- 06 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
กรณีการจัดสอบแข่งขันพนักงานส่วนตำบลจำนวน 12 ตำแหน่ง เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2548 โดย องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งคลอง อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ และปรากฏมีผู้สนใจเข้ามาสมัครสอบจำนวนมาก จนเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2548 คณะกรรมการได้ประกาศผลผู้มีสิทธิสอบแข่งขันทั้งหมด 23,584 คน และทำการจัดสอบเมื่อวันที่ 21-22 พฤษภาคม 2548 ที่โรงเรียนเซนยอแซฟกาฬสินธุ์ และมีการประกาศผลสอบเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2548 เป็นผู้ผ่านข้อเขียน 881 คน และกำหนดสอบสัมภาษณ์ วันที่ 11 มิถุนายน 2548 และทำการประกาศขึ้นบัญชีทั้งหมด 881 คน โดยจะเป็นการเปิดบัญชีสอบให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละแห่งได้เรียกเข้าบรรจุเป็นพนักงานส่วนตำบล แต่ระหว่างดำเนินการ ผู้เข้าสอบได้แจ้งความร้องให้ตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ดำเนินคดีกับคณะกรรมการทั้งหมด โดยระบุว่ามีการทุจริตในการสอบเพราะมีการเรียกรับสินบน ซีละ 100,000 บาท ไปจนถึง 300,000บาท เรื่องนี้การสอบสวน ดีเอสไอ ได้รับเป็นคดีพิเศษ รวมถึง ปปช.ได้ลงพื้นที่ทำคดีและทำการส่งฟ้องศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ในปี 2554 ที่ผ่านมาก็ได้ดำเนินการสอบสวนพยานทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลย และศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้พิพากษาคดีทุกจริตนี้ไปเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2560 นั้น
เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ รายงานว่าจากการตรวจสอบศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ทราบว่า ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้อ่านคำพิพากษาคดีทุจริต อบต.ทุ่งคลองจริง โดยได้อ่านคำพิพากษาคดีไปเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2560 เป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3513/2554 และ คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3495/2559 โดยสรุปศาลพิพากษาจำคุก 26 คณะกรรมการจัดสอบ ตั้งแต่จำคุก 4 ปีไปจนถึง 288 ปี
โดยสรุปคำพิพากษาดังนี้ คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3513/2554 , คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3495/2559 พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ โจทก์ ฟ้องจำเลย 26 คน ประกอบด้วย นายถาวร บุตรศรี จำเลยที่ 1 ,พ.ต.ท.จักรินทร์รัชต์ อินทร์แปลง จำเลยที่ 2, นายสมบัติหรือพงศ์ศรัณย์ พิมโคตร จำเลยที่ 3,ว่าที่ร้อยตรีสุรสิทธิ์ ศิริ จำเลยที่ 4, นายฉลอง เทือกภูเขียว จำเลยที่ 5,นายฉัตรชัย เยื้องกลาง จำเลยที่ 6,นายวิชัย จันทุดม จำเลยที่ 7,นางมัทนารัตน์ กงกาหนหรือสัตราศี จำเลยที่ 8,นายอมร อ่อนรัชชา จำเลยที่ 9 ,นายสังวร อ่อนรัชชา จำเลยที่10 (ถึงแก่ความตาย),น.ส.สุดใจหรือปรุดาหรือนพัชภรณ์ ศรีบ้านโพน จำเลยที่ 11,นายธิติ คูสกลุรัตน์ จำเลยที่ 12(ถึงแก่ความตาย),นางทิวาพร บุญตรา จำเลยที่ 13 ,นายศิรคิศักดิ์ คะยอมดอก จำเลยที่ 14,นายพลูรัตน์ วารีพิณ จำเลยที่ 15 ,นางเกศฎาร ภูพานเพชร จำเลยที่ 16,นางอารีย์หรือณิชชา วงศ์เกษม จำเลยที่ 17,นายพรวิทย์สินธิจินดา จำเลยที่ 18,นายพิเชษฐ์หรือชัยมงคล จันทสา จำเลยที่ 19,นายสุขุมหรือสุขุมวรัชญ์ อัครเศรษฐัง จำเลยที่ 20,นายชาญชัยหรือณฐาภพ สีดาแก้ว จำเลยที่ 21,นายสมบัติ วรรณฤทธิ์ จำเลยที่ 22 ,นายสุลขิต แก้วทอ จำเลยที่ 23,นางนิยดาหรือกานติญาดา นาไชยโย จำเลยที่ 24,นายวิไล ดลเจิม จำเลยที่ 25 น.ส.บุษยา มหาโชติ จำเลยที่ 26
พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นโจทก์ฟ้องขอให้ศาลลงโทษจำเลยทั้ง 26 คน ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิอชบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ (ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149) ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต(ประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 157) ข้อหาปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม(ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,265,268) และข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น (มาตรา 161)
ศาลพิจารณาแล้วพิพากษาว่า นายถาวร บุตรศรี จำเลยที่ 1, มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149,157,161(เดิม),265(เดิม),268 วรรคแรก ประกอบมาตรา2265 (เดิม),83 ความผิดตามมาตรา 149 จำคุกกระทงละ 9 ปี รวม8 กระทง เป็นจำคุก 72 ปี ความผิดตามมาตรา 157 จำคุกกระทงละ 6 ปี รวม 40 กระทง เป็นจำคุก 240 ปี ความผิดตามมาตรา 265,268,161,157 จำคุก 6 ปี เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3)
พ.ต.ท.จักรินทร์รัชต์ อินทร์แปลง จำเลยที่ 2, นายสมบัติหรือพงศ์ศรัณย์ พิมโคตร จำเลยที่ 3,ว่าที่ร้อยตรีสุรสิทธิ์ ศิริ จำเลยที่ 4, นายฉัตรชัย เยื้องกลาง จำเลยที่ 6 และ นายวิชัย จันทุดม จำเลยที่ 7 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,161 (เดิม),265 (เดิม),268 วรรคแรก ประกอบ มาตรา 265(เดิม),83 ความผิดตามมาตรา 157 จำคุกกระทงละ 6 ปี รวม 48 กระทง เป็นจำคุกคนละ 288 ปี ความผิดตามมาตรา 265,268,161,157 จำคุกคนละ 6 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงให้จำคุกจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 4 จำเลยที่ 6 และจำเลยที่ 7 มีกำหนดคนละ 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2)
นายฉลอง เทือกภูเขียว จำเลยที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149,157,161(เดิม),265(เดิม),268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 (เดิม),83 ความผิดตามารตรา 149 จำคุก 9 ปี ความผิดตามมาตรา 157 จำคุกกระทงละ 6 ปี รวม 47 กระทง เป็นจำคุก 282 ปี ความผิดตามมาตรา 265,268,161,157 จำคุก 6 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงให้จำคุกจำเลยที่ 5 มีกำหนด 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3)
นางมัทนารัตน์ กงกาหนหรือสัตราศี จำเลยที่ 8 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ประกอบมาตรา 86 จำคุก 6 ปี
นายอมร อ่อนรัชชา จำเลยที่ 9 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 จำคุกกระทงละ 4 ปี รวม 7 กระทง เป็นจำคุก 28 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงให้จำคุกจำเลยที่ 9 มีกำหนด 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2)
น.ส.สุดใจหรือปรุดาหรือนพัชภรณ์ ศรีบ้านโพน จำเลยที่ 11 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 จำคุกกระทงละ 4 ปี รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 12 ปี
นางทิวาพร บุญตรา จำเลยที่ 13 ,นายศิรคิศักดิ์ คะยอมดอก จำเลยที่ 14,นายพลูรัตน์ วารีพิณ จำเลยที่ 15 ,นางเกศฎาร ภูพานเพชร จำเลยที่ 16,นายพิเชษฐ์หรือชัยมงคล จันทสา จำเลยที่ 19,นายสุขุมหรือสุขุมวรัชญ์ อัครเศรษฐัง จำเลยที่ 20,นายชาญชัยหรือณฐาภพ สีดาแก้ว จำเลยที่ 21,นายวิไล ดลเจิม จำเลยที่ 25 น.ส.บุษยา มหาโชติ จำเลยที่ 26 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 จำคุกคนละ 4 ปี
นางอารีย์หรือณิชชา วงศ์เกษม จำเลยที่ 17,นายพรวิทย์สินธิจินดา จำเลยที่ 18,นายสุลขิต แก้วทอ จำเลยที่ 23 มีความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญามาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 จำคุกกระทงละ 4 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุกคนละ 8 ปี
นายสมบัติ วรรณฤทธิ์ จำเลยที่ 22 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 จำคุกกระทงละ 4 ปี รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 12 ปี
อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าภายหลังจากที่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ตัดสินคดีเป็นที่เรียบร้อย ทางทนายของจำเลยทั้ง 26 คน ก็ได้เตรียมที่จะยื่นอุทธรณ์เพื่อต่อสู้คดีภายใน 30 วันภายหลังจากฟังคำพิพากษา
ภาพ-ข่าว -ชมพิศ ปิ่นเมือง / ข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาฬสินธุ์
