- 06 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเช้าวันที่ 5 เม.ย. 2560 ที่ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ “ช่างเหลี้ยม” ของนายพาดอน อนุโต อายุ 43 ปี เลขที่ 101/5 ปากซอยต้นหว้า ถนนเทวบุรี ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้มีพรรคพวกเพื่อนฝูงของนายพาดอน เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีและให้กำลังใจ หลังคณะกรรมการระดับจังหวัดได้พิจารณาอุทธรณ์ในเขตเทศบาลนคร นครศรีธรรมราชและเขตราชการส่วนท้องถิ่นอื่น ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ส่งหนังสือแจ้งผลการพิจารณาคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ 1/2560 ระหว่างนายพาดอน อนุโต ผู้ร้องอุทธรณ์ กับเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช เจ้าพนักงานท้องถิ่น ผู้ออกคำสั่ง
โดยผลการพิจารณาสรุปว่าการออกคำสั่งให้ของเทศบาลในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นเลขที่ 52004/08089 สั่งให้นายพาดอน ผู้อุทธรณ์ ระงับการก่อสร้างอาคาร (แบบ ค.3) ชนิดรั้วอิฐบล็อก ขนาดความยาว 14 เมตร และคำสั่งเลขที่ และ52004/09090 สั่งให้นายพาดอน ผู้อุทธรณ์ ยื่นขอรับใบอนุญาตก่อสร้าง (แบบ ค.9)คำสั่งทั้งสองฉบับลงวันที่ 6 ตุลาคม 2559 โดยนายพาดิน ผู้อุทธรณ์ขอให้คณะกรรมการวินิจฉัยว่าคำสั่งดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งล่าสุดคณะกรรมการ ฯได้ส่งหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ลงวันที่ 30 มีนาคม 2560 ให้นายพาดอน ทราบ โดยสรุปว่าคำสั่งของเทศบาลนคร นครศรีธรรมราชทั้ง 2 ฉบับ เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชุดดังกล่าวมีนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ประธาน และหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด ประกอบด้วยอัยการจังหวัด พาณิชย์จังหวัด โยธาธิการจังหวัด ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงจังหวัด พลังงานจังหวัด ได้ร่วมกันพิจารณาวินิจฉัย และมติว่าคำสั่งเทศบาลนคร นครศรีธรรมราชทั้ง 2 ฉบับไม่ชอบด้วยกฎหมายและให้เพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นดังกล่าวทั้ง 2 ฉบับ หลังจากที่ได้ต่อสู้เรียกร้องขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้มา 2 ปี ตั้งแต่ปี 2558 ท่ามกลางความสนใจของประชาชนทั่วไปอย่างกว้างขวาง เนื่องจากนายพาดอน เป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา จบการศึกษาแค่ชั้น ป.6 ประกอบอาชีพช่างซ่อมรถจักรยานยนต์เท่านั้น แต่กล้าหาญและทุ่มเทกับการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในสังคมกับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช คล้ายเรื่องราวของ"ยายไฮ" วัย 80 ปี แห่งบ้านโนนตาล ต.นาตาล อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี ทำให้พรรคพวกเพื่อนฝูงของนายพาดอน ที่ทราบข่าวพากันเดินทางมาแสดงความยินดีในชัยชนะและให้กำลังใจนายพาดอนอย่างต่อเนื่อง นายพาดอน อนุโต เปิดเผยว่า ตนตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัยและเปิดเป็นร้านซ่อมรถจักรยานยนต์อย่าบริเวณปากซอยต้นหว่า ชุมขนซอยต้นหว้า ถนนเทวบุรี ก่อนหน้าปี 2558 ถนนซอยต้นหว้ากว้างประมาณ 5 เมตร จนกระทั้งเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช ได้ทำการขยายผิวการจราจรกว้างเป็น 8 เมตร พร้อมท่อระบายน้ำและย้ายเสาไฟฟ้าเข้ามาปักห่างจากบ้านของตนไม่ถึง 1 เมตร ตนจึงแจ้งทักท้วงต่อนายวิชิต รอดเสน นายช่างโยธาเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช ผู้ควบคุมการก่อสร้างว่าการดำเนินการดังกล่าวน่าจะรุกล้ำเข้าในโฉนดที่ดินของตน และขอให้ระงับการก่อสร้างไว้ก่อน 2 วันเพื่อรอเจ้าพนักงานที่ดินลงมาสำรวจตรวจสอบแนวเขตที่ดินให้ชัดเจนเสียก่อน แต่นายวิชิต ไม่ยอมยุติการดำเนินการทำการเทคอนกรีตเสริมเหล็กขยายผิวการจราจร วางท่อระบายน้ำ และแจ้งเจ้าพนักวานไฟฟ้าส่วนภูมิภาคย้ายเสาไฟฟ้าเข้าไปชิดกับบ้านของตนจนแล้วเสร็จทั้งหมด ต่อมาเจ้าพนักงานที่ดินได้เดินทางมาตรวจสอบแนวเขตพบว่าการก่อสร้างทั้งในส่วนผิวการจราจร ท่อระบายน้ำ และเสาไฟฟ้ารุกล้ำเข้าไปในโฉนดที่ดินของตนกว่า 1 เมตร ซึ่งตนก็ไม่ได้ติดใจเอาเรื่องเอาความแต่ตนเกรงว่ารถที่วิ่งสัญจรไปมาจะเกิดอุบัติเหตุพุ่งเข้าไปในบริเวณบ้านซึ่งตนนั่งซ่อมรถจักรยายยนต์ตลอดทั้งวัน หรืออาจจะเสียหลักชนฝาหนังบ้านได้ จึงลงทุนก่อสร้างกำแพงซีเมนต์บล็อกสูง 1 เมตรยาว 14 เมตร ตามแนวเขตในโฉนดที่ดินของตน แต่ทางเทศบาล ฯได้มีหนังสือแจ้งให้ตนไปยื่นคำขออนุญาตก่อสร้างกำแพงตนจึงเดินทางไปยื่นคอขอ ฯในวันที่ 19 มิถุนายน 2558 แต่ต่อมาทางเทศบาล ฯได้มีหนังสือแจ้งให้ตนรื้อกำแพงซึ่งก่อสร้างไปได้ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ออก อ้างว่าตนก่อสร้างรุกล้ำที่สาธารณะและผิวการจราจรและไม่ขออนุญาต ก่อสร้าง ซึ่งตนโต้แย้งว่าไม่ได้รุกล้ำแต่เป็นการก่อสร้างในโฉนดที่ดินของตัวเองและได้ดำเนินการขออนุญาตจากเทศบาลถูกต้องแล้ว หากจะให้ตนรื้อกำแพงออกขอให้เทศบาล ฯรื้อผิวการจราจร ท่อระบายน้ำ และเสาไฟฟ้าที่รุกล้ำโฉนดที่ดินของตนออกและคืนที่ดินให้ตนในสภาพเดิม ซึ่งทางนายวิชิต รอดเสน นายช่างผู้ควบคุมงานก็ยินยอมตามข้อตกลง ตนจึงทำการรื้อกำแพงซีเมนต์บล็อกออกโดยเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไปเกือบ 20,000 บาท พร้อมทำหนังสือแจ้งการรื้อกำแพงอิฐบล็อกให้เทศบาลเป็นหลักฐาน ส่วนทางการไฟฟ้า ฯได้มาตรวจสอบแนวเขตเมื่อพบว่าปักรุกล้ำโฉนดที่ดินของตนจึงได้เคลื่อนย้ายเสาออกมาปักนอกแนวเขตที่ดินของตน
นายพาดิน หรือ “ช่างเหลี้ยม” กล่าวอีกว่า แต่ทางเทศบาล ฯกลับไม่ยอมรื้อผิวการจราจร ท่อระบายน้ำและคืนที่ดินในสภาพเดิมให้กับตนตามที่ตกลงกันไว้ ตนได้ทำหนังสือทักท้วงและขอให้เทศบาล ฯดำเนินการตามข้อตกลง มีการตอบโต้หนังสือกันไปมาระหว่าวงตนกับเทศบาลนับ 10 ครั้ง โดยหนังสือของเทศบาล ฯมีผู้ลงนามทั้งตั้ง ผศ.เชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรี นายสมเธียร ภู่สันติสัมพันธ์ รองนายกเทศมนตรี รวมทั้งปลัดเทศบาล/รองปลัดเทศบาล ฯ ในระหว่างนั้นมีรถจักรยานยนต์ประสบอุบัติเหตุหลายรายเนื่องจากดินและเศษสิ่งวัสดุจากที่ดินของตนซึ่งมีระดับสูงกว่าผิวการจราจรประมาณ 30-35 ซ.ม. ตนจึงแก้ปัญหาด้วยการวางซีเมนต์บล็อกซ้อนกัน 2 แผ่นสูง 35 ซ.ม.เท่ากับระดับพื้นคอนกรีตบ้านของตนและทำการปลูกต้นไม้ ดอกไม้เป็นแนวเขตไว้ แต่นายราชิต รอดเสน นายช่างโยธาคนเดิมได้ทำหนังสือเสนอผู้บริหารเทศบาล ฯลงนามเป็นคำสั่งให้ตนรื้อถอนโดนอ้างว่าตนสร้างรั้วโดยไม่ได้รับอนุญาต ในขณะที่ตนโต้แย้งว่าไม่เข้าข่ายการสร้างรั้วและไม่ต้องขออนุญาต พร้อมมีคำสั่งให้ตนรื้อแนวซีบล็อกออก หากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยอ้างว่าผิดกฎหมายมาตรานั้นมาตรานี้ ตนได้ร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับศูนย์ข่าวนคร 24 ม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช รวมทั้งร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจนมีการตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดขึ้นมาพิจารณาวินิจฉัยสรุปว่าการก่อสร้างแนวซีเมนต์บล็อคในโฉนดที่ดินของตนไม่ได้เป็นการสร้างรั้วตามที่เทศบาล ฯระบุ และตามกฎหมายไม่ต้องขออนุญาต คำสั่งทั้ง 2 ฉบับจึงออกโดยมิชอบด้วยกฎหมายโดยคณะกรรมการวินิจฉัยชัดเจนว่า ให้เทศบาล ฯเพิกถอนคำสั่งทั้ง 2 ฉบับดังกล่าวต่อไป ตนต่อสู้เรื่องนี้มา 2 ปี ยอมเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายเพื่อขอความเป็นธรรมและม่งหวังให้เป็นตัวอย่างแก่สังคม เพราะที่ผ่านมาพนักงานของรัฐไม่เคยยื่นอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ประชาชน เป็นข้าราชการใต้เบื้องพระยุคลบาทต้องใช้อำนาจที่ตัวเองมีในช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน แต่ผู้บริหาร/เจ้าพนักงานเทศบาล ฯนคร นครศรีธรรมราช ไม่รู้เขามองประชาชนเป็นอะไร ไม่มีค่าหรือไม่มีความหมายใด ๆ ในสายตาและความรู้สึกของพวกเขา พวกเจาคิดว่าเขาเป็นข้าราชการ มียศ ทีตำแหน่ง มีความรู้มากกว่าประชาชนที่หาเช่ากินค่ำ จึงใช้อำนาจที่มีอยู่เอารัดเอาเปรียบ กลั่นแกล้วง ให้ร้ายประชาชนจนเดือดร้อนไปทั่ว โดยเฉพาะตนแค่ชาวบ้านมีอาชีพช่างซ่อมรถจักรยายนต์จน ๆ คนหนึ่ง จบการศึกษาแค่ ป.6 เมื่อผลสรุปการวินิจฉัยคำสั่งออกมาว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ถามว่าตั้งแต่ระดับนายช่างโยธา รองปลัด ปลัด รองนายก นายกเทศมนตรีของเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช จะว่าอย่างไร โดยส่วนตัวตนคิดว่าทุกระดับในเทศบาล นคร นครศรีธรรมราช จะต้องมีบุคคลที่มีความรู้ ความเข้าใจในระเรียบปฏิบัติและข้อกฎหมายที่ชัดเจนในการให้บริหารประชาชน ไม่ใช่เอาคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวมาทำงาน แทนที่จะให้บริการดูแล บำบัดทุกข์ บำรุงสุขกลับเหลิงอำนาจ วางกร้ามกร่างดูถูก กลั่นแกล้ง รังแกประชาชนอย่างนี้ กับอีแค่คำว่า “รั้ว” ยังไม่รู้ความหมายเป็นข้าราชการ ผู้บริหาร มาได้อย่างไร นายพาดิน ช่างซ่อม จยย. ป.6 กล่าวอีกว่า แม้ทางเทศบาล ฯจะเพิกถอนคำสั่งทั้ง 2 ฉบับตามคำวินิจฉัยของคระกรรมการ ฯ แต่ตนคงไม่ยุติแค่นั้น ระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาตนตกอยู่ในสภาพถูกเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช กดดันอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ทุกระดับแต่ละคนมองตนอย่างดูหมิ่น ดูแคลน หลังจากนี้ตนจะฟ้องดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรืองในเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช ตั้งแต่นายช่างโยธา รองปลัด ปลัด รองนายก และตัวนายก ฯ เพราะเป็นการปฏิบัติหนาที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ตามมาตรา 157 ทำให้เสียทรัพย์ และคดีที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ตนขอเรียกร้องให้ประชาชนที่ถูกกระทำโดยไม่ได้รับความเป็นธรรมลุกขึ้นมาต่อสู้กับผู้บริหารในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาครัฐ ซึ่งเชื่อว่าสังคมนี้ยังมีความยุติธรรมสำหรับประชาชนหลงเหลืออยู่ เพียงแต่ประชาขนไม่กล้าต่อสู้เท่านั้น โดยเฉพาะใน ต.โพธิ์เสด็จ เขตเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช ยังมีเรื่องที่เทศบาล ฯก่อสร้างถนน สิ่งปลูกสร้าง (กะโรม 19) ก่อสร้างถนนรุกล้ำที่ดินชาวบ้าน จนมีการตรวจสอบเมื่อพบว่ารุกล้ำจริงต้องตัดผิวการจราจรที่รุกล้ำออก ในปัจจุบันเจ้าของที่ดินอยู่ระหว่างปักเสาปูนกั้นแนวเขตที่ดิน แต่ในบางจุดที่เป็นทางแยกเจ้าของที่ดินเขาใจดีอนุญาตให้รุกล้ำได้ ซึ่งตนอยากถามว่าความเสียหายเรื่องงบประมาณที่ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จไปแล้วต้องรื้อทิ้งใครรับผิดชอบในส่วนนี้ ที่สำคัญในพื้นที่ ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ยังมีการกระทำโดยมิชอบในลักษณะเดียวกันอีกหลายแห่ง มันถึงเวลาที่ต้องสังคายนาใหญ่ในเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช เสียที ตนจะ“ฆ่าช้างให้มดกิน” เพื่อเป็นตัวอย่างให้ผู้มีอำนาจในสังคมว่าต่อไปอย่าใช้อำนาจรังแกประชาชน นายพาดอน หรือ “ช่างเหลี้ยม” กล่าวย้ำในที่สุด
ภาพ/ข่าว นวรัตน์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
