท่านั้น ส่วนลูกสาวคนเล็กไปทำงานรับจ้างที่ต่างจังหวัดจะส่งเงินมาให้ไว้ใช้บ้างเพียงเล็กน้อยส่วนตนบางครั้งก็ไปเก็บดอกแค ผักบุ้ง ไปเดินขายได้ครั้งละ 20 – 30 บาทต่อครั้ง เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าอยากให้ช่วยอะไรบ้าง ยายสำรวย ตอบว่า อยากได้บัตรประชาชน เพราะจะได้สิทธิ์จากทางรัฐบาลบ้าง เจ็บไข้ได้ป่วยจะได้ใช้บัตรทองไปรักษา แต่ตอนนี้ก็มีทางโรงพยาบาลตำบลท่าข้ามช่วยดูแลในเรื่องการรักษาพยาบาลอยู่ อีกทั้งถ้ามีบัตรประชาชนตนก็จะได้รับเบี้ยยังชีพพอมาประทังชีวิตได้ ที่อยากขอความช่วยเหลืออีกอย่างคือ อยากซ่อมแซมหลังคาที่รั่ว และทำหลังคายื่นออกมาเพื่อกันแดดกันฝนตรงที่นอนนอกบ้านให้ลูกชายที่พิการเท่านั้น
สอบถาม นายวิเชียร ผมทอง อายุ 50 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ต.ท่าข้าม อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี เล่าว่าตนเป็นคนคอยดูแลลูกบ้านอยู่ มีความสงสารในความยากจนของครอบครัวนี้มากเนื่องจากยายสำรวยมีอายุมากแล้วการที่ไม่มีบัตรประชาชนเลยไม่ได้รับสิทธิ์ใดๆ เคยไปสอบถามทางอำเภอแล้วทางอำเภอไม่สามารถค้นหาข้อมูลได้ อีกทั้งยายสำรวยโดยพื้นเพเดิมไม่ใช่คนจังหวัดสิงห์บุรี เป็นคน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา แต่ได้ย้ายติดตามสามีที่เป็นคนจังหวัดสิงห์บุรีมาอยู่ที่นี่อีกทั้งพี่น้องพ่อแม่และสามีของยายสำรวยเสียชีวิตไปหมดแล้วจึงไม่สามารถไปค้นหาข้อมูลของยายสำรวยได้ ตอนนี้ก็อยากให้ยายสำรวยที่มีอายุมากแล้วได้บัตรประชาชนจะได้สามารถรับเบี้ยยังชีพและรักษาตัวกับทางโรงพยาบาลโดยไม่ต้องเสียเงินต่อไป
ภาพ/ข่าว ณัฐนารา ปานมี ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ ประจำ จ.สิงห์บุรี
