- 08 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 8 เม.ย. 2560 นายไกรวุฒิ ชูสกุล ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจังหวัดสตูล และเป็นตัวแทนผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ได้รับความเดือนร้อนหลังกรณีมีข่าว หนุ่มชายฉรรกจ์ 2 – 3 คนยืนขว้างนักท่องเที่ยวริมชายหาดบนเกาะหลีเป๊ะ หมู่ที่ 7 ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ไม่ให้ขนกระเป๋าลงจากเรือ โดยต้องจ่ายเงินก่อนและอ้างว่าเป็นค่าเรือหางยาว แต่กลุ่มนักท่องเที่ยวหลายคนไม่ยอมจนคลิปวีดีโอดังกล่าวถูกแชร์ไปในโลกออนไลน์มีผู้คนเข้ามากดถูกใจและเขียนต่อว่า เกาะหลีเป๊ะเมืองแห่งผู้มีอิทธิพล วอนเจ้าหน้าที่ทหารลงปราบปรามให้สิ้น
นายไกรวุฒิ ชูสกุล ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจังหวัดสตูล กล่าวว่า วันนี้มายื่นหนังสือต่อทางห้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสตูล เพื่อให้รับข้อพิจารณาไปแก้ไขและหาทางออกในด้านเรื่องท่องเที่ยว เพราะกรณีที่มีชายฉกรรจ์มาเรียกเก็บเงินนักท่องเที่ยวท่าทางเหมือนข่มขู่เสียงดัง ทำให้ภาพพจน์การท่องเที่ยวเสียหาย จนล่าสุดทำให้นักท่องเที่ยวกลัว บางรายที่เคยจองห้องพักจะมาเที่ยวก็ยกเลิกบ้างเพราะมองว่า เกาะหลีเป๊ะเป็นเมืองเถื่อน เช่นเดียวกับกลุ่มมัคคุเทศก์ทางทะเล (คนใส่หมวก ) กล่าวว่า บางครั้งไม่ยอมให้นักท่องเที่ยวลงจากเรือต้องจ่ายคนละ 50 บาทอ้างว่าเป็นชมรมเรืองหางยาวต้องจ่าย ซึ่งความเป็นจริงสมัย 2- 3 ปีที่ผ่านมา บริเวณทางทะเลรอบนอกใกล้เกาะหลีเป๊ะ จะมีโป๊ะรองรับนักท่องเที่ยวลงเรือแล้วก็มีเรือนางยาวมารับอีกทอดไปส่งยังที่ริมชายหาดเกาะหลีเป๊ะ แต่เมื่อถูกพายุพัดโป๊ะชำรุดพัง และนำไปซ่อมแซมจนป่านนี้ยังไม่มีผ่านมาหลายปีต้องนำเรือเข้าฝั่ง ซึ่งหมายความว่าเราไม่ต้องใช้บริการเรือหางยาวจนล่าสุด 1 ปีที่ผ่านนี้เองมีกลุ่มชายฉกรรจ์มาเรียกเก็บเงินทางนักท่องเที่ยวเป็นรายหัวหัวละ 50 บาท 10 คน หรือ 20 คน วันๆหนึ่งนักท่องเที่ยวลงเกาะไม่ต่ำกว่า 2,000 คนต่อวันกลุ่มเหล่านี้ได้เท่าไหร่แล้ว สำหรับวันนี้จึงมาร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสตูล เพื่อขอให้ทางจังหวัดสตูลหาทางออกและตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบซึ่งเรายังพบว่า อาจจะมีข้าราชการในพื้นที่เห็นด้วยกับการเก็บเงินหรือปล่อยละเลยเราจึงต้องการให้ตั้งกรรมการที่ไม่ใช้คนมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องเกาะหลีเป๊ะมากนักเพื่อความโปร่งใสและสืบสวนที่มาที่ไป ขณะเดียวกันที่ห้องประชุมท่าเทียบเรือปากบารา อ.ละงู จ.สตูล พล.ท.เจตน์พัธน์ ศรีวงศ์ รอง ผอ.รมน.จว.สตูล ได้ประชุมผู้ประกอบการเรือสปีดโบ๊ท ที่เดินทางไปเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งถูกกลุ่มผู้ประกอบการเรือสปีดโบ๊ทด้วยกันร้องเรียน ว่าไม่ทำตามกฎกติกาที่ได้ร่วมลงมติกันไว้ โดยแต่เดิมเรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเกาะหลีเป๊ะจะจอดเรือที่โป๊ะ และผู้โดยสารจะต่อเรือหางยาวของชาวเลเกาะหลีเป๊ะ
ส่งผู้โดยสารถึงชายหาดเกาะหลีเป๊ะ แต่มีข้อตกลงกันว่าต้องเก็บเงินค่าเรือหางยาว(เดิม)จากผู้โดยสาร 40 บาท ให้กับชาวเลเหมือนเดิม และชาวเลต้องมาช่วยขนย้ายสิ่งของหรืออุปกรณ์ของนักท่องเที่ยวหรือผู้โดยสารให้ถึงที่พักด้วย แต่มีผู้ประกอบการเรือสปีดโบ๊ทบางราย ไม่ยอมเก็บเงินจากผู้โดยสารเพื่อจ่ายให้กับชาวเล ทำให้ค่าโดยสารของผู้ประกอบการรายนั้นถูกกว่าผู้ประกอบการรายอื่น 40 บาท ทำให้ผู้ประกอบการที่เก็บเงินให้ชาวเล ร้องเรียน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระหว่างผู้ประกอบการเรือสปีดโบ๊ทด้วยกันเอง และเกิดความสงบเรียบร้อย จังหวัดเลยจัดให้มีการประชุมผู้ประกอบการเรือสปีดโบ๊ททุกรายปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ให้กันไว้เดิมคือเก็บเงินเพิ่มจากผู้โดยสารอีก 40 บาท และนำไปจ่ายให้กับชาวเล(ผ่านตัวแทนของชาวเล ที่มีระบบบัญชีที่ชัดเจน) ด้วย ซึ่งผู้โดยสารก็จ่ายเท่าเดิม โดยให้บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.60 เป็นต้นไป หากไม่ดำเนินการหรือมีข้อร้องเรียนอีก ผู้ประกอบการที่ถูกร้องเรียน จะต้องถูกห้ามประกอบการเป็นเวลา 2 เดือน และดำเนินการคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย
ภาพ/ข่าว เอนก ขันทสิกรรม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สตูล
