มรสุมชีวิต!! เห็นใจสุดๆ สามีประสบอุบัติเหตุพิการช่วยตัวเองไม่ได้ ห่วงลูกน้อยก็ยังเรียน หนี้สินรุงรังกว่าสองแสน วอนผู้มีกำลังช่วยเหลือที

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

วันที่ 6 เม.ย. 2560  นางชลดา หงษ์เจิญ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ที่6 ตำบลป่าเว อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี อาชีพรับจ้างทั่วไป เปิดเผยว่า สามีของตนชื่อนายสมเกิยรติ หงษ์เจิญ ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เป็นคนดีเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี แต่เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน2557 ช่วงเย็นสามีกลับจากทำงานรับจ้างตัดหญ้าขับขี่รถจักรยานยนต์กำลังจะกลับบ้านได้เกิดอุบัติเหตุรถกระบะ ของครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พุงชนทำให้สามีของตนได้รับบาดเจ็บสาหัสขยับตัวไม่ได้ มูลนิธิกุศลศรัทธา อ.ไชยา พาส่งโรงพยาบาลประจำอำเภอไชยา ทางผู้ก่อเหตุชดใช้ค่าเสียหายให้ตนมา 100.000 บาท เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา

มรสุมชีวิต!! เห็นใจสุดๆ สามีประสบอุบัติเหตุพิการช่วยตัวเองไม่ได้ ห่วงลูกน้อยก็ยังเรียน หนี้สินรุงรังกว่าสองแสน วอนผู้มีกำลังช่วยเหลือที

มรสุมชีวิต!! เห็นใจสุดๆ สามีประสบอุบัติเหตุพิการช่วยตัวเองไม่ได้ ห่วงลูกน้อยก็ยังเรียน หนี้สินรุงรังกว่าสองแสน วอนผู้มีกำลังช่วยเหลือที

ตอนนั้นตนคิดว่าเงินหนึ่งแสนบาทที่ทางคู่กรณีจ่ายมาเป็นค่ารักษาพยาบาล และเมื่อออกจากโรงพยาบาลสามีของตนก็คงจะหายมาทำงานได้ตามปกติ ทางเราคิดบวกมาโดยตลอดและยังคิดอีกว่าครูคู่กรณีผู้ก่อเหตุคงต้องดูแลทางครอบครัวเราพร้อมกับมาเยี่ยมอาการป่วยของสามีที่บ้านบ้าง ตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันนี้คู่กรณีไมเคยมาพบครอบครัวของเราเลย เงินที่ได้มาหมดไปกับการรักษาพยาบาลทั้งสิ้น นางชลดา หงษ์เจิญ ยังกล่าวด้วยว่า ทางโรงพยาบาลแจ้งว่า สามีมีอาการเส้นประสาทไขสันหลังไม่ทำงาน คือเป็นอัมพฤกษ์ไปตลอดชีวิตแต่ถ้าพาคนไข้มาทำการบำบัดที่โรงพยาบาลก็อาจจะดีขึ้น เมื่อไม่มีหนทางที่จะรักษาสามีให้หายเป็นปกติได้ ตนจึงพาสามีกลับมานอนรักษาดูแลกันเองตามมีตามเกิด ทุกวันนี้ตนต้องทำงานหนักคนเดียว ทำงานได้เฉพาะวันเสาร์กับวันอาทิตย์เท่านั้น เพราะเป็นวันหยุดลูกสาววัยเพียง 10 ปีเท่านั้น แกต้องมาดูแลพ่อแทน ตนไปทำงานเพาะชำต้นกล้ายางพาราราได้วันละ 100 บาท ไม่พอกับค่าใช้จ่ายประจำวัน ชีวิตลำบากมากๆ ก็ได้ลูกสาวกลับจากโรงเรียนช่วยแบ่งเบาภาระดูแลพ่อเขาได้บ้าง

มรสุมชีวิต!! เห็นใจสุดๆ สามีประสบอุบัติเหตุพิการช่วยตัวเองไม่ได้ ห่วงลูกน้อยก็ยังเรียน หนี้สินรุงรังกว่าสองแสน วอนผู้มีกำลังช่วยเหลือที

ลูกสาวเรียนอยู่ที่โรงเรียนบ้านห้วยไผ่ ต.ป่าเว อ.ไชยา ชื่อ ด.ญ. ชนกนันท์ หงษ์เจริญ เป็นเด็กดีมีผลการเรียนดีมากสอบได้ที่ 1 ทุกปี เขาจะช่วยงานบ้านให้แม่ได้มาก เช็ดตัวให้พ่อป้อนข้าวให้พ่อกินทุกวันก่อนจะไปโรงเรียน เมื่อกลับมาถึงบ้านทุกวันตอนเย็นลูกสาวก็จะเข้าไปหาพ่อก่อนคอยเช็ดตัวให้พ่อ แล้วจึงจะไปล้างถ้วยล้างจานเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านโดยไม่ต้องบอกให้ทำ ตนได้ดูผลการเรียนลูกสาวแล้วก็ดีใจที่เป็นเด็กตั้งใจเรียน ลูกเรียนเก่งเป็นห่วงก็แต่อนาคตของเขาพ่อก็มาป่วยเป็นอัมพฤกษ์ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ตนก็ต้องออกไปรับจ้างทำงานนอกบ้านรายได้ก็น้อยนิด ไม่มีปัญญาส่งให้เขาเรียนในชั้นสูงๆได้แน่นอน ถ้าอยากจะขอก็ขอทุนการศึกษาให้ลูกได้หนังสือเรียนให้จบภาคบังคับหรือในชั้นที่สูงๆขึ้นไปตามความฝันของเขา ที่เมื่อเรียนจบอยากหางานทำมาช่วยเลี้ยงพ่อกับแม่ ยังดีที่มีทาง อบต.ป่าเว ตำบลป่าเว อำเภอไชยา นำสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงค์ชีพมามอบให้บ้างเป็นบางครั้ง และนำกระเบื้องมาเปลี่ยนให้ไม่ต้องเปียกฝนเหมือนเมื่อก่อนนี้ ช่วงที่พาสามีกลับมารักษาที่บ้าน ตนต้องกู้ยืมเงินกองทุนหม่บ้าน และขอกู้เงินกับสหกรณ์การเกษตรอำเภอไชยา(ธกส) พร้อมกับหยิบยืมพี่ๆน้องๆมาเป็นค่าใช้จ่าย หลายปีที่ผ่านมาตนไม่มีเงินไปคืนเขาถูกปรับทั้งต้นรวมดอกเบี้ยแล้วประมาณ 200.000 กว่าบาท นางชลดา หงษ์เจิญกล่าว ชีวิตยังมีความหวังทุกคนช่วยเหลือเขาได้ เพียงส่งเงินผ่านชื่อบัญชีนายสมเกียรติ หงษ์เจริญ เลขที่ 020059055001 ธนาคาร ธกส. สาขาไชยา จ.สุราษฎร์ธานี

มรสุมชีวิต!! เห็นใจสุดๆ สามีประสบอุบัติเหตุพิการช่วยตัวเองไม่ได้ ห่วงลูกน้อยก็ยังเรียน หนี้สินรุงรังกว่าสองแสน วอนผู้มีกำลังช่วยเหลือที

ภาพ/ข่าว สมชาย สังข์สนธ์  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์  จ.สุราษฎร์ธานี