- 06 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีการบังคับใช้กฎหมายห้ามนั่งท้ายรถกระบะและแคปหลังคนขับ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเริ่มเข้มงวดกวดขันตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2560 เป็นต้นไป ปรากฏว่ามีประชาชนจำนวนมากต่างพากันแสดงความไม่เห็นด้วย เนื่องจากส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตในหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการเดินทางไปทำงานรับจ้างเพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว ยังพื้นที่ต่างอำเภอและต่างจังหวัด
นายบุญเลิศ อายุ 52 ปี ชาวบ้านหมู่ 5 ต.ไกรกลาง อ.กงไกรลาศ กล่าวว่า ตนเองมีอาชีพรับจ้างก่อสร้างได้ค่าแรงวันละ 300 บาท และมีรายได้จากการขับรถพาชาวบ้านไปทำงานด้วยกันที่ จ.พิษณุโลก อีกวันละ 500 บาท รวมค่าน้ำมัน ซึ่งก็ยังพอเลี้ยงปากท้องของคนในครอบครัวได้ในแต่ละเดือน แต่หลังจากกฎหมายนี้บังคับใช้แล้วก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็คงต้องยอมเสียเงินค่าปรับเพื่อพาอีกหลายชีวิตในหมู่บ้านเดียวกัน ไปทำงานก่อสร้างหาเงินเลี้ยงครอบครัวต่อไป แม้จะต้องเจอด่านและถูกปรับทุกวันก็ตาม
ด้าน คุณยายพงษ์ ชาวบ้านหมู่ 2 ต.ไกรกลาง อ.กงไกรลาศ กล่าวด้วยความทุกข์ใจว่า ทุกวันนี้อาศัยนั่งท้ายกระบะรถไปทำงานก่อสร้างได้ค่าแรงวันละ 300 บาท เพื่อหาเลี้ยงชีวิตตัวเอง เพราะไม่มีลูก ได้เงินมาก็ซื้อข้าวสารอาหารแห้งเก็บตุน รวมทั้งเอาไว้จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ และเก็บไว้ใช้ยามเจ็บป่วยด้วย
“ถ้าห้ามไม่ให้ยายนั่งท้ายกระบะไปทำงานหาเลี้ยงชีพ แล้วยายจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อกิน ยายก็คงต้องอดตาย เพราะไม่มีปัญญาหากินแล้ว”
นอกจากนี้ ชาวบ้านยังบอกด้วยว่า พวกเขาได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เพราะทำนาปลูกข้าวก็ไม่ได้ และหลายคนก็หันมายึดอาชีพก่อสร้างเป็นหลัก ชีวิตรับจ้างถ้าไม่ให้นั่งท้ายรถกระบะไปทำงานหาเงิน แล้วใครจะรับผิดชอบชีวิตคนในครอบครัวของพวกเขา ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ กินใช้แต่ละวัน ลูกๆก็ต้องไปโรงเรียน ถ้าไม่มีงานทำก็ไม่มีเงินเลี้ยงครอบครัว
ภาพ/ข่าว ภูเบศวร์ ฝ้ายเทศ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุโขทัย
